เจาะประเด็นข่าว 7HD – ผู้คุมเรืออ้างคราบน้ำมันที่พบท้ายเรือเกิดจากหม้อต้มเสียหาย จึงต้องปล่อยน้ำผสมคราบน้ำมันไหลออกมา ขณะที่นายกสมาคมประมงพื้นบ้านฯ ระบุว่าพบเป็นประจำ
โดยคราบของเสียที่รั่วไหลเป็นแนวยาว เป็นการไหลออกจากเรือบรรทุกน้ำมัน ซึ่งกำลังเดินเรือผ่านเกาะอิเลาไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ปลายทางกรุงเทพมหานคร
ล่าสุด กรมเจ้าท่าสั่งให้เรือลำดังกล่าวจอดเทียบกลางทะเลใกล้เกาะสีชัง เพื่อตรวจสอบทะเบียนเรือและค้นหาหลักฐานการปล่อยคราบน้ำมัน เบื้องต้นผู้ควบคุมเรืออ้างว่าเป็นผลมาจากหม้อต้มของเรือเสีย ทำให้ไม่สามารถกำจัดของเสียในลำเรือจึงไหลออกสู่ทะเล
ส่วนตัวลำเรือ มีอายุการใช้งานมากกว่า 30 ปี แต่ยังไม่ขาดอายุการต่อทะเบียนเรือ เบื้องต้นจะดำเนินคดีในข้อหาตาม พ.ร.บ.เดินเรือน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายที่เสียไปในการแก้ไขสิ่งเป็นพิษหรือชดใช้ค่าเสียหายเหล่านั้นด้วย
โดยที่ผ่านมาชาวประมงพื้นบ้านเห็นการลักลอบปล่อยของเสียออกจากเรือบรรทุกน้ำมันบ่อยครั้ง โดยจุดที่พบบ่อยจะอยู่ระหว่างหัวเกาะเสม็ดกับแท่นส่งน้ำมัน มีระยะห่างประมาณ 12 ไมล์ทะเล
ปัจจัยส่วนหนึ่ง นายกสมาคมประมงพื้นบ้านบอกเป็นเพราะค่าบำบัดมีราคาแพง หากต้องนำเรือมาเทียบฝั่งและขนออกจากตัวเรือไปยังสถานที่บำบัดก็ยิ่งมีราคาสูง และบางอย่างก็ไม่สามารถบำบัดได้ จึงเป็นการลอบทิ้งกลางทะเล ไม่เฉพาะคราบน้ำมัน แม้แต่กระสอบหรือเศษวัสดุก็ถูกทิ้งบ่อย ๆ
ที่ผ่านมาชาวประมงได้แจ้งทางจังหวัดและผู้ที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด แต่ยังไม่เห็นแนวทางการแก้ปัญหาที่ชัดเจน จนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมาหลาย 10 ปี ยิ่งช่วงหน้ามรสุมคลื่นจะพัดพาเอาคราบน้ำมันและขยะจำนวนมากเข้าหาชายฝั่ง