Chonburi Sponsored

'แก๊งม.3 รุมโทรม ม.2' ชะตาชีวิตของเด็กหญิงหลังจากนี้ | เดลินิวส์

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

“ก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่า ความสุขในชีวิตจริงๆ เป็นยังไง แล้วตอนนี้มีความสุขอยู่หรือเปล่า..จงยิ้มให้กับทุกความเจ็บปวดที่เข้ามา ยอมรับและเรียนรู้จากมัน”

เชื่อว่าบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองสมัยนี้ ไม่ค่อยมีความสบายใจหรืออุ่นใจสักเท่าไร เมื่อเห็นลูกหลานเดินทางไปเรียนหนังสือหาความรู้ เพราะเมื่ออยู่ไกลหูไกลตา มันก็ยิ่งน่ากังวลว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันอะไรขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะผู้หญิงด้วยแล้ว ยิ่งกังวลใหญ่ เนื่องจากข่าวสารที่ปรากฏในแต่ละวัน มันทำให้รู้เช่นนั้น

เฉกเช่นเดียวกับเรื่องที่มันเกิดขึ้น เมื่อ นางเอ อายุ 28 ปี พา ด.ญ.บี ลูกสาวอายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 จาก จ.พิจิตร เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า วันที่ 9 ม.ค. ลูกสาวไปโรงเรียนตามปกติ ช่วงพักกลางวัน น.ส.ซี อายุ 15 ปี รุ่นพี่ ม.3 ได้ชักชวนให้ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเอาไปให้กลุ่มเพื่อนนักเรียนชาย ม.2 จำนวน 5 คน ที่ไม่เข้าชั้นเรียน และไปหลบซ่อนอยู่ในป่าหลังโรงเรียน

โดยนักเรียนชาย 5 คน แชตมาบอก น.ส.ซี เพื่อนรุ่นพี่ให้ซื้อบะหมี่ให้ด้วย น.ส.ซี จึงให้ น.ส.บี ซื้อไปให้นักเรียนชาย 5 คน ด้วยกันที่ป่าหลังโรงเรียน ห่างจากโรงเรียนประมาณ 1 กิโลเมตร เมื่อไปถึง เอาของให้กลุ่มนักเรียนชายเสร็จ น.ส.ซี ได้เดินแยกออกไปนั่งอยู่ริมน้ำห่างจากจุดที่เกิดเหตุอยู่ประมาณ 200 เมตร

ส่วน ด.ญ.บี ถูก 1 ใน 5 ด.ช. ดึงตัวไว้ ก่อนจะผลักลงกับพื้น โดย 2 คน จับแขนและขาขึงเพื่อให้ ด.ช. อีก 3 คน เรียงคิวกันข่มขืนและถ่ายคลิปไว้ หลังเกิดเหตุ ด.ญ.บี กลัวตัวสั่น และอับอายจึงไม่กล้าบอกใคร เมื่อกลับมาถึงบ้านแม่เห็นลูกสาวผิดปกติ ซึมเศร้า อยู่ห้องคนเดียว ไม่ยอมพูดกับใคร

กระทั่งวันที่ 13 ม.ค. มีญาติๆ เหยื่อได้เห็นคลิป ด.ญ.บี ถูกรุมโทรมแชร์ในโซเชียล จึงได้รีบมาบอก ทำให้ผู้เป็นแม่เป็นลมหมดสติด้วยความช็อก พอตั้งสติได้ ก็สอบถามเรื่องทั้งหมดจากลูกสาว ก่อนจะพาไปพบครูที่โรงเรียนและพาเข้าแจ้งความที่ สภ.หนองโสน โดยครูได้เรียกผู้ปกครองของ 5 นักเรียนชายที่ก่อเหตุมาเจรจากับแม่ หลังจากนั้นทางโรงเรียนได้แจ้งให้แม่พาลูกย้ายไปเรียนโรงเรียนอื่น ตอนนี้เหยื่อสาวมีอาการเครียดจัด จะเก็บตัวอยู่คนเดียวไม่กล้าออกไปไหน เพราะอับอาย แม่กลัวว่าลูกจะคิดสั้น

ต่อมา ตำรวจหนองโสน ได้เรียกนักเรียนทั้งหมด 5 คน มาสอบสวนปากคำ และอนุญาตให้เด็กเดินทางกลับบ้านได้ เพราะผู้ปกครองนำตัวมาพบตำรวจและไม่มีพฤติกรรมหลบหนี ส่วนประเด็นรุ่นพี่ผู้หญิงอายุ 15 ปี ที่อาจมีส่วนร่วมในการพาเด็กนักเรียนหญิงอายุ 14 ปี ไปยังจุดเกิดเหตุ เพื่อให้เพื่อนผู้ชายกระทำชำเรา ถ้าผิดจริงก็จะดำเนินคดีด้วย

ส่วนทางโรงเรียน ได้เรียกผู้ปกครองและนักเรียนกลุ่มที่ก่อเหตุ เข้ามาพูดคุยโดยได้สั่งให้นักเรียนทั้ง 5 คน ย้ายทั้งหมดไปโรงเรียนอื่น เพราะไม่สามารถไล่ออกได้ เนื่องจากนักเรียนอยู่ในช่วงการศึกษาภาคบังคับ

ส่วนคลิปตอนเหยื่อถูกรุมโทรม ที่โดนเผยแพร่ว่อนเน็ตนั้น หากมีการดาวน์โหลดเก็บไว้ในโทรศัพท์ หรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ จะถือว่ามีความผิด หรือหากนำมาเผยแพร่ก็มีความผิดเช่นกัน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

คดีนี้ยิ่งเห็นข่าวยิ่งน่าสลดใจ มันเป็นเรื่องที่เลวร้ายและน่าสงสารนักเรียนหญิงที่ถูกกระทำถูกรุมโทรมและถ่ายคลิป แถมยังโดนนำมาเผยแพร่ในโซเชียล สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการอย่างด่วนเลย คือเจ้าหน้าที่ต้องช่วยติดตามลบคลิปที่เผยแพร่ในโซเชียล ประสานกระทรวงศึกษาธิการ ให้นักเรียนหญิงผู้เสียหายได้เรียนต่อ ต้องรีบเข้าไปดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจ ต้องได้รับเงินเยียวยา

เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังอยู่ในวัยร่าเริง สดใจ น่ารัก กลับต้องอยู่อย่างหวาดผวา และกำลังจะเป็นโรคซึมเศร้า มันช่างน่าหดหู่ใจเหลือเกินว่า ชะตาชีวิตของน้องคนนี้หลังจากนี้ จะผ่านมันไปได้อย่างไร แล้วทีท่าว่าเรื่องแบบนี้ชักจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งมากด้วย นี่เราต้องให้ลูกหลานของเราทนอยู่ในสังคมแบบนี้..จริงๆ น่ะหรือ.

ข่าวสารตำรวจ

ตรวจราชการ
พล.ต.ท.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง จตช.(1) พร้อมคณะ เดินทางมาตรวจราชการ สภ.ชุมแพ จว.ขอนแก่น มี พ.ต.อ.จรัสพัฒน์ สุตยสรณาคม รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พ.ต.อ.รัตนสุข คำวงศ์ ผกก.สภ.ชุมแพ พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัด ให้การต้อนรับ ก่อนประชุมชี้แจงมอบนโยบาย ตร. พร้อมเดินตรวจเยี่ยม สภ.ชุมแพ แนะนำการเตรียมความพร้อมเพื่อรับการตรวจราชการประจำปี และสั่งการเร่งรัดเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ แจ้งเบาะแส ของประชาชนให้ดำเนินการให้เรียบร้อย โดยเฉพาะคดีที่น่าสนใจของสังคม

สองขุนพลอำลาตำแหน่ง
คณะกรรมการ กต.ตร.สภ.ศรีบุญเรือง ภ.จว.หนองบัวลำภู นำโดย คมสันต์ ไสยรัตน์ ประธาน กต.ตร.สภ.ศรีบุญเรือง พร้อมด้วยคณะกรรมการ กต.ตร.สภ.ศรีบุญเรือง และพลังสตรีศรีบุญเรือง เลี้ยงส่ง 2 ขุนพลคู่ใจที่ขับเคลื่อนโครงการนาคาพิทักษ์ รักษ์ประชา ของตำรวจภูธรภาค 4 จนเป็นโมเดลต้นแบบนำไปสู่จังหวัดต้นแบบสีขาว ด้วยอานิสงส์ผลการทำงานที่มุ่งมั่นทำความงานอย่างเสมอต้นเสมอปลาย จนกลายเป็นช้างเผือกในภูธร ผู้บังคับบัญชาเห็นผลงานเชิงประจักษ์ มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.อัษดิน สมศรี รอง ผบก.ภ.จว.หนองบัวลำภู ขยับไปเป็น รอง ผบก. ในจังหวัดที่ใหญ่ขึ้น ในขณะที่ พ.ต.ท.สุภี พลดงนอก รอง ผกก.ป.สภ.ศรีบุญเรือง ขยับเป็นแม่บ้านของ ภ.จว.หนองบัวลำภู ในตำแหน่ง ผกก.ฝอ.ภ.จว.หนองบัวลำภู เขาเรียกว่าทำดีแล้วได้ดี ทำดีนายเห็นไม่ต้องมีเส้นสาย…
(สุภัชรกานต์ แก้วสิงห์ ขตว.หนองบัวลำภู)​

ขอบคุณจากใจ
เขจร หอมศิลป์ ประธานกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) สภ.พานทอง อ.พานทอง จ.ชลบุรี และนายห้างทอง ซิน 9 เยาวราช มอบเสื้อวินให้กับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างในพื้นที่ และมอบกระเช้าขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในโอกาสปีใหม่ไทยและปีใหม่จีน ที่ผ่านมา

***********************

คอลัมน์ : สน.รอตรวจ
โดย : บิ๊กสลีป

Chonburi Sponsored
อำเภอ พานทอง

ในปี พ.ศ. 2441 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีการปฏิรูปการปกครองประเทศและจัดตั้งมณฑลเทศาภิบาล ให้เมืองพนัสนิคม เป็นอำเภอพนัสนิคม ขึ้นกับเมืองชลบุรี มณฑลปราจีนบุรี และบ้านท่าตะกูดมีชุมชนและประชากรเพิ่มขึ้นจึงยกฐานะเป็นอำเภอเรียกชื่อว่าอำเภอท่าตะกูด ขึ้นกับเมืองชลบุรี มณฑลปราจีนบุรี แบ่งการปกครองออกเป็น 15 ตำบล ได้แก่ ตำบลบ้านมาบโป่ง ตำบลบ้านเกาะลอย ตำบลบ้านบางนาง ตำบลตลาดควาย ตำบลบ้านหน้าประดู่ ตำบลบ้านบางหัก ตำบลบ้านเนินถ่อน ตำบลบ้านบางพึ่ง ตำบลบ้านหนองหงษ์ ตำบลบ้านพานทอง ตำบลบ้านมอญ ตำบลบ้านหนองกะขะ ตำบลบ้านมาบกระบก ตำบลหนองจับอึ่ง และตำบลหนองตำลึง