ครอบครัวทำใจไม่ได้ หลังลูกชายตายอย่างมีเงื่อนงำ บนเรือขนส่งบริษัท แต่ไม่มีใครมาแสดงความรับผิดชอบ ซ้ำร้ายผ่านมา 5 เดือน คดียังไม่คืบ
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 25 มกราคม 2566 ในรายการ “เปิดปากกับภาคภูมิ” ทางไทยรัฐทีวีช่อง 32 ดำเนินรายการโดย นายภาคภูมิ พันธุ์สถิตย์ ได้พูดคุยกบครอบครัวของผู้เสียชีวิต ทนายไกรฤกษ์ จิระดำรงชัย และทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ ปมหนุ่มใหญ่ตายมีเงื่อนงำบนเรือขนส่งบริษัท แต่คดีไม่คืบ แถมบริษัทปัดความรับผิดชอบ

คุณมินซอ น้องสาวผู้เสียชีวิต เผยว่า ตนทำงานที่ศรีราชา จ.ชลบุรี วันนั้นกำลังตื่นเต้นกับข่าวของพี่ชายที่จะแต่งงานในเดือนกันยายน จู่ๆ พี่ชายก็โทรไลน์เข้ามาหา เราจึงรับสายแล้ว แต่ในสายไม่ใช่เสียงพี่ชาย เขาถามว่าใช่น้องสาวไหม แล้วบอกว่าพี่ชายเสียชีวิตล้มตายที่บางละมุง เราช็อกจึงโทรหาพี่สาวหลายสาย ก่อนตัดสินใจโทรหาแม่บอกว่าพี่ไม่อยู่แล้ว แม่ก็สติแตกเลย

ด้านคุณอนุรักษ์ อินทร์ชัย พี่ชายผู้เสียชีวิต เผยว่า ตนไม่เห็นเหตุการณ์ มาเจออีกทีคือน้องก็นอนที่ข้างเครื่องปั่นไฟแล้ว บริษัทนี้มีเรือทำงานดูดทราย ตนทำงานเรือลำที่ 2 ส่วนน้องชายอยู่ในเรือลำที่ 1 โดยทั้งสองลำต้องทำงานร่วมกัน ในวันนั้นน้องชายมาทำงานที่เรือของตน รู้เรื่องอีกทีตอนเดินมาด้านล่าง เห็นน้องชายนอนอยู่ ก็พยายามดึงแล้วเรียก ในตอนนั้นมีกลิ่นไหม้ เลยรู้ว่ามีไฟช็อตบริเวณเครื่องปั่นไฟสำรองที่บริษัทเพิ่งส่งมาให้ใช้กันวันแรก

คุณมินซอ กล่าวต่อว่า บริษัทเอาเครื่องมาลง แต่ไม่ได้เปิดใช้ วันที่เกิดเหตุเป็นวันที่เปิดใช้วันแรก แล้วพี่ชายก็เสียชีวิต หลังจากนั้นไปตรวจสอบด้วยตัวเอง เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ บริษัทก็ไม่มีการแจ้งกรมแรงงานเลย วันนั้นมีแค่คนโทรมาแจ้งญาติว่าล้มตาย พอถามผู้จัดการ เขาก็บอกว่าไม่รู้เหมือนกันว่าล้มตาย เราฟังแล้วเจ็บปวดมาก
ในวันนั้นที่ไปโรงพยาบาล เขาเอาศพเข้าไปในห้องเก็บศพ เราเขย่าตัวพี่ปลุกให้ตื่น บอกว่าไหนว่าจะแต่งงานแล้วให้ลุกขึ้น แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ตื่นขึ้นมา จึงได้สติรู้ว่าเขาตายแล้วจริงๆ รับไม่ได้เลย พอไปขอความรับผิดชอบกับบริษัท เขาบอกว่าจะรับผิดชอบทางคดีจบที่ 50,000 บาท เราก็ไม่รับอะไรเลย เขาบอกว่ารับไม่ได้ ก็ไม่เป็นไรให้ไปฟ้องเอา สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดคือพี่ชายนอนรอรถตายอยู่ข้างถนน ทำงานที่บริษัทนี้ไม่มีใครมาช่วยเลย พี่ชายอีกคนต้องรอรถสองแถว คนขับเขาก็กลัวเห็นว่าเป็นศพ แล้วไม่ยอมพาไปที่โรงพยาบาล แต่มาจอดทิ้งศพไว้ที่สถานีตำรวจ วันนั้นพี่ชายพาไปแบบทุลักทุเลมาก ไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือเลยสักคน

ด้านทนายไกรฤกษ์ จิระดำรงชัย เผยว่า ถ้าไม่ได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล จะต้องมีการแจ้งเจ้าหน้าที่ชันสูจน์พลิกศพ และตรวจสอบที่เกิดเหตุ แต่ในเคสนี้ไม่มีเลย ไม่มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ว่ามีการเสียชีวิตเลย กลายเป็นว่าปิดบังการเสียชีวิต ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถลงพื้นที่ตรวจสอบได้
ในวันเกิดเหตุมีการลงบันทึกประจำวันไว้ แต่ไม่มีการเข้าไปตรวจสอบ หรือลงพื้นที่เลย ซึ่งเกิดเหตุ 24 ส.ค. 2565 แต่ สภ.ในพื้นที่เพิ่งได้รับเรื่องหลังจากนั้น 21 วัน จึงได้การลงพื้นที่ พอตรวจสอบเครื่องปั่นไฟ พบว่าเหมือนมีการแก้ไข หรือทำลายหลักฐานไปแล้ว
ส่วนของรูปคดี สภ.นาจอมเทียน ตั้งข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย กับคน 5 คน มีทั้งต่างชาติและคนไทย รวมถึงตัวนิติบุคคลด้วย ในฐานะที่เป็นนายจ้าง ตนมองว่ามันเป็นเรื่องของเจตนาได้ เพราะตัวกำเนิดไฟฟ้าบนเรือมันเสีย ควรจะหยุดเดินเรือ แต่นี่นำเครื่องสำรองมาใช้ ซึ่งมองสภาพแล้วมันเก่า อีกทั้งยังวางไว้ที่โล่งแจ้ง จนทำให้ลูกจ้างต้องตาย

ขณะที่ ทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ กล่าวว่า ตนมองว่าเป็นเจตนาฆ่า เพราะพยานหลักฐานถูกทำลาย จู่ๆ เมื่อตรวจสอบก็กลับมาใช้ได้ปกติ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ประมาท ใครที่มีส่วนรู้เห็น หรือคนทำลายหลักฐาน คนบนเรือทั้งหมดต้องรับผิดชอบ ใครบ้างที่เห็นแล้วไม่มีการมาช่วยเหลือ รวมถึงบริษัทด้วย เป็นบริษัทต่างชาติมาจ้างงานคนไทย แต่ไม่มีการป้องกัน หรือช่วยเหลืออะไรเลย วันเกิดเหตุอยู่บนเรือตอน 4 โมงเย็นไม่ได้ค่ำเลย เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีคนเห็น
อย่างไรก็ตาม สามารถติดตามรายการ “เปิดปากกับภาคภูมิ” พร้อมกันได้ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 15.30 น. เป็นต้นไป ได้ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32.