Chonburi Sponsored

ท่าเรือแหลมฉบังคุมเข้ม ร่วมเปิดตู้สินค้าตกค้างนานนับปี หวั่นเป็นของผิดกฎหมาย

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

ท่าเรือแหลมฉบังคุมเข้ม ร่วมเปิดตู้สินค้าตกค้างนานนับปี หวั่นเป็นของผิดกฎหมาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง: โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศูนย์ข่าวศรีราชา – คณะกรรมการท่าเรือสีขาวพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง ร่วมกับศุลกากร เปิดตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ ที่ตกค้างมาแรมปี ที่บริเวณท่า A0 ของบริษัท แอล ซี เอ็ม ที จำกัด ภายในเขตท่าเรือแหลมฉบัง จำนวน 2 ตู้ เพื่อแก้ไขปัญหาตู้สินค้าคงค้าง พบเป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้ามาในประเทศ

จากกรณีที่คณะกรรมการโครงการท่าเรือสีขาวพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง การท่าเรือแห่งประเทศไทย พบว่ามีตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ คงค้างภายในเขตท่าเรือแหลมฉบัง มากกว่า 1,000 ตู้ ทั้งตู้สินค้าเก็บความเย็น ตู้สินค้าทั่วไป และตู้สินค้าอันตราย ก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาสินค้า ค่าเสียโอกาสจากการใช้พื้นที่จัดเก็บตู้สินค้า และเสียเวลาในการขนย้ายตู้สินค้าคงค้าง เพื่อจัดเรียงตู้สินค้าใหม่ ก่อให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดในเขตท่าเรือ ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบกับหลายหน่วยงาน เช่น ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ ตัวแทนเรือ ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก และการท่าเรือแห่งประเทศไทย จึงขอให้สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ล่าสุดวันนี้ (31 มี.ค.) นายวสุชาติ มีบุญมี ที่ปรึกษา รมช.คมนาคม พร้อมด้วยนายวีรชาติ พุทธรักษา ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการ ท่าเรือแหลมฉบัง และคณะกรรมการท่าเรือสีขาวพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง ร่วมกันตรวจสอบตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ ภายในท่าเรือ A0 บริษัท แอล ซี เอ็ม ที จำกัด จำนวน 2 ตู้

สาเหตุที่มาเปิด 2 ตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ ดังกล่าว เนื่องจากมีความสงสัยสินค้าภายในตู้ เพราะตกค้างมานานแรมปีแล้ว โดยหวั่นเป็นตู้สินค้าที่ไม่ถูกต้องหรือผิดกฎหมาย ซึ่งการมาเปิดตู้ในครั้งนี้ พบเป็นขาไก่สดแช่เย็น ซึ่งถือว่าเป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้ามาในประเทศ และหลังจากนี้จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อนำสินค้าดังกล่าวไปทำลายต่อไป โดยคาดว่ายังมีตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ ในลักษณะดังกล่าวอีกจำนวนหนึ่งที่ยังหลงเหลือและอยู่ระหว่างเร่งรัดตรวจสอบต่อไป

Chonburi Sponsored
อำเภอ ศรีราชา

อำเภอศรีราชาเดิมเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอบางละมุง ตัวเมืองบางละมุงเดิมตั้งอยู่ที่บ้านบางละมุงในเขตอำเภอบางละมุงในปัจจุบัน เมื่อประมาณ 100 ปีเศษมานี้ เมืองบางละมุงได้ย้ายมาตั้งอยู่ที่บ้านบางพระ แต่ยังคงใช้ชื่อเดิมว่า "เมืองบางละมุง" ในขณะที่ตั้งเมืองบางละมุงในขณะนั้น ระบบบริหารราชการแผ่นดินยังไม่มีอำเภอ ต่อมาทางราชการได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองเป็นมณฑล จึงได้ย้ายเมืองบางพระไปตั้งอยู่ที่บางปลาสร้อย อำเภอเมืองชลบุรีในปัจจุบัน และรวมเมืองพนัสนิคมเข้าด้วยกัน เรียกว่า "เมืองชลบุรี"