“มาร์ค พิทบูล” เอาใจชาวบ้านแก่งเสี้ยน นำชาวบ้าน เร่งตรวจสอบข้อร้องเรียนโครงการขยะแก่งเสี้ยน
เผยแพร่: ปรับปรุง: โดย: ผู้จัดการออนไลน์
กาญจนบุรี – “มาร์ค พิทบูล” พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย นำชาวแก่งเสี้ยนบุก ปปช.กาญจนบุรี &ศาลากลางกาญจน์ จี้เร่งตรวจสอบข้อร้องเรียนโครงการขยะแก่งเสี้ยน หลังชาวบ้าน ได้รับความเดือดร้อนจากบ่อขยะแก่งเสี้ยน
จากการที่ชาวบ้านหมู่ 5 ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี บางส่วนได้ร้องเรียนต่อ “มาร์ค พิทบูล” นายณัชพล สุพัฒนะ ผู้สมัคร สส.ระบบปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1 และเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของ พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ว่าชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากการบริหารจัดการขยะ
ดังนั้นบ่ายวันนี้( 20 เม.ย.) “มาร์ค พิทบูล” นายณัชพล สุพัฒนะ ผู้สมัคร สส.ระบบปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1 และเป็น แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของ พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย หมายเลข 49 เดินทางเข้าพบ นางสาวสุนันทา จำปาเงิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติประจำจังหวัดกาญจนบุรี ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เพื่อให้ชาวบ้านที่เดือดร้อนยื่นหนังสือติดตามเรื่องร้องเรียนต่อ ปปช.กาญจนบุรีตรวจสอบโครงการบริหารจัดการขยะของ อปท.กาญจนบุรี โดยทางผอ.ปปช.กาญจนบุรี ได้ ชี้แจงว่า การสอบสวนคืบหน้ามาก โดยสำนวนการสอบสวนสรุปเบื้องต้นแล้ว เตรียมส่งเสนอ ปปช.ชุดใหญ่พิจารณาตามกระบวนการต่อ
ต่อมาเวลา 14.40 น. “มาร์ค พิทบูล” เดินทางเข้าพบ นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ที่ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เพื่อสอบถามเกี่ยวกับโครงการบริหารจัดการขยะของ อปท.กาญจนบุรีที่เกิดปัญหาอยู่ นายอธิสรรค์อธิบายว่า ทางจังหวัดกาญจนบุรี กำลังดำเนินการให้ อบต.แก่งเสี้ยน ขอใช้ที่ดินจากธนารักษ์ โดยรอทางกองทัพบกพิจารณาส่งที่ดินคืนให้ธนารักษ์ ต่อจากนั้นก็จะดำเนินการในรูปแบบคณะกรรมการบริหารจัดการขยะจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเร่งกำจัดขยะสะสมและขยะใหม่ให้หมดภายในเวลา 2 ปี
ต่อจากนั้น เวลา 15.20 น. “มาร์ค พิทบูล” พร้อมชาวบ้านที่ร้องเรียน ลงพื้นที่บ่อขยะเชิงเขาทอง หมู่ 5 ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี พบมีเป็นภูเขาขยะบนผิวดินจำนวนเกือบ 2 แสนตัน โดยมาร์คดูสภาพปัญหาและดูสภาพข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบริหารจัดการขยะของ อปท.กาญจนบุรี ตามที่ชาวบ้านได้ร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องมลพิษและผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยมีคณะของ นายจักกฤช มหากิจวรกุล นายก อบต.แก่งเสี้ยน ร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพปัญหาและวิธีการแก้ไขปัญหาในการบริหารจัดการขยะของจังหวัดกาญจนบุรี โดยอยู่ระหว่างการขออนุญาตใช้ที่ดินจากกรมธนารักษ์ ซึ่งการบริหารจัดการทุกอย่างเป็นไปในรูปคณะกรรมการจัดการขยะจังหวัดกาญจนบุรี โดยนายจักกฤชมอบเอกสารเกี่ยวกับโครงการขยะให้แก่มาร์ค พิทบูล
สุดท้าย “มาร์ค พิทบูล” เปิดเผยว่า พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ได้รับการร้องเรียนจากชาวแก่งเสี้ยนว่าได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาบ่อขยะแก่งเสี้ยน ซึ่งมีปัญหาหลายอย่าง ทั้งเรื่องสัญญาให้ใช้ที่ดินหมดอายุ ทั้งเรื่องการขอใช้ที่ดินจากทหารที่ยังไม่รับอนุญาต และที่สำคัญคือมีการเปิดประมูล เทศบาลและ อบต.ต่างก็ยังมีการนำขยะมาทิ้งในขณะที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ที่ดินและมีการจ่ายค่าทิ้งขยะแต่ไม่มีการบริหารจัดการขยะ จนขยะมีจำนวนมากและส่งผลกระทบกับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากมลภาวะที่เกิดจากบ่อขยะ ส่วน อปท.ต่างๆก็ยังมีการจ่ายงบประมาณค่าทิ้งขยะ แบะต้องมีการเบิกจ่ายโดยไม่มีการกำจัดขยะก็จะเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบพัสดุของทางราชการ วันนี้จึงลงพื้นที่มาหารือกับ ปปช.กาญจนบุรี จากนี้นจะไปสอบถามทางจังหวัดกาญจนบุรีและลงพื้นที่ดูสภาพปัญหาที่บ่อขยะ
โดยวันนี้ได้เห็นปริมาณขยะมีจำนวนมาก หากไม่เร่งดำเนินการบริหารจัดการก็จะสร้างปัญหาเดือดร้อนต่อชาวบ้านในพื้นที่ แบะที่สำคัญคือปัญหาเกี่ยวกับการบริหารจัดการแบะการขออนุญาตใช้ที่ดินก็เป็นเรื่องที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องที่มีหลายหน่วยงานต้องประสานพิจารณาให้ลดปัญหาผลกระทบกับชาวบ้านที่เดือดร้อน
วันนี้เห็นว่าปัญหาขยะเป็นปัญหาระดับนโยบายที่ทางรัฐบาลต้องนะดมทุกหน่วยงานมาร่วมกันแก้ปัญหาอย่างจริงจัง คงต้องเริ่มตั้งแต่ครัวเรือนต้องช่วยกับปลูกสำนึกให้เกิดการคัดแยก เพื่อนำขยะไปใช้ประโยชน์อื่นๆ บางส่วนใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า บางส่วนใช้เป็นปุ๋ย บางส่วนก็สามารถนำไปรีไชเคิลนำกลับมาใช้ใหม่ได้ จริงๆแล้วขยะมีคุณค่ามีประโยชน์ แต่ต้องมีการบริหารจัดอย่างถูกต้อง ดังนั้นจึงต้องแก้ที่โครงสร้างและนโยบายในการบริหารจัด
ตอนนี้มีปัญหาเกือบทุกจังหวัด คงต้องรับเรื่องและส่งเรื่องต่างๆให้ระดับนโยบาลไปแก้ปัญหาอย่างจริงจังต่อไป ขยะคือเป็นปัญหาในระดับชาติที่พรรคการเมืองต้องมาดูแลเอาใจใส่เพราะมันกระทบทั้งสิ่งแวดล้อม
“ที่สำคัญที่สุดมลพิษจากขยะส่งผลกระทบกับสุขอนามัยของประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างจริงจัง คนไทยต้องช่วยกันเพื่อร่วมแก้ปัญหาพลิกวิกฤติขยะเป็นเงินช่วยสร้างเศรษฐกิจในชุมชนต่างๆต่อไป”