ศึกโจ๋นครสวรรค์ลาม!อ้างร้องเรียนโดนกำนันบุกตบคาบ้าน แถมมีตำรวจไปด้วย แต่เรื่องเงียบ
เผยแพร่: ปรับปรุง: โดย: ผู้จัดการออนไลน์
นครสวรรค์ – ตีแผ่ศึกโจ๋นครสวรรค์บ้านเดียวกัน ลามจากเหล่หญิง-มีเรื่องกระทบกระทั่งกันข้ามปี จนถึงขั้นยกพวกไล่ฟันกันมาแล้ว หลังสงกรานต์มีบุกเคลียร์ถึงบ้าน จนบานปลายลูกบ้านร้องกำนันฯบุกตบคาบ้านแล้วเรื่องเงียบ
กรณีนางปริศนา รัตนธรรม อายุ 38 ปี ร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองและลูกชาย รวมถึงลูกสาว ถูกวัยรุ่นกลุ่มลูกกำนันยกพวกทำร้ายร่างกายถึงบ้าน และขว้างปาของแข็งทำลายทรัพย์สินจนได้รับความเสียหาย หนำซ้ำยังถูกนายเฉลิม ทองแพง อายุ 45 ปี กำนันตำบลบ้านแก่ง อ.เมืองนครสวรรค์ พ่อของหนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ พาชายฉกรรจ์มาทำร้ายซ้ำเติม
โดยกำนันได้ใช้มือหนึ่งจิกผมลูกชาย และใช้มืออีกข้างตบที่ใบหน้าของลูกชายหลายครั้ง จนตนเองกับลูกสาวต้องรีบเข้าไปโอดกอดลูกพร้อมกับร้องขอชีวิต ซึ่งมีหลักฐานเป็นคลิปวันที่เกิดเหตุ เมื่อคืนวันที่ 17 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา ที่หน้าบ้านของนางปริศนา ในพื้นที่หมู่ 2 ต.บ้านแก่ง อ.เมือง จ.นครสวรรค์
แต่เมื่อไปแจ้งความกับตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ เรื่องกลับเงียบหาย ไม่มีความคืบหน้า เกรงว่า จะไม่ปลอดภัย และไม่ได้รับความยุติธรรม จึงนำเรื่องมาร้องเรียนกับทางผู้สื่อข่าว
ต่อมานายเฉลิมได้เปิดใจยอมรับว่า ทำจริงตามที่ถูกกล่าวหา แต่เป็นการทำเพื่อหยุดยั้งไม่ให้ลูกของนางปริศนา ที่กำลังอยู่ในอาการเดือดไปก่อเหตุซ้ำให้เรื่องบานปลานอีก พร้อมกับยืนยันว่าไม่ได้เข้าข้างลูกชาย ให้ทางฝั่งคู่กรณีดำเนินการตามกฏหมายกับลูกชายได้เต็มที่
ด้าน พ.ต.อ.เสฎฐวุฒิ รอดจันทร์ ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ เปิดเผยว่า เรื่องเกิดขึ้นหลายวันแล้ว ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา มีการเดินทางมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วตามบันทึกประจำวัน ไม่ได้ปฏิเสธการรับแจ้งความแต่อย่างใด พนักงานสอบสวนได้เรียกคู่กรณีมาสอบสวนเบื้องต้น และให้ไปตรวจร่างกายแล้ว
แต่ที่ปล่อยคดีมานานหลายวันนั้น พนักงานสอบสวน เห็นว่าคู่กรณีเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน ต้องการให้ไปไกล่เกลี่ยกันก่อน แต่เมื่อไม่สามารถตกลงกันได้ พนักงานสอบสวนก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้น 11 พ.ค.66 หลังเป็นข่าวได้เรียกคู่กรณีคือกลุ่มลูกกำนันมาสอบปากคำ พร้อมแจ้งความในข้อหาทำร้ายร่างกายแล้ว
พร้อมกับได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนเรียกกำนัน ตำรวจสายตรวจ วัยรุ่นทั้งหมดมาสอบสวนเพื่อแจ้งข้อหาทั้งหมด หากคู่กรณีประสงค์จะแจ้งความดำนเนินคดีพนักงานสอบสวนจะแจ้งทุกข้อกล่าวหา ส่วนค่าเสียหายหากตกลงกันไม่ได้จะดำเนินคดีต่อไป
ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ กล่าวต่อว่า คลิปที่เกิดขึ้นและตำรวจสายตรวจได้รายงานมาว่า วัยรุ่นมีเรื่องวิวาทกันในหมู่บ้าน มีคนแจ้งกำนัน ตำรวจ ไประงับเหตุเบื้องต้นไม่ให้วัยรุ่นไปทำร้ายกันบานปลาย มีการห้ามปรามกัน กำนัน ตำรวจสายตรวจ จึงใช้กิริยาวาจาไม่สุภาพ เจตนาเพื่อปรามวัยรุ่นภาพจึงดูรุนแรง
“ตนเห็นคลิปที่หลุดหมดแล้ว และได้เรียกตำรวจสายตรวจที่ปรากฏในคลิปมาสอบถามและได้ตำหนิไป แต่ยังไม่ได้ตั้งกรรมการสอบสวน เพราะเห็นว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ แต่กิริยาการทำหน้าที่ไม่เหมาะสมเท่านั้น”
นางปริศนา แม่นายหลอด บอกว่า ทั้งตน ลูกสาว และลูกชาย ต่างก็ได้รับบาดเจ็บจากการถูกทำร้ายร่างกายกันหมด รวมถึงรถเก๋ง รถจักรยานยนต์ ถูกของแข็งปาใส่จนบุบเป็นรอยด้วย สร้อยคอทองคำของตน ยังถูกกลุ่มวัยรุ่นกระชากจนขาดอีก 1 เส้น
“ตนและครอบครัวต่างก็รู้สึกผิดหวัง ที่ไปร้องผิดกับใครต่อใคร แล้วเขาก็ไม่ดำเนินการทำอะไรให้สักอย่าง แถมยังต้องอยู่กันอย่างหวาดกลัว โดยเฉพาะลูกชายที่ไม่กล้าออกจากบ้านไปไหน เพราะกลัวว่าจะถูกทำร้ายอีก ตนทนไม่ได้ จึงต้องนำเรื่องมาร้องกับผู้สื่อข่าวให้ช่วย”
นายหลอด วัย 17 ปี ลูกของนางปริศนา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า กลุ่มตน และกลุ่มลูกกำนัน อยู่ในพื้นที่ตำบลเดียวกัน ทางฝั่งลูกกำนัน เขาไม่ค่อยชอบกลุ่มของตนที่มีกันอยู่แค่ 4 คนสักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่เคยมีปัญหากัน กระทั่งวันลอยกระทงปีที่ผ่านมา กลุ่มเอฟโฟร์ของตนไปเจอกับกลุ่มลูกกำนันโดยบังเอิญ แล้วก็มีคนในฝั่งนั้นมาหาว่าตนไปมองหน้าคล้ายกับหมั่นไส้เขา ซึ่งยืนยันว่าไม่เคยไปมองหน้าหาเรื่องเขาเลย ตนก็นั่งพูดคุยกับเพื่อนเฉยๆ แต่เขาก็ไม่ฟัง ยังคงกล่าวหาว่าตนไปมองหน้าหาเรื่อง และพยายามจะหาเรื่องเรื่อยมา
ขณะที่นายพงษ์ (นามสมมุติ) เพื่อนของลูกชายกำนันคู่กรณี เปิดเผยหลังสอบสวนว่า กลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่มีเรื่องกันตั้งแต่เมื่อปลายปีที่ผ่านมาแล้ว เริ่มต้นเกิดจากการไปชอบผู้หญิงคนเดียวกัน จากนั้นก็เกิดเขม่นกันเรื่อยมา กระทั่งตนและกลุ่มเพื่อนถูกนายหลอดยกพวกไล่ตีไล่ฟัน จนตนหน้าผากแตกเลือดอาบ เพื่อนก็ถูกมีดไล่ฟันจนเจ็บ แต่เคราะห์ดีที่คมมีดไม่เข้า จึงแค่เป็นรอยเท่านั้น
ซึ่งต่อมา ก็มีการนัดท้าต่อยกันเกิดขึ้นอีก จนกลายเป็นเรื่องบานปลาย ต่างฝ่ายต่างหาเรื่องกันเรื่อยมา ส่วนเรื่องที่มาปรากฏข่าวตามคลิปนั้น ยืนยันว่าไม่ได้ไปหาเรื่องก่อน แต่เป็นอีกฝ่าย มายั่วโมโห ด้วยการขว้างขวดเข้าใส่ จึงทำให้ตนต้องยกพวกไปที่บ้านของนายหลอด เพื่อเคลียร์ปัญหา โดยมีลูกกำนันขี่รถร่วมไปด้วย
แต่เมื่อไปถึง ปรากฏว่า เจอนายหลอด ยืนรออยู่หน้าบ้าน พร้อมกับแสดงอาการยั่วยุ ด้วยการยืนเต้น แลบลิ้นปลิ้นตาอยู่หน้าบ้าน ตนจึงตะโกนเรียกให้นายหลอดออกมา กลับกลายเป็นว่า นายหลอดเอาขวดเบียร์มาขว้างใส่กลุ่มพวกตนแทน จากนั้นก็มีแม่ และพี่สาวของนายหลอด ถือไม้ออกมาไล่ตีพวกตน ทำให้ต้องหนีแตกกระเจิงกันไป ยืนยันว่า วันนั้น กลุ่มพวกตนหนีเอาตัวรอดกันจริงๆ ไม่ได้ไปรุมทำร้ายแม่ น้องสาว และตัวนายหลอด ตามที่ถูกกล่าวหา
ด้านนายเซฟ นามสมมุติ อายุ 17 ลูกกำนัน เปิดเผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับพ่อกำนัน วันเกิดเหตุยังไม่ทราบเลยว่าพ่อกำนันไปที่เกิดเหตุ การที่ตนและพวก 6 คนบุกไปที่บ้านนายหลอดเพื่อต้องการไปเคลียร์ปัญหากันแต่เมื่อไปถึง นายหลอดได้เอาขวดขว้างใส่จนกลุ่มตนต้องออกจากบ้านนายหลอด โดยไม่เคยได้ทำร้าย หรือแตะเนื้อต้องตัวใครเลย และไม่ทราบเลยว่าพ่อกำนันไปที่เกิดเหตุ และมีเรื่องกันจนนำมาสู่การแจ้งความดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในระหว่างการสอบปากคำ ทั้งแก๊งของลูกกำนัน และตัวกำนันเฉลิม รวมถึงฝั่งนายหลอดและครอบครัว ทำสำนวนเพื่อแจ้งข้อกล่าวหา ฐานทำร้ายร่างกาย และทำให้เสียทรัพย์ แต่ในเบื้องต้น ทั้งฝ่ายลูกกำนัน และฝั่งครอบครัวของนายหลอดยังให้การไม่ตรงกัน โดยทางฝั่งของกลุ่มลูกกำนันให้การปฏิเสธว่า ไม่ได้ทำร้ายร่างกายครอบครัวของนายหลอด แต่อีกฝ่ายยืนยันว่าถูกทำร้าย ส่วนกำนันเฉลิม ก็อยู่ในขั้นตอนการสอบปากคำก่อนที่จะแจ้งข้อกล่าวหาต่อไปด้วยเช่นกัน.