Chonburi Sponsored

“จอมขมังเวทย์” คลุ้มคลั่งเตรียมเล่นของใส่เมีย ยอมจำนนเพราะตำรวจเป็นศิษย์ผู้พี่

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

“จอมขมังเวทย์” หลอนยาคลุ้มคลั่ง เตรียมเล่นของใส่เมียให้กลับมาคืนดี ยอมจำนนเพราะตำรวจบอกว่าเป็นศิษย์ผู้พี่  

(17 มี.ค.65) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พนัสนิคม ได้รับแจ้งว่ามีคนคุ้มคลั่งเดินถือไม้เดินรอบบ้านผู้อื่น บริเวณบ้านเลขที่ 311 หมู่ 3 ตำบลบ้านช้าง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี จึงรุดไปที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว ไปถึงพบชายรูปร่างสูงใหญ่เดินถอดเสื้อ สวมกางเกงยีนส์ขาสั้น ทราบชื่อคือ นายณัฐวุฒิ อายุ 26 ปี เดินถือไม้ยาวประมาณ 1 เมตร  พร้อมกับสะพานย่ามพระ เดินวนรอบบ้านหลังดังกล่าว  

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมเครื่องมือได้เกลี้ยกล่อมอยู่เป็นเวลาประมาณ 10 นาที พร้อมบอกว่า ตำรวจก็เป็นลูกศิษย์อาจารย์เดียวกันกับชายคนดังกล่าว มีเวทมนต์พอๆ กัน เมื่อได้ยินว่าศิษย์ผู้พี่มาจึงยอมจำนน ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวโดยดี  แต่ก็ไม่ให้คนมามายุ่งเกี่ยว ขอไปกับศิษย์ผู้พี่เท่านั้น หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ขออนุญาตศิษย์ผู้น้องใส่กุญแจมือพาขึ้นรถเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากการตรวจสอบในย่ามพระพบเครื่องรางของขลัง มีสายสิญจน์ 1 ม้วน ตะปู เหล็กแหลม พระ กิ่งไม้ และบ้องกัญชายาว 1 เมตร อีก 1 อัน ซึ่งทั้งหมดทางนายณัฐวุฒิจะนำมาทำเวทมนต์ให้อดีตภรรยากลับมาคืนดี ให้รักให้หลง
สอบถามนายณัฐวุฒิ ยังอยู่ในอาการเหม่อลอยเผยว่า ได้เสพยาบ้ามาหลายเม็ด และเสพเข้าไปอีก จะมาง้อภรรยาให้กลับไปคืนดีอยู่ด้วยกัน

ทางนางสาวป๋อมแป๋ม อายุ 25 ปี อดีตภรรยาเล่าว่าได้อยู่กินกับนายณัฐวุฒิมา 7-8 ปี  แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เอาแต่เสพยา พอเมาก็ชอบทำร้ายร่างกายจนทนไม่ไหวจึงเลิกกัน มาอยู่กับยายอายุ 70 ปี  แต่ก็ยังมารังควานเป็นประจำ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม กลัวว่าจะมาทำร้ายร่างกายเพราะอยู่กับคนแก่ 2 คน ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายณัฐวุฒิ ไปสงบสติอารมณ์ให้สร่างเมา และจะทำการลงบันทึกประจำวันต่อไป

Chonburi Sponsored
อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม