10 มี.ค. 2565
เมื่อเวลา 11:00 น โดยประมาณ ร้อยตำรวจเอกกิตติศักดิ์ สินธ์ธร รอง.สารวัตรสอบสวน สภ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจากประชาชนว่าได้เกิดอุบัติเหตุ รถบรรทุกพ่วง 18 ล้อเสียหลักเฉี่ยวชน รถบรรทุกสิบล้อและรถกระบะได้รับความเสียหายจำนวน 3 คัน บนถนนสาย 304 พนมสารคามมุ่งหน้ากบินทร์บุรี บริเวณแยกไฟแดงบ้านคลองรั้ง มอ 7 ต.ท่าตูม อ. ศรีมหาโพธิ จ. ปราจีนบุรี นอกจากนั้นยังมีรถที่เสียหลักพุ่งเข้าชนบ้านเรือนประชาชนได้ความเสียหาย หลังจากรับแจ้งพร้อมเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เบื้องต้นจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณแยกสัญญาณไฟ บ้านคลองรั้งพบรถกระบะ ยี่ห้อ Mitsubishi สบร์อน เทา ทะเบียน บบ 946 สระแก้ว
ถูกเฉี่ยวชนเข้าที่บริเวณท้าย ด้านท้ายฝั่งขวาจนไฟท้ายแตก กระบุยุบ กระจกมองข้างแตก ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ นอกจากนั้นบริเวณหน้าบ้านเรือนประชาชนยังพบรถบรรทุก10 ล้อ ยี่ห้อ ฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 71-0955 พระนครศรีอยุธยา โดยมีนายคม อุ้มบุญธรรม อายุ 42 ปีเป็นพนัดงานขับรถ พุ่งเสียหลักเข้าไปชนหลังคาบ้าน และประตูบ้าน ได้รับความเสียหาย ส่วนตัวรถฝั่งขวา ตั้งแต่ด้านท้ายจนถึงด้านหน้า มีล่องรอยการเฉี่ยวชนเป็นทางยาว และห่างจากแยกสัญญาณไฟออกไปอีกประมาณ 50 เมตร พบรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ บริษัทดับเบิ้ลเอ ซึ่งเป็นรถบรรทุกที่เฉี่ยวชนกับรถ 10ล้อ และรถกระบะจนได้รับความเสียหายที่ 2 คัน จอดอยู่ริมทาง โดยมีนนายชัยวัฒน์ แจ่มกลาง อายุ 28 ปี เป็นพนักงานขับ จากการตรวจสอบบริเวณด้านข้างฝั่งซ้าย ตั้งหน้ารถจนถึงท้ายทีร่องรอยการเฉียวชนเป็นทางยาว นายชัยวัฒน์ คนขับรถบรรทุกพ่วง ให้การว่า จนเองขับรถมาจากบ้านบึง ชลบุรี เพื่อที่จะเอาของมาส่งในนิคม โดยขับมาตลอดทางก็เป็นปกติโดยรถไม่ได้มีอาการอะไร พอมาถึงที่เกิดเหตุประมาณ 2 กิโล เผื่อรัยะเบรกมาแล้ว แต่พอมาถึงไม่ทราบว่าจุดไหนชำรุด เบรกเกิดไม่อยู่ หลังจากนั้นได้ตบเกียร์ลงต่ำอละดึงเบรกมือ เอาไม่อยู่เบรกขาด พอรถชลอเหลือความเร็วประมาณ 20 กม./ชม
และระยะใกล้กับรถที่จอดติดไฟแดงอยู่ด้านหน้าแล้ว ตนจึงตัดสินใจที่จะหักเข้าขวามือเผื่อที่จะไม่ชนรถยนต์ด้านหน้าที่มีมากกว่าที่ชนตรงนี้ ด้านนายคม คนขับสิบล้อ กล่าวว่าตนกำลังเข้าในเขตนิคม เพื้อจะเดินทางกลับได้มาหยุดรอเพื่อที่จะให้รถฝั่งตรงข้ามที่ได้สัญญาณไฟไปก่อน จากนั้นไม่นานได้ยินเสียรถชนที่ด้านหลัง และมาถึงตน ซึ่งจากแรงที่ชนทำให้รถตนพุ่งเข้าไปในบ้านของประชาชนอีกที ส่วนอีกรายที่รอดตายจากเคสนี้คือคนขายพวงมาลัย ที่เดินขายอยู่ในจุดนั้น คือนายชาตรี กองคำ ปกติแล้วช่วงรถหยุดติดไฟแดงตนจะเดินขายให้กับรถที่หยุดรอสัญญาณไฟ ซึ่งระหว่างนั้น ตนก็ตาย และได้เดินออกมาก่อน เพื่อที่จะไปกินข้าวเที่ยง พอเดินค้อยหลังมาได้แป๊บเดียว ได้ยินเสียงดังโครมใหญ่ หันไปดูใจหายแว็บ นับว่าโชคดีมากถ้าตนเองอยู่ตรงนั้นคิดว่าไม่รอด ไม่เจ็บก็ต้องเป็นอะไรซักอย่าง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้มีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุที่แน่ขัดอีกครั้ง ก่อนที่จะดำเนินคดี โชคดีงานนี้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเป็นอันตรายใดๆ นอกจากบ้านเรือนประชาชนพังเท่านั้น ก็จะได้มีการพุดคุยชดใช้ค่าเสียหายต่อไป
ข่าว-ภาพ สายชล หนูแดง ดิเรกฤทธิ แสงสุวรรณ ผู้สื่อข่าวคมชัดลึก ประจำ จ.ปราจีนบุรี
ติดตามข่าวสารทาง Line