Chonburi Sponsored

การเมือง เริ่มเดือด 2 สจ.กาญจน์ ถูกคนเป็นเจ้าหน้าที่ ขอค้นยาเสพติด ยัน ถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองจากฝ่ายอำนาจรัฐ

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

เผยแพร่:   ปรับปรุง: โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กาญจนบุรี – การเมือง เริ่มเดือด 2 สจ.กาญจน์ ขับรถไปบริจาคเงินช่วยเหลือบ้านคนถูกไฟไหม้ เจอชายฉกรรจ์ ขับแซงปิดหน้าหลังกลางแยกไฟแดง บังคับลงจากรถ อ้างขอค้นยาเสพติด เผย 1 ในชายฉกรรจ์ เป็น ตร.บช.ปส.ยศ พ.ต.ต. ยัน ถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองจากฝ่ายอำนาจรัฐ
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 21.30  น.ของคืนวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา นายนิติกร แสงทอง หรือ สจ.เบ๊นซ์ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 888/1 หมู่ 11 ต.วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี  สมาชิกสภา อบจ.กาญจนบุรี เขตอำเภอเมืองกาญจนบุรี  และ นายพรรษา สายทอง หรือ สจ.โก๊ะ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51 หมู่ 10 ต.ท่าไม้ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี สมาชิกสภา อบจ.กาญจนบุรี เขต อำเภอท่ามะกา 
 
ได้เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ชัยรัตน์ จันทร์อนันต์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ขับรถยนต์ 2 คันปิดหน้าปิดหลัง แล้วบังคับให้ลงจากรถเพื่อตรวจค้นหายาเสพติด โดยชายฉกรรจ์ที่มาด้วยกันมีประมาณ 5-6 คน
 
โดยนายนิติกร แสงทอง หรือ สจ.เบ๊นซ์  เล่าว่า เวลาประมาณ 13.00 น.ของวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนได้ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ หมายเลขทะเบียน ป้ายแดง ก-1772 กาญจนบุรี ออกจาก ต.ลาดหญ้าเพื่อนำเงินจำนวน 10,000 บาท ไปมอบให้กับนางปิยะนุช (ขอสงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่ อสม.อยู่บ้านเลขที่ 9/17 หมู่ 8 บ้านท่าคอกวัว ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี  เนื่องจากบ้านของนางปิยะนุช นั้นถูกไฟไหม้เสียหาย โดยมีนายพรรษา สายทอง เพื่อนที่เป็น  ส.อบจ.กาญจนบุรี ด้วยกันนั่งไปด้วย
 
ขณะที่ตนติดสัญญาณไฟแดงอยู่ที่บริเวณสามแยกไฟแดงบ้านท่าพะเนียด ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง จังหวัดกาญจนบุรี อยู่นั้น อยู่ๆได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ขับรถยนต์กระบะยี่ห้อ อีซูซุ  4 ประตู สีเทา แซงขึ้นไปแล้วจอดขวางปิดด้านหน้าเอาไว้ โดยมีรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุมิวเอ็กซ์ สีดำ จอดขวางด้านท้าย เพื่อไม่ให้ตนขับรถหนีไปได้ จากนั้นได้มีชายฉกรรจ์ ประมาณ 5-6 คนลงมาจากรถ ลักษณะท่าทางคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ
 
ตนจึงสอบถามไปว่า มีอะไร ซึ่ง 1 ในชายฉกรรจ์ได้ตอบกลับมาว่า พวกตนได้รับแจ้งว่าภายในรถมียาเสพติดรวมทั้งอาวุธปืน ตนจึงแจ้งให้กลุ่มชายฉกรรจ์ให้ทราบ ตนกับเพื่อนเป็น ส.อบจ.กาญจนบุรี และภายในรถไม่มียาเสพติดรวมทั้งอาวุธปืน ระหว่างพูดคุยอยู่นั้นมีประชาชนขับรถผ่านไปมาและเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ตนจึงขอให้กลุ่มชายฉกรรจ์เคลื่อนย้ายรถออกไปแล้วไปจอดคุยกันที่ริมถนน เนื่องจากอยู่กลางไฟแดงรู้อายคนรู้จักที่ผ่านไปมา
 
ระหว่างนั้น 1 ในชายฉกรรจ์ ได้พูดสั่งให้นายพรรษา หรือ สจ.โก๊ะ ที่นั่งมาด้วยลงจากรถ เมื่อนายพรรษา ลงจากรถ ชายฉกรรจ์ได้เดินมาจูงมือนายพรรษาเดินไปที่ริมถนน จากนั้นมีชายฉกรรจ์ 2 คนขึ้นมานั่งประกบตนที่เบาะซ้ายและเบาะหลัง แล้วให้ตนขับรถไปจอดริมถนน”นายนิติกรฯ กล่าว
 
นายนิติกร แสงทอง หรือ สจ.เบ๊นซ์ กล่าวว่า ระหว่างนั้นตนจึงได้สอบถามชายทั้งสองว่า มาจากหน่วยงานไหน เนื่องจากเห็นว่า ทุกคนแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็ได้รับคำตอบจากชายฉกรรจ์ที่นั่งประกบตนว่า จะบอกให้ทราบในภายหลัง  และเมื่อตนขับรถไปจอดริมทางแล้วเสร็จ ชายทั้ง 2 ได้สั่งให้ตนดับเครื่องยนต์ และให้ตนลงจากรถพร้อมกับบังคับให้ตนเปิดท้ายรถ ซึ่งตนก็ทำตาม จากนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ได้ตรวจค้นท้ายรถแต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด
 
 ระหว่างนั้น นายพรรษา สายทอง หรือ สจ.โก๊ะ ได้พูดขึ้นมาว่า จะทำอะไร ก็ให้รีบทำ เพราะว่านัดคนเอาไว้จะเอาเงินไปบริจาค ช่วยเหลือชาวบ้านที่อยู่ ต.ท่ามะขาม เนื่องจากบ้านถูกไฟไหม้ ขณะที่นายพรรษาพูดอยู่นั้น ได้มี 1 ในกลุ่มชายฉกรรจ์ แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด โดยแง้มบัตรตำรวจให้ดูด้วย จึงทราบว่านายตำรวจนายดังกล่าวมียศ พ.ต.ต.หลังจากแนะนำตัวแล้วเสร็จ กลุ่มชายฉกรรจ์ ที่มาทราบภายหลังว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ตร.บช.ปส.จึงให้ตนกับนายพรรษา ขับรถไปได้
 
 โดยนายนิติกร หรือ สจ.เบนซ์และนายพรรษา หรือ สจ.โก๊ะ ร่วมกันกล่าวว่า การที่ตนทั้งสองเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ก็เพื่อต้องการให้ดำเนินคดีกับนายตำรวจยศ พ.ต.ต.พร้อมพวก เนื่องจาก เห็นว่า การกระทำด้วยการขับรถปิดหน้าปิดท้ายรถยนต์ของตนกลางแยกไฟแดง ถือว่าเป็นการกระทำ ถือว่าทำต่อหน้าธารกำนัล  ประชาชนที่เห็นเหตุการณ์ อาจจะเข้าใจว่า ตนทั้งสองเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อันเป็นการกระทำให้ อับอายขายหน้า เสื่อมเสียชื่อเสียง เพราะเป็น สจ. มีหน้าตาในสังคม และเป็นการกระทำที่บังอาจอย่างยิ่ง ในสถานะที่เป็นข้าราชการตำรวจ กลับมีพฤติกรรมเป็นคนร้ายเสียงเอง ซึ่งถือว่ามีลักษณะลิดรอนสิทธิเสรีภาพของตนทั้งสอง ซึ่งพนักงานสอบสวนได้นัดหมายให้ตนทั้งสองคนมาให้ปากคำอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 26.ย.66 ที่จะถึงนี้
 
นายนิติกร และนายพรรษา กล่าวว่า ตอนนี้เราคิดว่าเราอาจจะโดนกลั่นแกล้งเรื่องทางการเมือง เพราะว่าในสังคมเมืองกาญจน์ ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าผมสองคนอยู่ฝั่งการเมืองฝ่ายไหน ขณะนี้พวกตนรู้สึกเหมือนต่อสู้กับฝ่ายการเมืองที่มีอำนาจรัฐอยู่ในมือ การเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ เป็นการป้องกันตัวเองเอาไว้ ถ้ามีเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้นในอนาคต จะได้มีพยานหลักฐานเก็บบันทึกเอาไว้

Chonburi Sponsored
อำเภอ บ่อทอง

ท้องที่อำเภอบ่อทองเดิมเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอพนัสนิคม ทางราชการได้แบ่งพื้นที่การปกครองอำเภอพนัสนิคม ออกมาตั้งเป็น กิ่งอำเภอบ่อทอง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2521 โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม ปีเดียวกัน และต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะกิ่งอำเภอบ่อทอง อำเภอพนัสนิคม ขึ้นเป็น อำเภอบ่อทอง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 9 มีนาคม 2528 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม ปีเดียวกัน