Chonburi Sponsored

ฉลามชลจูเนียร์ เตรียมเปิดคัดเลือกแข้งเยาวชน เข้าสู่อคาเดมี รุ่น 13-14 ปี

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

ฉลามชลจูเนียร์ เตรียมเปิดคัดเลือกแข้งเยาวชน เข้าสู่อคาเดมี รุ่น 13-14 ปี

“ฉลามชลจูเนียร์” ชลบุรี เอฟซี อคาเดมี แหล่งเพาะบ่ม แข้งฉลามชลสายเลือดใหม่ของ สโมสร ชลบุรี เอฟซี เตรียมเปิดคัดเยาวชน เข้าสู่อคาเดมี 2 รุ่น คือ รุ่นอายุ 14 ปี (เกิด พ.ศ.2551 เท่านั้น) และรุ่นอายุ 13 ปี (เกิด พ.ศ.2552 เท่านั้น)

สำหรับในรุ่นอายุ 14 ปี จะคัดเลือกรอบแรก ในวันอังคารที่ 22 มีนาคม 2565 ขณะที่รอบที่ 2 จะคัดเลือกในวันพุธที่ 23 มีนาคม 2565 ส่วนรุ่นอายุ 13 ปี จะคัดเลือกรอบแรก ในวันเสาร์ที่ 26 มีนาคม 2565 ขณะที่รอบที่ 2 จะคัดเลือก ในวันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม 2565 ที่สนามช้าง ฟุตบอล ปาร์ค อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี

สำหรับผู้ที่ผ่านการคัดเลือกในรอบแรกเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์คัดเลือกในรอบที่ 2 ทั้งนี้ เปิดให้ลงทะเบียนในวันที่มาคัดเลือก ตั้งแต่เวลา 07.30-9.00 น. และ เริ่มทดสอบฝีเท้าตั้งแต่เวลา 09.30 น. เป็นต้นไป

เอกสารประกอบการสมัคร 1.บัตรประชาชนตัวจริง 2.สำเนาบัตรประชาชนของผู้เข้าคัดเลือก รับรองสำเนาถูกต้อง พร้อม เขียนชื่อ-นามสกุล ผู้ปกครองที่พามาทดสอบฝีเท้า และ เบอร์ติดต่อ ให้เรียบร้อย จำนวน 1 ใบ

สำหรับผู้ที่ผ่านการคัดเลือก รอบที่ 2 จะต้องเดินทางมาร่วมเก็บตัวฝึกซ้อม ในรอบสุดท้าย เป็นเวลาทั้ง 7 วัน ที่ ศูนย์ฝึกฟุตบอล ชลบุรี เอฟซี อคาเดมี ขณะที่ผู้ที่ผ่านการคัดเลือก รอบสุดท้าย จะได้รับ สวัสดิการ ที่พัก, อาหาร, ค่าเทอม, ชุดแข่ง, ชุดซ้อม, ชุดเดินทาง และ เข้ารับการศึกษา ที่ โรงเรียน ท่าข้ามพิทยาคม พนัสนิคม สังกัดองค์การบริการส่วนจังหวัด ชลบุรี

Chonburi Sponsored
อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม