สถานการณ์การรบในยูเครน ภูมิภาคยุโรปตะวันออกล่วงเลยเข้าสู่วันที่ 3 แล้ว การปะทะยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือดตลอดวัน ท่ามกลางรายงานของข่าวกรองยูเครนว่ากองทัพรัสเซียมีเป้าหมายควบคุมตัวนายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน และจัดตั้งรัฐบาลใหม่ หรือถึงขั้นแบ่งแยกยูเครนออกเป็น 2 ส่วนตะวันตก-ตะวันออก

นาโตระดมทหาร–แต่ไม่ยุ่ง
ความคืบหน้าเมื่อช่วงเช้า 26 ก.พ. นายเยนส์ สโตลเตนเบิร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืน เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่สงครามยูเครนปะทุ ประกาศสั่งเคลื่อนกำลังตอบสนองนาโตหรือเอ็นอาร์เอฟหลายพันนายเข้าไปในภูมิภาคยุโรปตะวันออก เพื่อเสริมแนวป้องกันที่มีอยู่เดิมให้เข้มแข็งขึ้น ยืนยันว่า ชาติสมาชิกนาโตที่เสี่ยงต่อการรุกรานเพิ่มเติมของรัสเซียต้องไม่สูญเสียดินแดนแม้แต่นิ้วเดียว ขณะนี้นาโตมีเครื่องบินรบประจำอยู่ในจุดตั้งมั่นกว่า 100 ลำ กองเรือบรรทุกเครื่องบินจู่โจม 3 กอง ประกอบด้วยเรือรบกว่า 120 ลำ แต่ขอชี้ชัดว่าจะไม่มีการส่งทหารเข้าไปในยูเครน เนื่องจากยูเครนไม่ได้เป็นสมาชิกนาโต พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลรัสเซียเรียกร้องข้อตกลงผูกมัดว่านาโตต้องหยุดการขยายอิทธิพลทางการทหาร ทั้งรัสเซียไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่ยูเครน
สหรัฐฯ–ยุโรปคว่ำบาตรปูติน
นางเจน ซากี โฆษกทำเนียบขาวสหรัฐฯ เผยว่า รัฐบาลสหรัฐฯเริ่มคว่ำบาตรนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียโดยตรง ด้วยการอายัติทรัพย์สินในสหรัฐฯและห้ามเดินทางมายังสหรัฐฯ โดยจะชี้แจงรายละเอียดฉบับเต็มต่อไป เช่นเดียวกับสหภาพยุโรปและอังกฤษ ที่ประกาศคว่ำบาตรนายปูติน โดยตรง ด้วยการอายัดทรัพย์สินทั้งหมดในอังกฤษและยุโรปไม่เผยรายละเอียดว่านายปูตินมีทรัพย์สินในอังกฤษ-ยุโรปหรือไม่ หรือมีมากน้อยเพียงใด แต่เป็นการคว่ำบาตรที่ต่างกับสหรัฐฯ คือ ไม่จำกัดการเดินทาง ต่อมามีรายงานว่านายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อนุมัติงบช่วยเหลือยูเครนมูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 19,200 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นงบช่วยเหลือทางการทหารแก่ยูเครนมูลค่า 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 11,200 ล้านบาท

ผู้นำยูเครนปัดหนี–วอนหยุดยิง
นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เผยแพร่คลิปวิดีโอผ่านบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัวตลอดวัน หลังสื่อรัสเซียหลายสำนักรายงานว่า ผู้นำยูเครนหลบหนีออกจากกรุงเคียฟแล้ว ในคลิปนายเซเลนสกีถ่ายวิดีโอเซลฟีตัวเองว่ายังคงเดินอยู่ตามท้องถนนในเมืองหลวงพร้อมคณะติดตาม เราจะไม่หนีไปไหนจะปกป้องความเป็นเอกราชของยูเครนต่อไป เราจะเสียเมืองหลวงไปไม่ได้ เป้าประสงค์ของยูเครนคือยุติการนองเลือด รัฐบาลยูเครนพร้อมจัดการเจรจาหยุดยิงและเจรจาสันติภาพทันที พร้อมเผยด้วยว่า มีการประสานงานระดับหนึ่งกับรัฐบาลรัสเซีย เรื่องการกำหนดเวลาและสถานที่ แต่ตอนนี้ยังมีเงื่อนไขจากรัสเซียว่ากองทัพยูเครนทั้งหมดต้องยอมจำนน
รุกล้อมกรุง–ยึดเมืองใหญ่ทางใต้
ข้ามมาที่สถานการณ์การรบในยูเครน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างการเปิดเผยของกระทรวงกลาโหมอังกฤษว่า กองทัพรัสเซียปฏิบัติการบุกตีกรุงเคียฟตั้งแต่ช่วงกลางดึกวันที่ 25 ก.พ. ควบคู่ไปกับการบุกโจมตีหลายช่องทางในพื้นที่รอบเมืองหลวง มีเป้าหมายที่ชัดเจนว่า ต้องการปิดล้อมเส้นทางเข้าออกกรุงเคียฟทั้งหมด แต่กำลังเผชิญกับการต้านทานอย่างหนักจากกองทัพยูเครน ขณะที่ภาคใต้ของประเทศมีรายงานจากกระทรวงกลาโหมรัสเซียว่า กองทัพประสบความสำเร็จในการยึดครองเมืองเมลิโตโปล เมืองใหญ่ในภาคใต้ของยูเครนติดกับคาบสมุทรไครเมีย ทั้งเป็นเส้นทางคมนาคมที่จะเปิดทางให้เคลื่อนพลสู่ภาคกลางของยูเครนต่อไป ส่วนกระทรวงกลาโหมยูเครนอ้างความสำเร็จในการสอยเครื่องบินลำเลียงพลขนาด 4 เครื่องยนต์ของกองทัพอากาศรัสเซียตก 1 ลำ บรรทุกหน่วยทหารพลร่มรัสเซียไม่ทราบจำนวนในพื้นที่เมืองวาซิลคิฟ ห่างจากกรุงเคียฟไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 21 กม.
เสียงปะทะระงมทั่วเมืองหลวง
ต่อมาช่วงเช้าตรู่กองทัพรัสเซียยกระดับการโจมตีกรุงเคียฟยิงถล่มด้วยจรวดและกระสุนปืนใหญ่ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วเมืองไม่นานมีรายงานการสู้รบในย่านต่างๆ ไม่ว่าเสียงระเบิดหลายครั้งจากจัตุรัส เอกราช หรือไมเดน สแควร์ ใจกลางกรุง หรือพื้นที่สวนสัตว์ในตัวเมืองมีเสียงระเบิดดังกว่า 50 ครั้งตามด้วยเสียงปืนกลหนัก หรือย่านทรอยเอสชีนาที่ตั้งศูนย์จ่ายไฟฟ้าก็มีรายงานการปะทะระหว่างหน่วยรบรัสเซียกับยูเครน ทางการยูเครนเชื่อว่าเป็นความพยายามตัดไฟให้เมืองไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ไปจนถึงรายงานยืนยันว่า จากกรณีที่กองทัพยูเครนยิงเครื่องบินบรรทุกพลร่มรัสเซียตกใกล้เมืองวาซิลคิฟนั้นเป็นการจู่โจมขนานใหญ่จากหน่วยพลร่มรัสเซียหวังสร้างจุดรวมพลบุกเมืองหลวงเพิ่มเติม

ระบบต่อต้านอากาศยานยูเครนยับ
ช่วงเที่ยงวันเดียวกัน รัฐบาลยูเครนยืนยันว่า การปะทะระหว่างทหารยูเครนกับรัสเซียเกิดขึ้นตามถนนหนทางทั่วกรุงเคียฟ ขอให้ประชาชนอยู่ในที่หลบภัย อย่าเข้าใกล้หน้าต่างหรือออกไปที่ระเบียง ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานด้วยว่าประชาชนในเมืองหลวงจำนวนมากต่างลงไปหลบภัยในสถานีรถไฟใต้ดิน ก่อนหน้านี้ทางการประกาศให้ระงับการใช้งานเพื่อใช้เป็นจุดหลบภัยแทน ทั้งมีรายงานหญิงคนหนึ่งต้องคลอดลูกในสถานีรถไฟใต้ดินด้วยความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่และชาวบ้าน ผู้สื่อข่าวต่างประเทศยังรายงานเพิ่มเติมว่าขบวนทหารยูเครนและระบบต่อต้านอากาศยานกำลังมุ่งหน้าสู่กรุงเคียฟเพื่อเป็นกำลังเสริม แต่ถูกโจมตีด้วยจรวดรัสเซียจนเหลือซากตอตะโกเรียงรายอยู่บนทางเข้าเมือง
ชาวบ้านตายแล้วเกือบ 200 คน
กระทรวงสาธารณสุขยูเครน เผยด้วยว่า การปะทะที่เกิดขึ้นในกรุงเคียฟ รวมถึงการถูกโจมตีด้วยจรวดมิสไซส์ ส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิต 198 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 3 คน บาดเจ็บอีกกว่า 1,115 คน ในจำนวนนี้รวมถึงเด็ก 33 คน ด้านนายเซเลนสกีประธานาธิบดียูเครนไลฟ์สดปลุกขวัญกำลังใจ ด้วยการเดินโชว์ตัวในถนนใจกลางกรุงเคียฟ พร้อมกล่าวว่า อย่าเชื่อข่าวลวงที่แพร่กระจายในโซเชียลมีเดีย ไม่ได้สั่งให้กองทัพยูเครนวางอาวุธเราจะต่อต้านการรุกรานครั้งนี้อย่างเต็มที่ พร้อมเผยด้วยว่า ได้รับการติดต่อจากรัฐบาลสหรัฐฯว่าจะช่วยพาหลบหนีออกจากยูเครน ตนตอบกลับไปว่าเรากำลังสู้รบอยู่ เราต้องการกระสุนไม่ใช่ยานพาหนะรับส่ง
ยูเครน–รัสเซียเกทับผลการรบ
นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมยูเครน ยังรายงาน ความสำเร็จของกองทัพยูเครนในการต่อต้านผู้รุกราน ระบุว่าจากการสู้รบที่ยังดำเนินไปต่อเนื่อง กองทัพยูเครนประสบความสำเร็จในการทำลายรถถังรัสเซีย 102 คัน ทำลายยานเกราะ 536 คัน ปืนใหญ่ 15 กระบอก ยิงเครื่องบินรัสเซียตก 14 ลำ และเฮลิคอปเตอร์ 8 ลำ พร้อมทั้งสังหารทหารรัสเซียแล้วกว่า 3,500 นาย ขณะที่กระทรวงกลาโหมรัสเซียรายงานว่า กองทัพรัสเซียประสบความสำเร็จในการทำลายเป้าหมายทางการทหารของยูเครน 821 แห่ง ในจำนวนนี้รวมถึงฐานทัพอากาศ 14 แห่ง ศูนย์บัญชาการรบ 19 แห่ง ระบบขีปนาวุธต่อต้านอากาศ 24 คัน ฐานเรดาร์ตรวจจับทางอากาศ 48 แห่ง ยิงเครื่องบินรบตก 7 ลำ เฮลิคอปเตอร์ 7 ลำ โดรน 9 ลำ ทำลายรถถังยูเครน 87 คัน ยานพาหนะกองทัพต่างๆ 118 คัน แต่ไม่ได้แจ้งยอดเสียชีวิตทหารยูเครน ส่วนสหประชาชาติรายงานว่าตลอดช่วง 48 ชม.ที่ผ่านมา ชาวยูเครนอพยพออกนอกประเทศไปแล้วกว่า 100,000 คน

เปิดแนวรบตะวันตก “ลวิฟ” เสี่ยง
ส่วนกรณีกระทรวงต่างประเทศของไทย ประกาศใช้เมืองลวิฟทางภาคตะวันตกยูเครนเป็นฐานรวมคนไทยเพื่ออพยพ ปรากฏว่าช่วงเย็น 26 ก.พ.มีรายงานแล้วว่า ภัยสงครามกำลังคืบคลานไปยังพื้นที่ดังกล่าว แต่รายงานเบื้องต้นยังคงสับสน นายอันเดรย์ ซาโดวี นายกเทศมนตรีเมืองลวิฟ เผยว่า ทหารยูเครนตรวจพบเฮลิคอปเตอร์รัสเซียขนทหารอากาศโยธินกว่า 60 นาย ลงจอดในพื้นที่เมืองโบรดีห่างเมืองลวิฟประมาณ 100 กม.แต่ล่าถอยเข้าป่าไปแล้ว สอบถามไปยังหน่วยรบยูเครนในพื้นที่เมืองลวิฟ ระบุว่าเฮลิคอปเตอร์กลุ่มดังกล่าวไม่ใช่ฝ่ายรัสเซีย แต่ปฏิเสธที่เผยรายละเอียด ต่อมามีการเผยแพร่คลิปวิดีโอจากพื้นที่เมืองโบรดี แสดงให้เห็นเฮลิคอปเตอร์กลุ่มดังกล่าวยิงจรวดโจมตีพื้นดิน ไม่แน่ชัดว่ายิงอะไร ส่วนรอยเตอร์รายงานว่า หน่วยพลร่มรัสเซียล่าถอยไป หลังเข้าปะทะทหารยูเครนที่เมืองโบรดี
เชื่อแฮกเกอร์โจมตีอินเตอร์เน็ต
สำนักข่าวรอยเตอร์ยังรายงานอีกว่า วันที่ 3 ของการโจมตีจากรัสเซียพบปัญหาการใช้งานอินเตอร์ เน็ตในยูเครนเป็นระยะ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันออก จากการสอบถามหน่วยงานของรัฐบาลยูเครนได้รับคำตอบเบื้องต้นว่า มีความเป็นไปได้ที่ระบบกำลังถูกโจมตีจากกลุ่มแฮกเกอร์ตามรอยที่มาจากประเทศเบลารุส ทั้งยังมีการมุ่งเล่นงานระบบสื่อสารของเหล่าเจ้าหน้าที่ยูเครนที่มีส่วนร่วมป้องกันกรุงเคียฟ แต่ขณะเดียวกันตรวจพบว่า มีทั้งชาวโปแลนด์ รัสเซีย เบลารุส ถูกกลุ่มแฮกเกอร์เล่นงานเช่นกัน ส่วนบริษัท เมตา สหรัฐฯ ผู้ให้บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ยักษ์ใหญ่เฟซบุ๊กประกาศตัดการใช้งานเฟซบุ๊กบางส่วนของผู้ใช้เฟซบุ๊กในรัสเซีย

นายกฯสั่งรับมือวิกฤติยูเครน
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ติดตามสถานการณ์ต่างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติ รัสเซีย-ยูเครน และโควิด-19 ในไทยอย่างใกล้ชิด ขณะที่สถานการณ์โลก นายกฯย้ำทุกส่วนราชการ โดยเฉพาะกระทรวงพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานส่งเสริมการลงทุน (BOI) การท่องเที่ยวแห่ง ประเทศไทย (ททท.) ติดตามผลกระทบต่อประเทศไทย โดยเฉพาะราคาพลังงานน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ สินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญ รวมทั้งผลกระทบจากเงินเฟ้อและอัตราแลกเปลี่ยน อาจผันผวนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ต้องกำหนดแผนและมาตรการรองรับ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้น้อยที่สุด
กห.จัด 2 แผนอพยพคนไทย
พ.อ.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการเตรียมการของกระทรวงกลาโหมอพยพคนไทยในยูเครนกลับประเทศไทย หรือนำสู่พื้นที่ปลอดภัยว่า มีการกำหนดไว้ 2 แผน โดยแผนที่ 1 เป็นการอพยพทางบกจากกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ไปเมืองลวิฟ ระยะทาง 541 กิโลเมตร เดินทาง 7-9 ชั่วโมง อีกเส้นทางคือเมืองโอเดสซาไปเมืองลวิฟ ระยะทาง 795 กิโลเมตร เดินทาง 11-14 ชั่วโมง สำหรับเมืองลวิฟ ปัจจุบันมีการตั้งศูนย์ช่วยเหลือและยังเป็นศูนย์กลางหลักนำพาคนไทยขึ้นเครื่องบินกลับไทย แผนที่ 2 การอพยพทางบกจากเมืองลวิฟ ไปกรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ ระยะทาง 395 กิโลเมตร เดินทาง 6-7 ชั่วโมง (ผ่านแดน ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 1-2 ชั่วโมง) จากนั้นขึ้นเครื่องกลับประเทศไทย กองทัพอากาศสนับสนุนเครื่องบินซี-130 จำนวน 3 ลำ 3 เที่ยวบินอพยพคนประมาณ 300 คน เมื่อมาถึงแล้วกองทัพเรือจะนำส่งมายังพื้นที่ควบคุมโรค หรือสถานที่กักตัวที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรีต่อไป

วัตถุดิบอาหารสัตว์ราคาพุ่ง
นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยและเลขาธิการสมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ กล่าวว่าสถานการณ์สงครามยูเครน กำลังส่งผลกระทบรุนแรงต่อการผลิตอาหารของประเทศ ทำให้ราคาวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากรัสเซียและยูเครนเป็นผู้ส่งออกพืชวัตถุดิบอาหารสัตว์รายใหญ่ของโลก ปริมาณการส่งออกข้าวสาลีรวมร้อยละ 29 มีสัดส่วนการส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ถึงร้อยละ 19 ของตลาดโลก เมื่อเกิดสงครามทำให้ราคาข้าวสาลีสูงขึ้นทันทีเป็น 12.75 บาท/กก. จาก 8.91 เป็น 12.75 บาท/กก.ขณะที่ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในไทยพุ่งไปอยู่ที่ 12 บาท/กก.แนวโน้มขยับต่อเนื่องไปถึง 15 บาท/กก. นอกจากนี้ยังมีปัญหาโรงงานสกัดน้ำมันถั่วเหลือง อ้างผลกระทบจากสงครามประกาศราคาขายกากถั่วเหลืองที่ 22.50 บาท/กก.จากราคา 18.91 บาท/กก. เท่ากับปิดทางเดินต่อของโรงงานอาหารสัตว์ทันที