ตม.ประจวบฯสกัดจับแรงงานเถื่อนหนีเข้าเมือง แฉจ่ายค่าหัวนับหมื่น

เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ต.อ.สุทธิพงษ์ พุทธิพงษ์ ผกก.ตม.จ.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ จันทร์แจ่มหล้า รอง ผกก.ตม.จ.น่าน ปฏิบัติราชการ ตม.จ.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.ต.ปวริศ ปานะจินาพร สว.ตม.ประจวบคีรีขันธ์ นำชุดสืบสวน ตม.จ.ประจวบคีรีขันธ์ บูรณาการร่วมกับหน่วยความมั่นคง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จับกุมบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติเมียนมา 22 คน และจับกุมผู้ช่วยเหลือซ่อนเร้น 1 คน คือ นายอาว จอ ลิน อายุ 31 ปี สัญชาติเมียนมา โดยจับกุมได้ที่ช่องทางธรรมชาติพุน้ำหยด หมู่ 6 ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ห่างจากช่องทางสิงขรประมาณ 4 กิโลเมตร เมื่อวันที่ 15 มกราคม

ภาพประกอบข่าว © Matichon ภาพประกอบข่าว

พ.ต.อ.สุทธิพงษ์กล่าวว่า ตามนโยบาย พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทองรอง พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.มานัด ศรีวงษา ผบก.ตม.3 สั่งการให้สืบสวนปราบปรามการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายของแรงงานต่างด้าวมาทางช่องทางธรรมชาติ ในพื้นที่รับผิดชอบทางชุดสืบสวน ตม.จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง, ตชด.146, สภ.คลองวาฬ ออกลาดตระเวนตรวจพื้นที่ชายแดนบริเวณช่วงวันหยุด เพื่อป้องกันปราบปรามการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง จนพบกลุ่มแรงงานต่างด้าวหลบอยู่ในแนวป่าตรวจสอบทราบภายหลังว่าทั้งหมดเป็นชาวเมียนมา จากการแยกซักถามทราบว่ามี นาย อาว จอ ลิน เป็นผู้มารับช่วงเพื่อเดินนำทางไปส่งยังพื้นที่ชั้นในแต่ชุดที่เดินนำทางมาหนีกลับเมียนมาไปแล้ว โดยแรงงานต่างด้าวทั้งหมดเดินทางมาจาก เมืองมะริด และยะไข่ ปลายทางประเทศมาเลเซีย ซึ่งจะต้องจ่ายค่าจ้างให้กับผู้นำพาชาวเมียนมา 20,000-30,000 บาท หลังจากนี้ชุดสืบสวนจะซักถามจัดทำประวัติ เพื่อสืบสวนขยายผลถึงขบวนการและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง และนำตัวผู้ต้องหาส่ง สภ.คลองวาฬ เพื่อส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพประกอบข่าว © Matichon ภาพประกอบข่าว

พ.ต.อ.สุทธิพงษ์กล่าวอีกว่า ต่อมาสนธิกำลังจับกุมตัวบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมาหลบหนีเข้าเมือง 22 คน บริเวณช่องทางธรรมชาติเขาหัวล้าน-สิบศพ หมู่ 3 ต.เกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขณะกลุ่มแรงงานต่างด้าวเดินลงมาจากชายป่า จึงจับกุมสอบถามขั้นต้นทราบว่าผู้หลบหนีเข้าเมืองทั้งหมดเดินทางมาจากเมืองย่างกุ้ง ปลายทาง จังหวัดชลบุรี โดยมาพักรออยู่บ้านมูด่อง ประเทศเมียนมา 5 คืนแล้วเดินเท้าข้ามฝั่งมา มีนายหน้าชาวเมียนมาเดินนำทาง แต่เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่จึงวิ่งหลบหนีไป ซึ่งพวกตนจะต้องจ่ายค่าจ้างให้กับนายหน้าชาวเมียนมา 25,000 บาทต่อคน โดยชุดสืบสวนจะซักถามจัดทำประวัติและสืบสวนขยายผลถึงขบวนการเครือข่ายที่เกี่ยวข้องก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ดำเนินคดีต่อไป

Microsoft และคู่ค้าอาจได้รับค่าคอมมิชชันหากคุณซื้อบางสิ่งผ่านลิงก์ที่แนะนำในบทความนี้

อำเภอ เกาะจันทร์

อำเภอ เกาะจันทร์

พ.ศ. 2371 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มชาวลาวอาสาปากน้ำ บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม เป็นเมืองชั้นจัตวา สังกัดกรมท่า โดยบริเวณท่าบุญมี เป็นท่าน้ำและท่าเกวียน ขนส่งสินค้าป่าสู่เมืองพนัสนิคม ตั้งอยู่อยู่ในอาณาเขตเมืองพนัสนิคม พ.ศ. 2441 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีการปฏิรูปการปกครองประเทศและจัดตั้งมณฑลเทศาภิบาล ให้เมืองพนัสนิคมเป็นอำเภอพนัสนิคม ยกฐานะเป็นตำบลท่าบุญมี ในอดีตมีสภาพเป็นป่าอุดมสมบูรณ์ ปรากฏหลักฐานบันทึกชื่อดงในตำบลท่าบุญมี เช่น ดงดอกไม้ ดงรากไม้ เป็นต้น โดยอาจมีต้นจันทน์มาก จึงเรียกว่า "เกาะจันทร์"

ข่าว ที่เกี่ยวข้อง

Recommended

Welcome Back!

Login to your account below

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.