Chonburi Sponsored

รวบแล้ว! เด็กปวช.ปี1แปดริ้ว มีดพร้าไล่ฟันเด็กต่างสถาบัน อึ้ง คนรู้จักกัน ไล่ฟันเพราะสีเสื้อ

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

แค่เสื้อต่างสีต่างสถาบันทำเปลี่ยนจากมิตรกลายเป็นศัตรู ทั้งที่เพิ่งเข้ามาร่วมเบิร์ดเดย์กันเมื่อปีกลาย พลิกจากดีเป็นร้าย ถึงกลับเตรียมการมาลงมือก่อเหตุวิ่งไล่ล่าใช้มีดพร้าพร้อมที่จะเข่นฆ่ากัน สุดท้ายหนีไปไม่รอดจากเงื้อมมือ จนท.ตำรวจ หลังถูกตามรวบตัวได้พร้อมของกลางในข้อหาหนัก 

วันที่ 9 มี.ค.65 เวลา 16.20 น. ที่ สภ.แสนภูดาษ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา พล.ต.ต.นันทวุฒิ สุวรรณละออง ผบก.ฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย พ.ต.อ.จิรวัฒน์ ยอดกระโหม ผกก.แสนภูดาษ และ จนท.นายตำรวจผู้เกี่ยวข้องได้นำของกลางเป็นอาวุธมีดดาบลักษณะหัวตัดยาวประมาณ 50 ซม. หมวกกันน็อค พร้อมด้วยเสื้อผ้าชุดของคนร้ายที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ มาตั้งโต๊ะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน

กรณีที่มีการเผยแพร่คลิปภาพผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดีย ในขณะที่มีวัยรุ่นชายกำลังใช้มีดของกลางออกมาวิ่งไล่ฟันวัยรุ่นชายจำนวน 2 คน ขณะลงจากรถประจำทางกลับจากการเดินทางไปเรียนยังที่สถาบันอาชีวะศึกษาเอกชนแห่งหนึ่ง ย่านถนนสาย 315 (ศุขประยูร) ชลบุรี-พนัสนิคม และมายืนอยู่ริมถนนสาย 314 ฉะเชิงเทรา-บางปะกง (สิริโสธร) เพื่อที่จะข้ามถนนกลับเข้าไปยังบ้านพัก ภายในซอยวัดแสนภูดาษ พื้นที่ ม.3 ต.แสนภูดาษ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อเวลา 16.50 น. ของวันที่ 5 มี.ค.65 ที่ผ่านมา

โดย พล.ต.ต.นันทวุฒิ ระบุว่า ผู้ก่อเหตุรายนี้ยังเป็นเยาวชนวัยเพียง 16 ปี ชื่อนายเจมส์ (นามสมมุติ) กำลังเป็นนักศึกษาสายอาชีวะ สาขาช่างกลโรงงาน ระดับ ปวช.ชั้นปีที่ 1 ในสถาบันการศึกษาย่าน ต.ลาดขวาง อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา หลังจากก่อเหตุแล้วได้หลบหนีไปกบดานอยู่กับเพื่อนรุ่นพี่ย่าน อ.บางปะกง ขณะที่ฝ่ายสืบสวน สภ.แสนภูดาษ และ สืบสวน ภ.จว.ฉะเชิงเทรา ได้ทำการแกะรอยผู้ก่อเหตุจากภาพในกล้องวงจรปิดจนทราบถึงเบาะแสของคนร้าย

และสามารถติดตามจับกุมตัวมาได้ในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้ หรือเพียงแค่ 1 วันหลังจากมีการเผยแพร่ภาพทางสื่อโซเชียลเมื่อวันที่ 7 มี.ค.65 พร้อมของกลาง อาวุธปืนปากกาเพิ่มเติมอีก 1 กระบอก จากภายในห้องพักของเพื่อนรุ่นพี่ที่ อ.บางปะกง ส่วนของกลางในวันก่อเหตุประกอบด้วยมีดดาบลักษณะตัดปลาย หมวกกันน็อค รองเท้า และชุดที่สวมใส่มาในวันก่อเหตุ

หลังการจับกุมตัวได้แล้ว และนำมาสอบปากคำผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพว่าได้เป็นคนก่อเหตุจริง ตามภาพที่ปรากฏภายในกล้องวงจรปิด จึงได้ตั้งข้อกล่าวหาว่า “พกพาอาวุธมีด,พยายามทำร้ายร่างกายผู้อื่น, และข้อหาทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว” เพื่อเตรียมนำส่งแถลงต่อศาลเยาวชนดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไปในวันพรุ่งนี้ (10 มี.ค.65) ส่วนคดีเกี่ยวกับอาวุธปืนปากกานั้น ได้นำตัวรุ่นพี่เจ้าของห้องพัก ส่งดำเนินคดียังที่ สภ.บางปะกง ด้วยเช่นเดียวกัน

ขณะเดียวกัน นายโดนัท (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ผู้เป็นเหยื่อ กล่าวว่า ตนเองพร้อมด้วย นายบีม (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี เพื่อนสนิทและเรียนอยู่ห้องเดียวกัน ในสถาบันอาชีวะศึกษาเอกชนย่าน จ.ชลบุรี สาขาวิชาช่างอิเล็กทรอนิกส์ ชั้นปีที่ 2 ซึ่งเป็นบุคคลที่ถูกไล่ทำร้ายตามที่ปรากฎในคลิปภาพนั้น

ยืนยันว่าไม่เคยมีเรื่องทะเลาะบาดหมางอะไรกลับทางผู้ก่อเหตุมาก่อนเลย อีกทั้งผู้ก่อเหตุยังเป็นเพื่อนรุ่นน้องที่มีบ้านพักอาศัยอยู่ภายในซอยเดียวกันย่านหน้าวัดแสนภูดาษ และยังเคยเห็นกันมาตั้งแต่เมื่อสมัยเรียนชั้นประถมศึกษา แม้จะไม่สนิทคุ้นเคยกัน แต่ก็ยังเป็นคนในซอยเดียวกันและเคยเห็นกันอยู่เป็นระยะ อีกทั้งเมื่อช่วงปีที่แล้ว ผู้ก่อเหตุยังได้เดินทางมาร่วมในงานวันเกิดของตนเองยังที่บ้านพักด้วย

โดยเขามากับกลุ่มเพื่อนๆ ของตนในวันนั้น จนงานเลิกเขากลับบ้านไม่ได้ ทางบิดาของตนยังได้พาขับรถไปส่งจนถึงยังที่บ้านเขาด้วย เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากพบเจอหน้าเขาอยากจะบอกอะไรกับเขาไหม “โดนัท” บอกว่า ไม่รู้จะบอกอะไรดี เพราะพูดไม่ถูกอีก ทั้งตนเองก็ไม่ได้คิดอะไรกับเขา จึงไม่รู้ว่าจะบอกอะไรต่อเขาดี เมื่อถามว่าหากเขาสำนึกผิดอยากจะมาขอโทษจะรับคำขอโทษและให้อภัยเขาไหม “โดนัท” บอกว่ายอมรับและให้อภัย นายโดนัท ระบุ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

Chonburi Sponsored
อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม