ประโยชน์หลายต่อ!ผอ.โรงเรียนฯทัพทัน ขี่ม้าข้ามอำเภอ-จัดหลักสูตรอาชาบำบัด สอนเด็กลดเสพติดโซเชียลฯชะงัด
เผยแพร่: ปรับปรุง: โดย: ผู้จัดการออนไลน์
อุทัยธานี – ได้ประโยชน์หลายต่อ..ผอ.โรงเรียนประถม ทัพทัน-อุทัยธานี ขี่ม้าข้ามอำเภอแทนขับรถไปโรงเรียนทุกวัน ประหยัดไม่พอยังดึงความสนใจเด็ก ก่อนจัดหลักสูตรสอนเสริมทักษะขี่ม้า-อาชาบำบัด ปรับบุคลิกภาพ/สร้างสมาธิ ลดเล่นมือถือเสพติดโซเชียลฯ
ทุกวัน..นอกจากชาวบ้าน ตลอดจนคนผ่านทางไปมาในพื้นที่ อ.หนองขาหย่าง – ต.หนองขุย อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี จะเห็นชายหนุ่มสวมหมวกคาวบอยปีกกว้างขี่ม้าตัวงามด้วยท่าทางทะมัดทะแมง มาตามเส้นทางผ่านชุมชนมุ่งหน้าเข้าโรงเรียนบ้านหนองขุย หรือ โรงเรียนนาคสวัสดิ์ประชานุเคราะห์ อ.ทัพทัน เป็นประจำแล้ว
เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองขุย ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนระดับชั้นประถมศึกษา ยังได้เรียนรู้การขี่ม้า ตามหลักสูตรสอนเสริมเพิ่มทักษะและพัฒนาการ โดยใช้ม้าเข้ามาช่วยฝึกความแข็งแรงของร่างกาย บุคลิกภาพ เสริมสร้างสมาธิ และการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ลดเล่นมือถือและเสพติดโซเชียลฯมากเกินความจำเป็น
นายธณเดช กิจณรานันท์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองขุย หรือ โรงเรียนนาคสวัสดิ์ประชานุเคราะห์ บอกว่าเป็นการทดลองใช้ม้า มาช่วยเสริมสร้างสมาธิและดึงเด็กๆออกจากการเล่นโทรศัพท์มือถือ ให้เหลือแค่ในเวลาที่พอเหมาะพอควร และเมื่ออยากให้เกิดผู้ตามจึงต้องสร้างผู้นำ ประกอบกับตนเปิดโรงเรียนสอนขี่ม้าอยู่ที่อำเภอหนองขาหย่าง มีทรัพยากรที่เป็นม้าอยู่แล้ว จึงขี่ม้าข้ามอำเภอมาที่โรงเรียนทุกวัน เพื่อดึงความสนใจจากเด็กนักเรียน
และเมื่อเด็กสนใจ ก็เกิดการเต็มใจเรียนรู้ การขี่ม้าในโรงเรียนก็เกิดขึ้น และมีการปรับการสอนขี่ม้าให้เหมาะกับนักเรียน 3 รูปแบบ เพื่อให้เกิดพัฒนาการที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละกลุ่ม โดยแบ่งกลุ่มเป้าหมายเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือ นักเรียนที่มีความสนใจทางด้านกีฬา ก็จะนำวิชาที่มีอยู่มาเสริมเข้าไปในกิจกรรมชุมนุม ซึ่งเป็นทักษะทางด้านกีฬา และสอนนักเรียนในเชิงทักษะกีฬาขี่ม้า
กลุ่มที่ 2 จะเป็นกิจกรรมอาชาบำบัด ซึ่งได้ประชุมร่วมกับคุณครูในโรงเรียนแล้วเห็นว่า มีเด็กบางกลุ่มที่ต้องการการบำบัดเป็นพิเศษ ซึ่งการบำบัดโดยใช้มานั้น เราสามารถบำบัดได้ 2 อย่างก็คือ 1 บำบัดทางร่างกาย เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง มีบุคลิกภาพดี เด็กที่มีบุคลิกภาพ อย่างเช่น หลังค่อม หรือมีกล้ามเนื้อที่ค่อนข้างอ่อนแรง เราก็ใช้ม้ามาช่วยบำบัดในทางร่างกายได้กับ ส่วนที่ 2 ก็คือ การบำบัดจิตใจและสมาธิเด็กในกลุ่มที่สมาธิสั้น ซึ่งในปัจจุบันมีเยอะมาก การอยู่บนหลังม้าจะช่วยเสริมสมาธิได้เป็นอย่างดี
และกลุ่มที่ 3 ก็คือ กลุ่มนักเรียนปกติ จะมีการนำม้าเข้ามาจัดกิจกรรม โดยตั้งชื่อว่า horse learning ซึ่งมีการออกแบบวางแผนการจัดการเรียนรู้ร่วมกับคุณครู โดยครูจะมีสื่อการเรียนการสอนอยู่แล้วก็นำม้าเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในเรื่องใดเรื่องหนึ่งด้วย