กองทัพเรือ สั่งปิดรีสอร์ทหรูบนยอดเขาแสมสารพร้อมแจ้งความดำเนินคดีบุกรุกที่ดินรัฐ
เผยแพร่: ปรับปรุง: โดย: ผู้จัดการออนไลน์
ศูนย์ข่าวศรีราชา – กองทัพเรือ สั่งปิดรีสอร์ทหรูบนเขาแสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังโลกออนไลน์วิจารณ์ยับก่อสร้างบนพื้นที่อ่อนไหวทางยุทธศาสตร์การทหารได้อย่างไร ตรวจไม่มีใบครอบครองที่ดิน-ไม่มีใบอนุญาตดำเนินการ แจ้งความดำเนินคดีบุกรุกที่ดินรัฐ
จากกรณีที่โลกออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพรีสอร์ทแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่บน หน้าผายอดเขาหลวงพ่อดำ ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยรีสอร์ทแห่งนี้มีจำนวน 6 หลังแต่ละหลังมีสระว่ายน้ำ คิดอัตราค่าเช่าต่อหลังที่ราคา 15,000 บาท และที่ผ่านมายังได้มีการโฆษณาผ่านในสื่อต่างๆ เพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาพักตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ.66 ที่ผ่านมา
จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าพื้นที่ตั้งของรีสอร์ทดังกล่าว เป็นที่ดินของรัฐซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของทหารเรือหรือไม่ และการเปิดให้บริการรีสอร์ทแห่งนี้ถูกต้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่อย่างและยังคาดว่าพื้นที่ดังกล่าวน่าจะเป็นที่ดินของรัฐซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของทหารเรือ
พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดรีสอร์ทแห่งนี้จึงสามารถตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่มีความอ่อนไหว เนื่องจากจุดที่ตั้งสามารถมองเห็นทิวทัศน์บริเวณช่องแสมสาร และที่ตั้งของท่าเรือน้ำลึก คลังเชื้อเพลิงซึ่งอยู่ในหน่วยทหารซึ่งพื้นที่ฝึกและพื้นที่สำคัญทางยุทธศาสตร์ที่มีความมั่นคงแห่งชาติทางทะเลได้อย่างชัดเจนนั้น
วันนี้ (10 มี.ค. ) พลเรือโท สุทิน หลายเจริญ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ พร้อมด้วย นายอัครเศรษฐ รักษ์สกุลสงสัย รองนายก อบต.แสมสาร และ พ.ต.อ.ปัญญา ดำเล็ก ผกก.สภ.สัตหีบ รวมถึงฝ่ายปกครอง กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ได้เข้าตรวจสอบ STAR OVER SEA รีสอร์ทที่ถูกร้องเรียน
โดยพบเพียงหญิงสาวรายเดียวซึ่งรับหน้าเป็นผู้ดูแลรีสอร์ทและไม่สามารถนำเอกสารการครอบครองที่ดินที่ถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้ง เอกสารการขออนุญาตดำเนินการมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ จึงมีคำสั่งให้หยุดดำเนินกิจการในทันที
กองทัพเรือ จึงมอบหมายให้นายทหารรัฐธรรมนูญ ฐานทัพเรือสัตหีบ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ สภ.สัตหีบ เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของรีสอร์ทดังกล่าวในข้อหาบุกรุกที่ดินของรัฐ และหากสอบสวนพบว่าเป็นการบุกรุกพื้นที่ของรัฐจริงก็จะให้ทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าเมื่อ 18 ส.ค.65 ที่ผ่านมา กองอสังหาริมทรัพย์ ฐานทัพเรือสัตหีบ ได้เคยออกหนังสือเลขที่ กห.0521.8/464 แจ้งไปยัง น.ส.วรมณี โจว เพื่อขอความร่วมมือระงับการพัฒนา หรือดำเนินการใดๆในพื้นที่ขอเช่าที่ราชพัสดุ ตามแบบคำขออนุญาตดำเนินการในพื้นที่ราชพัสดุ (จป.3902) เรื่องขอเช่าที่ดินราชพัสดุเพื่ออยู่อาศัยและการเกษตร ลงวันที่ 7 พ.ย.62
โดยระบุว่า “ ตามที่ท่านได้ยื่นขอเช่าที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ชบ.481 บริเวณหมู่ 1 ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี (พื้นที่ 1) โดยมีวัตถุประสงค์การขอเช่าเพื่ออยู่อาศัย และประกอบการเกษตร กองอสังหาริมทรัพย์ ฐานทัพเรือสัตหีบ ขอแจ้งให้ทราบว่า พื้นที่ขอเช่าดังกล่าว เป็นพื้นที่ราชพัสดุใช้ในราชการกองทัพเรือ แปลงหมายเลขทะเบียนที่ ชบ.481 อยู่ในที่ดินหวงห้าม ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้าม ในท้องที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พ.ศ 2479”
ทั้งนี้ที่ดินในพื้นที่แสมสาร เป็นส่วนหนึ่งของที่สงวนหวงห้ามตามกฎหมาย ต้องห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดินแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใดตามมาตรา 56 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ประกอบกับกฎกระทรวง ฉบับที่ 43 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ซึ่งราษฎรผู้อาศัยไม่สามารถครอบครองกรรมสิทธิ์ใดๆ ในที่ดินได้ตามกฎหมาย
โดยความเป็นมาของที่ดินแสมสารเดิมคือ พื้นที่ของฐานทัพเรือสัตหีบ เป็นพื้นที่เขตทรงสงวนตามพระบรมราชโองการใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่กองทัพเรือเป็นผู้รับผิดชอบ เป็นที่ตั้งของท่าเรือน้ำลึก คลังเชื้อเพลิง และที่ตั้งหน่วยทหาร พื้นที่ฝึก และพื้นที่สำคัญทางยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวในเรื่องความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล
ขณะที่นาย อัครเศรษฐ รักษ์สกุลสงสัย รองนายก อบต.แสมสาร เผยว่าจากการตรวจสอบทราบว่าเจ้าของรีสอร์ทแห่งนี้ เป็นคนนอกพื้นที่ที่เข้ามาอาศัยและทำธุรกิจอยู่ใน ต.แสมสาร ซึ่งหลังจากนี้จะได้มีการตรวจสอบเชิงลึกว่าว่าเป็นกลุ่มทุนต่างชาติหรือไม่