เผยแพร่: ปรับปรุง: โดย: ผู้จัดการออนไลน์
จันทบุรี –ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออก พบปริมาณผลผลิตทุเรียนใน 3 จังหวัดเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหลังเกษตรกรผู้ปลูกมังคุด เงาะ และลองกองโค่นต้นทิ้งเพื่อปรับเป็นพื้นที่ปลูกทุเรียนจากปัจจัยราคาดี แต่ส่งผลต่อผลผลิตผลไม้ทั้ง 3ชนิดที่ในปีนี้ปริมาณลดลง
วันนี้ (24 มี.ค.) นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะได้เดินทางลงพื้นที่ จ.จันทบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์ผลผลิตปี 66 และการบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออก โดยมี นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการที่ ผู้แทนเกษตรกร ผู้แทนกลุ่มสหกรณ์ ผู้แทนผู้ประกอบการส่งออก ให้การต้อนรับและสรุปผลการบูรณาการขับเคลื่อนและบริหารจัดการผลไม้ของเกษตรกรในพื้นที่ ณ ห้องประชุมตากสิน ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี
โดยคาดการณ์ว่าปริมาณผลไม้จังหวัดจันทบุรี อาทิ ทุเรียน มังคุด เงาะ และ ลองกอง จะให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นจากปี 2565 ประมาณร้อยละ 3.12 และมีเนื้อที่ผลผลิตรวมประมาณ 430,192 ไร่ และยังคาดว่าผลผลิตทุเรียนจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 5.12 หรือประมาณ 506,138 ตัน ส่วนมังคุดจะให้ผลผลิตลดลงจากปีก่อนคิดเป็นร้อยละ 3.07 โดยจะมีปริมาณออกสู่ตลาดประมาณ 112437 ตัน
ขณะที่ผลผลิตเงาะในปี 2566 คาดการว่าผลผลิตจะลดลงจากปีก่อนประมาณร้อยละ 2.56 โดยมีผลผลิตรวมประมาณ 87123 ตัน เช่นเดียวกับ ลองกอง ที่คาดว่าปริมาณผลผลิตจะลดลงจากปีก่อนประมาณร้อยละ 8.55 โดยจะมีผลผลิตรวมประมาณ 13257 ตัน
อย่างไรก็ตาม จ.จันทบุรี ได้มีมาตรการควบคุมคุณภาพผลผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำไว้อย่างครอบคลุม ส่งผลให้ผลผลิตที่เริ่มเก็บเกี่ยวในปัจจุบันมีราคาสูงจนเป็นที่น่าพอใจของเกษตรกร
นอกจากนั้นปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังได้เดินทางไปยัง ต.เขาบายศรี อ.ท่าใหม่ เพื่อติดตามการส่งออกทุเรียนที่โรงคัดบรรจุซึ่งได้รับมาตรฐาน GMP เพื่อชมขั้นตอนการรวบรวม คัดแยก ตรวจสอบความปลอดภัยทางสุขอนามัย ก่อนบรรจุทุเรียนเพื่อส่งออกขายและยังได้หารือกับเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องเรื่องมาตรการป้อมปรามทุเรียนอ่อน ปี 2566 ณ สำนักงานเกษตรอำเภอท่าใหม่
และจากข้อมูลสถานการณ์ไม้ผลภาคตะวันออกในภาพรวมปี 2566 (ข้อมูล ณ วันที่ 25 ม.ค.2566) รายงานว่าผลผลิตไม้ผลทุกชนิดมีปริมาณลดลงยกเว้นทุเรียนที่มีผลผลิตเพิ่มสูงขึ้นทั้ง 3 จังหวัด คือจันทบุรี ตราด และระยอง
เนื่องจากมีเนื้อที่ให้ผลผลิตทุเรียนในภาพรวมเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา คิดเป็นร้อยละ 4.85
โดยเป็นผลมาจากการที่เกษตรกรผู้ปลูกมังคุด เงาะ และลองกอง ตัดสินใจโค่นต้นทิ้งและปรับเปลี่ยนพื้นที่มาปลูกทุเรียนแทนจากปัจจัยราคาทุเรียนที่ดีอย่างต่อเนื่องหลายปี ประกอบกับสภาพอากาศแปรปรวน ฝนตกชุกต่อเนื่อง รวมทั้งเกษตรกรยังมีการบำรุงดูแลทุเรียนและไม้ผลอื่นที่ให้ราคาดีเป็นอย่างดี
สำหรับข้อมูลพยากรณ์สถานการณ์ผลไม้ภาคตะวันออกปี 2566 ทุเรียนคาดการณ์ว่าจะมีผลผลิต จำนวน 756,465 ตัน เพิ่มขึ้น 24,135 ตัน หรือร้อยละ 3.30 เมื่อเปรียบเทียบกับในปี 2565 และจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากสุดในเดือนเมษายน 2566 โดยได้มีการกำหนดมาตรการควบคุมคุณภาพทุเรียนภาคตะวันออก ปี 2566 ดังนี้
1.การประกาศกำหนดวันเก็บเกี่ยวทุเรียนตามสายพันธุ์ คือ ทุเรียนพันธุ์กระดุมและพวงมณี ในวันที่ 10 มี.ค. 2566 ทุเรียนพันธุ์ชะนี ในวันที่ 20 มี.ค. 2566 และทุเรียนพันธุ์ หมอนทอง ในวันที่ 15 เม.ย. 2566 2.มาตรการควบคุมและป้องกันแก้ไขปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ ด้วยการกำกับการตรวจวัดเปอร์เซ็นต์เนื้อในน้ำหนักแห้ง
โดยค่าเฉลี่ยของเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนพันธุ์ชะนีและพวงมณีไม่น้อยกว่า 30 เปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้ง และพันธุ์หมอนทอง ไม่น้อยกว่า 32 เปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้ง ซึ่งหากเจอเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งต่ำกว่านี้ ถือว่าเป็นทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน)
ส่วน มังคุด คาดการณ์จะมีผลผลิตจำนวน 184,632 ตัน ลดลง 3,921 ตัน หรือร้อยละ -2.08 เมื่อเปรียบเทียบกับในปี 2565 และจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากสุดในเดือน เม.ย. 2566
เงาะ คาดการณ์จะมีผลผลิตในปี 2566 จำนวน 102,292 ตัน ลดลง 2,227 ตัน หรือร้อย ละ -2.41 เมื่อเปรียบเทียบกับในปี 2565 และจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากสุดในเดือน พ.ค. 2566
ลองกอง คาดการณ์จะมีผลผลิตในปี 2566 จำนวน 202,204 ตัน ลดลง 14,216 ตัน หรือร้อยละ -6.57 เมื่อเปรียบเทียบกับในปี 2565 และจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากสุดในเดือน ก.ค. 2566