Chonburi Sponsored

เมาสุราคว้ากรรไกรบุกจี้คออดีตภรรยา หวังขอคืนดี จ.ชลบุรี

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

สนามข่าว 7 สี – คนเราต่อให้เลิกกันไป 10 ปี 20 ปี ก็ยังรักอยู่ แต่จะมาอ้อนวอนขอคืนดีแบบนี้ไม่ได้ ชายอายุ 57 ปี เมาสุราคลุ้มคลั่ง บุกเข้าแคมป์คนงาน ใช้กรรไกรจี้คออดีตภรรยา ที่หย่ามา 10 ปี เพื่อขอคืนดีกลับมาเริ่มต้นชีวิตด้วยกันใหม่

เป็นภาพที่ตำรวจ สภ.พนัสนิคม กำลังเกลี้ยกล่อมชายอายุ 57 ปี ที่กำลังใช้กรรไกรจี้และกอดหญิงอายุ 52 ปี อดีตภรรยาไว้ ทั้งคู่นั่งอยู่ในรถซาเล้ง ภายในแคมป์คนงานก่อสร้างหมู่ที่ 7 ตำบลหมอนนาง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ตำรวจพยายามเกลี้ยกล่อมยังไง ชายคนดังกล่าวก็ไม่ยอมปล่อย กอดอดีตภรรยาไว้แน่น ทั้งพูด ทั้งร่ำไห้ออกมา ทันทีที่ตำรวจบอกจะให้ความเป็นธรรม ชายคนดังกล่าวยอมโยนกรรไกรทิ้ง ตำรวจจึงล็อกแขนไว้ ทำให้อดีตภรรยาออกมาได้อย่างปลอดภัย

ผู้ก่อเหตุ บอกว่า อยู่กินกับหญิงอายุ 52 ปี อดีตภรรยา จนมีลูกด้วยกัน 4 คน (ลูกติดเมียอีก 1 เป็น 5 คน) แต่ก็ได้เลิกรากันไปนานกว่า 10 ปีแล้ว ด้วยความที่ยังรักเหมือนวันแรกที่รู้จัก ครั้งนี้จึงอยากจะกลับมาขอคืนดี เพื่อเริ่มต้นชีวิตครอบครัวกันใหม่เท่านั้น

หญิงอายุ 52 ปี อดีตภรรยา บอกว่า ย้อนกลับไปตอนที่อยู่ด้วยกัน อดีตสามีเอาแต่ดื่มสุราทุกวัน พอเมาก็ด่ากันข้ามวันข้ามคืน บางครั้งก็มีการทุบตีกันบ้าง จนเธอทนไม่ไหว สุดท้ายจบด้วยการหย่าร้าง เลิกรากันมากว่า 10 ปี จากนั้นเธอก็ไปอยู่กับแฟนใหม่ แต่อดีตสามีก็ยังตามมาระรานอยู่ตลอด กระทั่งครั้งนี้อดีตสามีเมาสุราแล้วบุกเอากรรไกรมาจี้บังคับให้กลับไปคืนดี

เบื้องต้น ตำรวจได้ควบคุมตัวชายอายุ 57 ปี ผู้ก่อเหตุ ไปสงบสติอารมณ์ที่โรงพัก รอให้ใจเย็น ก่อนจะเชิญทั้งคู่มาพูดคุยไกล่เกลี่ยกันต่อไป

Chonburi Sponsored
อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม