เผยแพร่: ปรับปรุง: โดย: ผู้จัดการออนไลน์
บุรีรัมย์- ชาวบ้านช็อกไม่เชื่อปู่เลี้ยงวัย 69 และหลานชายอีก 3 คนที่เป็นเยาวชน จะกระทำชำเราหลานสาว ม.1 ตามที่แม่พาเข้าแจ้งความ ขณะพนักงานสอบสวนแจ้ง 2 ข้อหา ปู่เลี้ยงพร้อมส่งฝากขังศาล ส่วนเยาวชนชายอีก 3 คน ต้องประสานทีมสหวิชาชีพร่วมสอบว่าได้กระทำตามที่ผู้เสียหายกล่าวหาหรือไม่
วันนี้ ( 14 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ น.ส.นิด (นามสมมติ) อายุ 37 ปี ได้พา ด.ญ.เอ (นามสามุติ) ลูกสาวอายุ 13 ปี ซึ่งเรียนอยู่ชั้น ม.1 เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ สภ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ กล่าวหาว่า นายยง (สงวนนามสกุล) อายุ 69 ปี ซึ่งเป็นปู่เลี้ยงหรือสามีใหม่ของย่า กระทำชำเรา ด.ญ.เอ มาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ จนถึงปัจจุบันเป็นเวลานานเกือบ 4 ปี ซึ่งเด็กพยายามร้องขอความช่วยเหลือตั้งแต่เดือน ส.ค. ที่ผ่านมา
โดยจากคำบอกเล่าของเด็กยังพบว่า มีหลานชายของปู่เลี้ยงอีก 3 คน อายุ 18 ปี 14 ปี และ 11 ปี ผลัดกันกระทำชำเราตนเองด้วย เบื้องต้นตำรวจได้ให้ผู้ปกครองพาเด็กไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ก่อนจะเรียก นายยง ปู่เลี้ยงที่ถูกกล่าวหามาสอบปากคำ
จากการสอบปากคำ นายยง ปู่เลี้ยง ให้การปฏิเสธ แต่จากพยานหลักฐานและคำให้การของเด็กหญิงผู้เสียหาย เบื้องค้นทำให้เชื่อได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำจริง ทางพนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งข้อหานายยง ปู่เลี้ยง 2 ข้อหา คือ “กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมีใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำอนาจารเด็กที่อยู่ในความปกครอง” พร้อมคัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวน และได้นำตัวส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดนางรองแล้ว ส่วนจะมีการยื่นประกันตัวในชั้นศาลหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล
ส่วนเยาวชนชาย 3 คน ที่เด็กหญิงผู้เสียหายกล่าวหาว่าได้กระทำชำเราด้วยนั้น จะมีการประสานทีมสหวิชาชีพร่วมสอบปากคำตามกระบวนการขั้นตอน เนื่องจากทั้งหมดยังเป็นเยาวชน พร้อมกันนี้ก็จะมีการเรียกสอบพยานและผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบสำนวนคดีด้วย
จากการลงพื้นที่ไปยังบ้านของปู่เลี้ยงผู้ต้องหา และเด็กผู้เสียหาย พบว่าบ้านปิดเงียบไม่มีใครอยู่ จากการสอบถามเพื่อนบ้านให้ข้อมูลว่า ตัวปู่ถูกส่งฝากขังที่ศาล ย่าและลูกหลานก็ไปเยี่ยม ส่วนเด็กหญิงผู้เสียหายแม่ได้รับไปอยู่ด้วยที่ต่างจังหวัดแล้ว และเมื่อสอบถามชาวบ้านเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้นหลายคนต่างบอกว่าไม่อยากเชื่อว่าปู่เลี้ยง และหลานชายที่ยังเป็นเยาวชน จะกระทำชำเราหลานสาวตามที่ถูกกล่าวหา
ส่วนสาเหตุที่ไม่เชื่อเพราะปู่เลี้ยงเป็นคนนิสัยดี และไม่เคยเห็นแสดงพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าวให้เห็น ส่วนหลานชายทั้ง 3 คน ยังเป็นเด็กไม่เชื่อว่าจะกระทำแบบนั้นได้ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน เพราะทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรม