Chonburi Sponsored

นาทีระทึก! ตำรวจสัตหีบจู่โจมจับสยบ 'หนุ่มคลั่ง' คว้ามีดฟันเมียสาหัส-ลูกเลี้ยงเจ็บ | เดลินิวส์

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

เมื่อกลางดึกวันที่ 25 ม.ค. ร.ต.อ.กวิน จุ้ยรอด รอง สว.(สอบสวน) สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี รับแจ้งมีผู้ถูกอาวุธมีดฟันได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ผู้ก่อเหตุหลบหนีมากบดานอยู่ภายในอู่ทำสีแห่งหนึ่ง ซอยบ่อนไก่ หมู่ 6 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จึงวิทยุขอกำลังชุดสืบสวนและสายตรวจ รวมเกือบ 10 นาย สนับสนุนเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบ นายชูกล้า ศิลายศ หรือช่างกล้า อายุ 47 ปี ผู้ก่อเหตุ อยู่ในสภาพเมาสุรา มีอาการคลุ้มคลั่ง นุ่งกางเกงขาสั้นเพียงตัวเดียว ที่บริเวณศีรษะมีบาดแผลแตก เลือดไหลอาบใบหน้า กำลังยืนอยู่ใต้ชายคาหน้าร้าน ใกล้กับถังแก๊สเชื่อมเหล็ก ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าใกล้ พร้อมขู่หากเข้ามาจะระเบิดถังแก๊สให้ตายกันหมด

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้พยายามเจรจาเกลี้ยกล่อมแต่ไม่เป็นผล จึงอาศัยช่วงจังหวะผู้ก่อเหตุเดินออกห่างถังแก๊ส จู่โจมเข้าประชิดตัว พร้อมนำแก๊สน้ำตาฉีดใส่ที่ใบหน้า จนทำให้ผู้ก่อเหตุเสียหลัก ก่อนเจ้าหน้าที่ที่ปิดล้อมใช้ไม้ง่ามและกำลังบุกเข้าล็อกตัวจับผู้ก่อเหตุไว้ได้ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย คือ นางนงลักษณ์ ฉายอรุณ อายุ 55 ปี แฟนผู้ก่อเหตุ ถูกฟันด้วยมีดพร้า บริเวณศีรษะ ต้นคอ และแขนซ้าย จนเป็นบาดแผลฉกรรจ์ และเสียเลือดมาก ญาติช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาล ก่อนถูกนำตัวเข้าห้อง ICU และนายภควัต หอมรื่นรมย์ อายุ 27 ปี บุตรชาย นางนงลักษณ์ มีฐานะเป็นลูกเลี้ยงผู้ก่อเหตุ ถูกฟันที่บริเวณศีรษะจนแตก ได้รับาดเจ็บไม่มาก รู้ตัวมีสติ กู้ภัยสัตหีบได้ช่วยทำบาดแผล ก่อนถูกเชิญตัวให้ปากคำ

ด้าน ร.ต.อ.กวิน ได้เชิญตัว นายภควัต มาสอบปากคำ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เป็นแม่ได้อาศัยอยู่ลำพังที่ร้านคาร์แคร์ของตนเอง บริเวณชุมชนบ้านเตาถ่าน ก่อนพ่อเลี้ยงจะบุกเข้ามาใช้มีดพร้ากระหน่ำฟันร่างแม่ ทิ้งอาวุธมีดพร้าไว้ในที่เกิดเหตุแล้วหลบหนี หลังทราบข่าวได้ให้ญาติรีบมาช่วยแม่นำส่งโรงพยาบาล ก่อนจะไปหาพ่อเลี้ยงที่อู่ทำสีรถ หวังเจรจาแต่ก็มาถูกฟันจนได้รับบาดเจ็บอีกคน ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากเงิน 1,500 บาท ที่แม่ไม่สามารถตามทวงจากลูกค้ามาได้ ทำให้พ่อเลี้ยงไม่พอใจ กระหน่ำฟันจนสาหัส เบื้องต้นตำรวจรอสอบปากคำผู้ก่อเหตุที่ยังมีอาการเมาสุรา และรอสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทุกปาก เพื่อชี้ชัดหาข้อเท็จจริงในคดีต่อไป.

Chonburi Sponsored
อำเภอ สัตหีบ

ช่วงประมาณรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 สัตหีบเป็นเพียงหมู่บ้านชายทะเล ชาวบ้านประกอบอาชีพทำไร่ ทำนา หาของป่า และประมง การคมนาคมจะใช้ทางน้ำโดยเรือเมล์หรือเรือใบ ส่วนทางบกมีแต่ทางเกวียน ถนนไปชลบุรียังไม่มี ภูมิประเทศส่วนใหญ่ยังเป็นป่ารกทึบ การเดินทางระหว่างเมืองจึงใช้เรือเป็นหลัก ในหมู่บ้านสัตหีบ มีผู้ที่ชาวบ้านนับหน้าถือตามากอยู่คนหนึ่ง ชาวบ้านเรียกว่า "ยายแจง" แกมีฐานะดีมี ที่ดิน เรือ สวน ไร่นามากมาย ตลาดสัตหีบ หนองตะเคียนและโรงเรียนสิงห์สมุทรรวมถึงบริเวณเขาแหลมเทียนอันเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือสัตหีบในปัจจุบันก็เคยเป็นของแก ต่อมา เมื่อกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ทรงฝึกภาคทะเลกับกองเรือและทรงพักที่อ่าวสัตหีบ ทรงเห็นว่าอ่าวสัตหีบเหมาะเป็นที่ตั้งหน่วยเรือ เพราะมีเกาะใหญ่น้อยช่วยกำบังคลื่นลม พระองค์จึงได้บอกถึงพระประสงค์ที่จะใช้บริเวณเขาแหลมเทียนเป็นที่ตั้งหน่วยทหารเรือ ยายแจงก็ยินดีที่จะถวายให้