วันจันทร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.
พท.ติดลมขู่ซักฟอกรถไฟฟ้าสีเขียว
อย่าชิงยุบสภา
อ้างมีข้อมูลเชิงลึกไว้ถล่มรัฐบาล
รัฐสภานัดพิจารณา 10 ร่างพรป. 24 ก.พ.
แรมโบ้จับตา ก.ม.เลือกตั้ง-พรรคการเมืองเอื้อใคร
‘ธนกร’ อัดฝ่ายค้านอย่าจ้องแต่ดิสเครดิตรบ.
เคาะแล้วรัฐสภานัดถก “10 ร่างพ.ร.ป.การเลือกตั้ง-พรรคการเมือง” 24-25 กุมภาพันธ์นี้ “สว.” ตั้งป้อมติวเข้มก่อนวันจริง เน้นเช็คละเอียด“ซุก-เอื้อประโยชน์-ทำลายส่วนรวม” หรือไม่ ขณะที่ “แรมโบ้” ดักคอ “เพื่อไทย” เสนอแก้กฎหมายเปิดทางคนที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคครอบงำพรรคได้ เพราะอยากให้ “ทักษิณ” กลับมาเชิดหน้าชูคอสั่งการหรือไม่ ด้าน “ธนกร” เอือมระอาฝ่ายค้านแค่พูดเอามันส์ดิสเครดิตรัฐบาล “โจ้” ยังไม่จบคาใจรถไฟฟ้าสีเขียว ขู่เปิดสมัยประชุมพฤษภาคมนี้ เจอซักฟอกใหญ่ ทั้งเดินสาย 4 ภาคฟ้องประชาชน
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้นัดประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พรป.) ที่ใช้ในการเลือกตั้ง ซึ่งมีส.ส.เข้าชื่อเสนอรวม 10ฉบับ ได้แก่ ร่างพรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ… จำนวน 4 ฉบับ แบ่งเป็นของคณะรัฐมนตรี เสนอ, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่านหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ, นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและคณะเสนอและ ร่างพรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่…) พ.ศ… จำนวน 6 ฉบับ แบ่งเป็น เสนอโดย ครม., นพ.ชลน่าน, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคประชาชาติ, ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล, นายพิธา และนายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ และคณะ เป็นผู้เสนอโดยพิจารณา ในวันที่ 24-25ก.พ.โดยเร่ิมเวลา 09.00 – 21.00น.ของทั้ง2วัน
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 18ก.พ.ที่ผ่านมา ได้มีการหารือร่วมกันระหว่าง 3 ฝ่าย คือ คณะกรรมาธิการกิจการวุฒิสภา, ตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาล และ ตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อจัดสรรเวลาในการประชุม และมีข้อสรุปคือ ผู้เสนอร่างพ.ร.ป. จำนวน 5 ชั่วโมง, ส.ว. 6 ชั่วโมง, พรรคร่วมรัฐบาล 6 ชั่วโมง, พรรคร่วมฝ่ายค้าน 6 ชั่วโมง และ ประธานในที่ประชุม 1 ชั่วโมง รวมเวลา 24 ชั่วโมง และมีแนวทางการพิจารณา คือ รับหลักการ และตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน จำนวน 49 คน แบ่งเป็นครม. 8 คน,ส.ว. 14 คน และ ส.ส. 27 คน.
สว.จ่อหั่นพวกซุกประโยชน์
ทั้งนี้ ในส่วนของสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) นั้น มีประเด็นที่ต้องหารือถึงเนื้อหาและสาระที่ส.ส.เสนอ โดยนายจเด็จ อินสว่าง ส.ว. เปิดเผยว่า ในวันที่ 23ก.พ.นี้ จะจัดสัมมนาเพื่อดูรายละเอียด โดยมีวิทยากร ได้แก่ ตน,นายสมชาย แสวงการ, นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย, นายวันชัน สอนศิริ และ นายกล้านรงค์ จันทิก ส.ว. ขณะที่แนวทางพิจารณา คือรายละเอียดประเด็นที่เสนอ ว่ามีประเด็นใดที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ส่วนการลงมติว่าจะรับหรือไม่รับนั้น เป็นเอกสิทธิของส.ว. สำหรับเวทีที่จัดก็เพื่อให้ความเห็นของข้อสังเกต
“การเสนอร่างกฎหมายยลูกนั้น จะพิจารณารายละเอียดว่ามีบางอย่างซุกซ่อนไว้ เป็นประโยชน์ประชาชนหรือไม่ หรือเพื่อเป็นประโยชน์กับพรรคหนึ่งพรรคใด หรือช่วยเหลือดูแลหรือไม่ หรือเป็นเรื่องที่ทำลายหลักการ หรือไม่ใช่เรื่องเพื่อส่วนรวมหรือไม่ โดยก่อนการสัมมนานั้นวิทยากรจะนัดหารือกัน ในวันที่ 22ก.พ.ด้วย”นายจเด็จ กล่าว
ดักคอพท.เปิดทางแม้วคุมพรรค
นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเสนอแก้ไขร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ของพรรคเพื่อไทย ที่มีการเสนอแก้ไขมาตรา 28 และ 29 ห้ามบุคคลอื่นที่ไม่ใช่สมาชิกควบคุม ครอบงำ ชี้นำพรรคไม่ว่าทางตรง ทางอ้อม ว่าเป็นการแสดงให้เห็นแล้วว่าพรรคเพื่อไทยอาจอยากเปิดตัวนายใหญ่ นายทักษิณ ชินวัตร ในการเข้ามาสั่งการพรรคเพื่อไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาคล้ายจะมีพฤติกรรมเข้ามาครอบงำพรรค ทั้งวีดีโอคอลมาหาสมาชิกพรรคพูดถึงการเตรียมแผนการเลือกตั้งของพรรคให้ชนะแบบแลนด์สไลด์ และนายทักษิณยัง ทวิตเตอร์–อัดคลิป หาเสียงให้กับผู้สมัครนายกฯ อบจ.เชียงใหม่ของพรรคอีก จนนำไปสู่การร้องเรียนให้ยุบพรรค
แฉเพื่อไทยกลัวถูกยุบพรรค
“สงสัยพรรคเพื่อไทยจะกลัวถูกยุบพรรค เพราะมีคนไปร้องหลายครั้ง จากนายทักษิณเข้ามาสั่งการในพรรค จุ้นจ้านภายในพรรคตลอดเวลาที่ผ่านมา จึงอยากจะแก้กฎหมายให้ถูกต้อง เพื่อให้ได้เข้ามาครอบงำพรรคอย่างสบายใจและถูกกฎหมายหรือไม่ และอย่าคิดว่าประชาชนจะรู้ไม่ทันพรรคเพื่อไทยว่ากำลังทำอะไร ตนเองยังขอถามว่าการที่ให้คนที่กระทำความผิด หนีคดีไปอยู่ต่างประเทศมีความสุข เข้ามาทำงานทางการเมืองเชิดหน้าชูคอ ไม่ละอายใจบ้างหรืออย่างไร
พร้อมขอให้ประชาชนตัดสินใจว่าพรรคการเมืองที่เอานักโทษหนีคดี โกงกินบ้านเมือง กลับเข้ามาคลุมพรรคแบบไม่ผิดกฎหมาย เป็นการทำเพื่อประโยชน์ของพรรคตัวเอง ไม่สนใจประเทศชาติประชาชน หากได้รับเลือกตั้งเข้ามาเป็นผู้แทนอีกแล้วจะทำงานเพื่อประโยชน์ของใครหรือเพื่อนายใหญ่หรือไม่ บรรดา สส.เพื่อไทยยังไม่เอาปี้บมาคลุมหัวอีกหรือ ที่นายทักษิณเปรียบเปรยว่าเป็นเจ้าของคอกหมา ไม่ให้เกียรติผู้แทนของประชาชนเลยสักนิด แถมยังจะคิดแก้กฎหมายเอาเจ้าของคอกหมา มาครอบงำอยู่อีก ควรเผ่นหนีออกจากคอกหมาได้แล้ว ออกมาแบบมีศักดิ์ศรีผู้แทนของประชาชนจะดีกว่าไหม
“ธนกร” ตามโต้ฝ่ายค้าน
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ภาพรวมการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 คำชี้แจงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม รวมถึงรัฐมนตรีแต่ละท่าน ตอบไม่ตรงคำถาม ถามวัวตอบควาย บางคำถามก็ไม่มีคำตอบว่า ถ้าหากฝ่ายค้านเปิดใจกว้างก็จะพบกับความจริงว่า นายกฯ ตอบคำถามได้ครอบคลุมชัดเจนในทุกประเด็น ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับที่ฝ่ายค้านหวังเอาไว้ว่า รัฐบาลอาจจะตอบได้ไม่ชัดเจน ฝ่ายค้านเองจึงออกอาการเป๋ ทำตัวไม่ถูก เปลี่ยนจากอภิปรายแบบ ส.ส.อภิปรายในสภาฯ กลายเป็นนักเลงอันธพาล เน้นยั่วยุ เสียดสี สาดโคลนชนิดที่ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ดังนั้น หากบอกว่าบางคำถามไม่มีคำตอบนั้น เชื่อว่าฝ่ายค้านเองก็คงไม่ได้หวังจะได้คำตอบ หรือพูดชัดๆ ก็คือ หูไม่ได้สนใจจะฟังคำตอบเลย แต่หวังเอามันส์ ขอให้ได้ดิสเครดิตรัฐบาลก็พอ
สับฝ่ายค้านหันไปมองตัวเอง
“การอ้างว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญประชาชนเรียกร้องให้ตัดอำนาจ ส.ว.ไม่ให้เลือกนายกฯ นั้น ไม่แน่ใจว่าประชาชนหรือฝ่ายค้านกันแน่ที่เรียกร้อง ทั้งๆ ที่ฝ่ายค้านเองทราบดีอยู่เต็มอกว่า เรื่องนี้ไม่ใช่อำนาจของท่านนายกฯ แต่เป็นเรื่องที่ ส.ส.ต้องไปพิจารณากันเองในสภาฯ ส่วนที่บอกว่า ท่านนายกฯ ลุกขึ้นตอบโต้ด้วยอารมณ์ แต่ไม่มีเนื้อหาชี้แจงประเด็นข้อซักถามนั้น ฝ่ายค้านควรหันกลับไปมองตัวเองก่อนจะดีกว่าว่า จริงๆ แล้วฝ่ายค้านถามด้วยเนื้อหาหรือว่าถามแบบอารมณ์อันธพาล และเนื้อหาที่ว่าเป็นข้อซักถามนั้นเป็นการซักถามจริงหรือไม่ หรือแค่หวังก่อกวนไปวันๆ เท่านั้น อยากให้เลิกนิสัยว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองเสียที เพราะประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร ทุกวันนี้จะมีหรือไม่มีฝ่ายค้านก็แทบจะไม่ต่างกันอยู่แล้ว เพราฝ่ายค้านไม่เคยทำหน้าที่ของตัวเอง”นายธนกร กล่าว
ชี้เขียนกำกวมต้องชัดทำอะไรได้-ไม่ได้
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงร่างพระราชบัญญัติประกอบ (พรป.) รัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองของพรรค พท.ที่เสนอแก้ไขมาตรา 28และมาตรา29 สามารถให้บุคคลอื่นให้คำปรึกษา แนะนำ เสนอแนะ หรือให้ข้อมูลแก่พรรคการเมือง เพื่อประกอบการตัดสินใจในการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองได้ ว่า คนที่ไม่เห็นด้วยก็กล่าวหาว่าเป็นการสอดไส้ เพื่อเอื้อต่อ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯแต่ประเด็นคือ การบัญญัติมาตรา28และ29 ที่ห้ามบุคคลครอบงำชี้นำเราต้องการแก้ไขเพิ่มเนื้อหาว่า ในกรณีให้คำปรึกษาแนะนำที่เป็นประโยชน์ไม่เกี่ยวกับการบริหารจัดการ ซึ่งสามารถกระทำได้ ดังนั้นบุคคลภายนอกจะเป็นใครก็ได้ ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองนั้น เพราะหลักการทั่วไปมันเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว แต่เราก็เขียนให้มันชัดขึ้นก็เท่านั้นเอง
เมื่อถามว่า ร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมือง ฉบับของพรรค พท. เมื่อเข้าสู่ที่ประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณา จะผ่านด่านของพรรคการเมืองซีกรัฐบาลและสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ยากหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เขาคงไม่เห็นด้วยอยู่แล้วตีตกโดยไม่รับหลักการแน่นอน แต่ยืนยันว่า หากไม่รับหลักการจริงก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร ในเมื่อไม่รับหลักการก็หมายความว่าไม่รับก็แค่นั้น เมื่อถามว่า ที่แก้ไขร่าง พรป.พรรคการเมืองแบบนี้ เพราะมีผู้ร้องใช้2มาตรานี้จ้องบุบพรรค พท.ใช่หรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ใช่ เพื่อให้มันชัดเจนขึ้นว่า ประเด็นอะไรควรร้องไม่ควรร้อง เช่น หากเห็นว่าบุคคลภายนอกบริจาคเกิน10ล้านบาท อันนี้เราไม่ว่าอะไรเลย เถียงไม่ได้ เพราะเงิน 10ล้านบาทมันสามารถครอบงำชี้นำพรรคการเมืองได้ หรือถ้าปรากฎหลักฐานชัดเจนว่าบุคคลภายนอกพูดอะไรอย่างหนึ่ง ทำให้พรรคการเมืองนั้นต้องทำตาม โดยที่ไม่มีอิสระในการโต้เถียงโต้แย้ง และพรรคการเมืองก็ยอมทำตาม แบบนี้ก็ว่ากันไป
“โจ้”ตามลุยซักฟอกสายสีเขียว
นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส. มหาสารคาม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงสรุปผลอภิปรายทั่วไปที่ผ่านมา ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา บอกว่า ตนเป็นพระรามประยุทธ์และบอกตัวเองเป็นนักเลงข้างถนน แต่ตนประเมินให้ตก ให้รัฐบาล 40 คะแนน เพราะทั้งปัญหาของแพง หมูแพง โควิด ทุจริต ยังไม่ตอบให้ชัดเจน เช่น ปมรถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่อภิปรายไป 40 นาที แต่นายกฯ ไม่ตอบ จึงขอตั้งคำถาม 7 ข้อ ได้แก่ 1.ส่วนต่อขยาย จากแบริ่งไปสมุทรปราการ ยังไม่มีการชำระค่าก่อสร้างเลย จึงเป็นกรรมสิทธิ์ ของ รฟม.แต่จะโอนไปให้BTS 2.การวิ่งรถ ต่อสัญญา จากปี2572 เป็นปี 2585 ซึ่งการจ้าง และขยายวิ่งรถ กทม. เอาอำนาจอะไรไปขยายสัญญา 3.คำสั่งมาตรา 44หรือศรพิเศษ ในการใช้ ม.44 (3/ 2562) เพื่อไม่ใช้ พ.ร.บ.ร่วมทุน จึงถามว่าทำไมไม่ใช้กฎหมายปกติ จนทำให้การต่อสัญญา ไม่มีคู่แข่ง ทำไมให้ BTS ที่เดียว
4. การที่ ภูมิใจไทย พูดเองว่าถ้าไม่ดำเนินการให้ถูกกฎหมาย ก็จะยังคัดค้านเหมือนเดิม จึงถามว่าเหตุใดไม่ตอบ 5.จงใจทำผิดสัญญาสร้างหนี้ 37,000 ล้านบาท เอื้อประโยชน์ให้ BTS โดยจงใจให้ กทม. จ้าง BTS วิ่ง ส่วนต่อขยาย โดยไม่มีคู่แข่งและการให้คนนั่งฟรี ตั้งแต่ปี 61 เป็นการเปิดทางขยายสัมปทาน โดยอ้างการเป็นหนี้ 6.รฟม.ระบุมีราคาสูงสุด ทุกเส้นทาง 42บาท และรัฐบาลยกปมราคามาอ้าง อ้างราคา เหตุใด ไม่ให้หมดสัญญา ปี2572และให้มาเป็นของรัฐ ก็จะเป็นของ รฟม.และใช้ตั๋วใบเดียวได้ 7.การที่ ผอ.สคร.ยืนยันว่าถูกต้อง ก็เป็นการถูกเพราะมาตรา 44 เหตุใด จึงไม่ใช้ พรบ.ร่วมทุน
เชื่อยุบสภาเกิดขึ้นแน่นอน
นายยุทธพงศ์ ระบุ พล.อ. ประยุทธ์ จงใจทิ้งทวน 4แสนล้านบาท เหตุใดไม่ปล่อยให้ผู้ว่า กทม.คนใหม่ ที่กำลังจะมีการเลือกตั้งมาแก้ปัญหา การที่ พล.อ.ประยุทธ์ มาอ้างว่าตนเหมือนนักเลง ข้างถนนตนขอท้าดีเบตกับพลเอกประยุทธ์ ในเรื่องรถไฟฟ้าสีเขียว ดังนั้นขอให้รอการอภิปรายไม่ไว้วางใจวันที่22 พฤษภาคม จะนำเรื่องนี้มาอภิปรายด้วยข้อมูลเชิงลึกและขอให้อย่าชิงยุบสภาหนี ก่อนแล้วกัน
นายยุทธพงศ์ ยังกล่าวถึงปัญหาโควิด-19 ว่า วันนี้ มีผู้ป่วยเพิ่ม สถานการณ์หนักมาก อาทิตย์หน้า ตัวเลขแต่ละวัน น่าจะทะลุ 2 หมื่น รวมๆ แล้ว ป่วยน่าจะล้นระบบสาธารณสุขแล้ว จึงให้คนป่วยรักษาตัวอยู่ที่บ้าน
ด้านนาย จิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ส.ส. นนทบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าการอภิปรายที่ผ่านมา ตามมาตรา 152 ขนาดพรรคเพื่อไทยมีการกั๊กข้อมูล เพื่อจะนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต่อไป ยังทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ มีสภาพที่ตนเห็นว่าเละตุ้มเป๊ะ โดยไม่มีคนออกมาช่วย ดังนั้นเชื่อว่า วันนี้ ส.ส.รัฐบาล ไม่ออกมาช่วย เป็นเพราะความแตกร้าวในพลังประชารัฐ และถ้าพลเอกประยุทธ์ บอกว่า ตนเอง เป็นพระราม วันนี้ ก็แสดงว่า ทั้งพระลักษณ์ และ หนุมาน ได้หายไปหมดแล้ว จึงเชื่อว่าอาจมีการชิงลาออก หรือ ยุบสภา เกิดขึ้นแน่นอน
“ธรรมนัส”สร้างที่ฌาปนกิจศพ
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคเศรษฐกิจไทย โพสต์เฟซบุ๊คระบุว่า “วันนี้ผมได้มาร่วมทำบุญที่จังหวัด นราธิวาส ซึ่งครั้งหนึ่งผมเคยใช้ชีวิตในช่วงวัยเรียนที่นี่ วันนี้ผมดีใจกับคน บ้านโคกชุมบก ต.บางขุนทอง อ.ตากใบ จ.นราธิวาส มากๆที่ได้รับปัจจัยจากการทอดผ้าป่าเพื่อสร้างสถานที่ฌาปนกิจของหมู่บ้านขึ้นเองครับ ขอให้บุญกุศลที่ผมได้ทำในวันนี้ไปถึงพี่น้องประชาชนทุกท่าน มีความสุขความ ปลอดภัยจากโรคภัยทั้งปวง บุญรักษาเทวดาคุ้มครองทุกท่านครับ#บายดีมี๊”
แห่ให้กำลังใจ’สุชาติ ชมกลิ่น’
ที่สำนักงานพรรคพลังประชารัฐ เขต 1 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี กลุ่มพลังมวลชนกว่า 1,000 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้นำท้องถิ่น รวมทั้งประชาชนได้มาร่วมให้กำลังใจ อาทิ กลุ่มพลังใหม่เมืองชลบุรี กลุ่มพลังใหม่เมืองบ้านสวน กลุ่มพลังใหม่เสม็ด กลุ่มพลังใหม่อ่างศิลา กลุ่มพลังใหม่เหมือง รวมทั้งนายก อบต.ในเขตพื้นที่ อ.เมืองชลบุรี อ.พานทอง อ.พนัสนิคม และอีกหลายพื้นที่ใน จ.ชลบุรี กับนายสุชาติ ชมกลิ่น หรือ รัฐมนตรีเฮ้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน หลังจากมีดราม่าในโลกโซเซียลกับกลุ่มบ้านใหญ่ โดยมีการมอบดอกกุหลาบ กระเช้าของขวัญ พร้อมทั้งให้กำลังใจสู้ๆ ต่อไป นอกจากนี้ ยังมีบุคคลสำคัญมาร่วมให้กำลังใจ อาทิ นายสมชาติ คุณปลื้ม น้องชายกำนันเป๊าะ หรือนายสมชาย คุณปลื้ม อดีตนายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข นายสมโพธิ์ นะมะอะอุ สมาชิกสภาจังหวัดชลบุรี เขต อ.เมืองชลบุรี
นายสมชาติ กล่าวว่า ตนเองอยู่กับรัฐมนตรีเฮ้งมานานหลายปี ตั้งแต่เด็กๆ ความจริงไม่อยากให้มีการเปลี่ยนแปลง แต่มีความจำเป็นจริงๆ ที่จะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง สำหรับตนเห็นการทำงานของรัฐมนตรีเฮ้งยอมรับว่า สุดยอด ใจนักเลงเกิน100เปอร์เซ็นต์ ช่วยอย่างเดียวไม่หวังอะไรตอบแทน อยากให้รัฐมนตรีสู้ๆ
ฝ่ายค้านเดินสายพบประชาชน
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกิจกรรมของพรรคร่วมฝ่ายค้านและการมีส่วนร่วมของประชาชน (ฝ่ายค้านเพื่อประชาชน) หลังจากปิดสมัยประชุมสภาฯว่า เรามีโครงการฝ่ายค้านพบประชาชนซึ่งจะไปทั้งหมด 4 ภาค คร่าวๆ คือ ช่วงวันที่ 13มี.ค. ประเดิมที่ภาคกลาง คือ กรุงเทพมหานคร ช่วงวันที่ 27มี.ค. ที่จังหวัดน่าน ช่วงวันที่ 24เม.ย. ที่จังหวัดนครราชสีมา และช่วงวันที่ 1พ.ค. ที่ จังหวัดชลบุรี โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรคจะได้ลงพื้นที่พบปะกับประชาชนเพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น และรับฟังข้อเสนอของประชาชน ซึ่งกิจกรรมจะแบ่งออกเป็น 2 กิจกรรม คือ การเสวนาทางด้านการเมืองโดยยกประเด็นที่เป็นประโยชน์มาให้ประชาชนได้ร่วมคิด และอีกกิจกรรมคือ การลงพื้นที่ไปยังพื้นที่ที่มีปัญหาต้องแก้ไข อย่างไรก็ตาม กรอบการเดินสายนี้เป็นเพียงการวางกรอบไว้คร่าวๆ โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านจะประชุมกันในเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่งในวันที่ 21 ก.พ.นี้ เพื่อกำหนดทิศทางร่วมกันให้ชัดเจน เมื่อถามว่า จะไม่ถูกมองว่าเป็นการเดินสายลงพื้นที่หาเสียงล่วงหน้าใช่หรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ไม่ใช่ นี่เป็นภารกิจที่ถูกกำหนดไว้ใต้ขอบเขตการทำงานของฝ่ายค้าน เรามีการทำกิจกรรมลักษณะนี้ทุกปี
สนธิรัตน์เดินสายกาญจนบุรี
วันเดียวกัน ที่ศูนย์เรียนรู้โรงเรียนชาวนา ต.หนองสาหร่าย อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ แกนนำและผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสร้างอนาคตไทย พร้อมด้วยนายวัชระ กรรณิการ์ กรรมการประสานงานพรรคฯ และผู้ร่วมก่อตั้งพรรคฯ อาทิ นายศิวโรฒ จิตนิยม นายนริศ เชยกลิ่น นายบุญส่ง ชเลธร นายมนต์ชีพ ศิวะสินางกูร ลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรี พบปะเครือข่ายร่วมอุดมการณ์สร้างอนาคตไทยกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากและปราชญ์ชาวบ้านจากภาคกลางและภาคตะวันตกกว่า 20 คน เพื่อแลกเปลี่ยนและรับฟังความคิดเห็นในการจัดทำยุทธศาสตร์และนโยบายของพรรคเพื่อสร้างอนาคตเศรษฐกิจฐานราก แก้ปัญหาปากท้องประชาชน พร้อมเยี่ยมชมตัวอย่างความสำเร็จการดำเนินงานโครงการเศรษฐกิจฐานรากของเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนในจ.กาญจนบุรี
นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ขณะนี้พรรคมีผู้ที่แสดงเจตจำนงที่จะเข้ามาร่วมงานกับพรรคเป็นจำนวนมาก ซึ่งทุกคนล้วนต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และในวันนี้มีกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากและปราชญ์ชาวบ้านทั้งจากภาคกลางและภาคตะวันตก อาทิ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม ที่เห็นทิศทางนโยบายของพรรค ได้เข้ามาร่วมอุดมการณ์ ซึ่งทุกท่านเหล่านี้ล้วนแต่เป็นคนที่ทำงานขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจฐานรากและมีประสบการณ์ที่จะเข้ามาเป็นกำลังสำคัญของพรรค ซึ่งเป็นจุดที่แสดงให้เห็นว่าพรรคมีความพร้อมทั้งด้านนโยบายและบุคลากรที่จะมาเข้ามาทำงานให้กับประเทศและพี่น้องประชาชนจริงๆ และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มารวมตัวกัน ต่อจากนี้จะเกิดกระบวนการทำงานร่วมกันในการตกผลึกเพื่อกำหนดเป็นนโยบายการแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานราก แก้ปัญหาหนี้สิน แก้ปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนที่ต้องต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลง และปัญหาอุปสรรคต่างๆ ”นายสนธิรัตน์ กล่าว