เผยแพร่: ปรับปรุง: โดย: ผู้จัดการออนไลน์
พิจิตร – พ่อแม่ นร.พิจิตร ทยอยแจ้งความติวเตอร์ห้องแถว ชวนเด็กเรียนช่วงปิดเทอม-เปิดคอร์สเรียนพิเศษ แถมบอกแม่ป่วยต้องฟอกไตยืมเงินผู้ปกครอง-ชวนบริจาคเงินช่วยน้องหมา-น้องแมว ก่อนปิดโรงเรียนสอนพิเศษ-เชิดเงินรวมกว่า 2 ล้านบาท หนีหายเข้ากลีบเมฆ
วันนี้(28 มี.ค.66) บรรดาผู้ปกครองนักเรียนในพิจิตร ได้พากันเข้าปรึกษาร้องทุกข์กับ พ.ต.อ.อนุพันธ์ สุสม ผกก.สภ.เมืองพิจิตร เพื่อจะดำเนินคดีกับติวเตอร์วที่เปิดสอนเรียนพิเศษชักชวนให้ลงทะเบียนเรียนแล้วเชิดเงินหนี ซึ่งได้ให้คำแนะนำและให้พนักงานสอบสวน อำนวยความสะดวกดำเนินการรับแจ้งความและลงบันทึกประจำวันเพื่อดำเนินคดีต่อไป
ตัวแทนผู้ปกครอง ให้ข้อมูลว่า พวกตนจำนวนนับสิบคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ-พนักงานรัฐวิสาหกิจ-พ่อค้าแม่ขายที่มีบุตรหลานอยู่ในวัยเรียน ตั้งแต่ระดับชั้น ป.1-ป.6 และ ม.1-ม.3 อยากให้บุตรหลานได้มีอนาคตจึงได้ส่งให้ไปเรียนพิเศษตอนเย็นและในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนกับครูคนหนึ่ง ที่มาเช่าห้องแถวถนนสระหลวง เปิดโรงเรียนกวดวิชา โดยสอนวิชาวิทยาศาสตร์-ชีวะเคมี+การทดลองเรียนแบบในห้องแล็ปของวิชาวิทยาศาสตร์
ซึ่งโรงเรียนกวดวิชาแห่งนี้มี “ครูณี” เป็นเจ้าของและมีครูผู้ช่วยอีก 2 คน เป็นครูช่วยสอนเท่าที่ทราบก็เปิดสอนมาแล้ว 2-3 ปี จัดได้ว่าสอนกับเด็กๆได้อยู่ในเกณฑ์ดี ครูณีก็สนิทชิดเชื้อกับผู้ปกครองของเด็กๆ มีเบอร์โทร มีไลน์ส่วนตัว ที่คุยกันเรื่องการเรียนของเด็กๆ
แต่มาระยะหลัง “ครูณี” ก็จะขอยืมเงิน อ้างว่าแม่ป่วยต้องฟอกไตเข้าโรงพยาบาลและต้องใช้เงินจำนวนมากบริจาคให้โรงพยาบาลสร้างห้องและซื้ออุปกรณ์ฟอกไต รวมถึงพยายามให้คนเห็นว่าเป็นคนรัก หมา-แมว และมีสัตว์เลี้ยงเหล่านี้อยู่ในความดูแลเป็นจำนวนมาก เชิญชวนผู้ปกครองเด็กๆที่เรียนพิเศษให้ร่วมบริจาคค่าอาหาร ร่วมสร้างที่พักพิงน้องหมา-แมว บางคนก็บริจาคเป็นพัน-เป็นหมื่น นอกจากนี้ก็ขอให้จ่ายเงินลงทะเบียนเรียน มีโปรโมชั่นจ่ายเรียนทั้งปีจะได้ราคาถูก โดยแต่ละคนเสียเงินตั้งแต่ 4,000 – 60,000 บาท รวมแล้วจำนวนนับสิบราย
กระทั่ง 17-18 มี.ค.66 ที่ผ่านมา “ครูณี” ได้ปิดบ้าน-ปิดโรงเรียนสอนพิเศษที่เป็นห้องแถว อ้างว่าติดธุระ ถามครูผู้ช่วยสอน 2 คน ก็บอกไม่รู้เรื่อง ติดต่อ “ครูณี” ไม่ได้ บรรดาผู้ปกครองก็เริ่มเอะใจ ตั้งกลุ่มไลน์และพูดคุยกันว่า “ครูณี” มีปัญหาแน่ๆ และเมื่อวันที่ 20 มี.ค. 66 บรรดาผู้ปกครองจึงไปดูโรงเรียนสอนพิเศษที่เป็นห้องแถวของ “ครูณี” ปรากฎว่าภายในห้องมีแต่ความว่างเปล่า โต๊ะ เก้าอี้ คอมพิวเตอร์ อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น
เมื่อขอดูภาพกล้องวงจรปิดจากบ้านที่อยู่ติดกันจึงได้รู้ว่า “ครูณี” ขนย้ายทรัพย์สินและอุปกรณ์การเรียนการสอนหนีหายไปแล้ว รวมถึงยังได้ปิดเฟซบุ๊ก ปิดมือถือ หายไปพร้อมเงินลงทะเบียนเรียนพิเศษ เรียมซัมเมอร์ เงินที่กู้ยืมผู้ปกครอง รวมแล้วหลายสิบราย รวมประมาณ 2 ล้านบาท จึงได้ทยอยกันมาแจ้งความที่ สภ.เมืองพิจิตร เพื่อให้ตำรวจติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป
ทั้งนี้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิจิตร จะเร่งสอบสวนข้อเท็จจริงและพร้อมที่จะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย