Chonburi Sponsored

ผู้บริหารดีเอสไอซุกเงิน100ล.

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored
สยามรัฐออนไลน์ 24 มกราคม 2566 05:57 น. อาชญากรรม

ชูวิทย์ ระบุมีพยานปากสำคัญในคดี ตู้ห่าว 2 คน ถูกข่มขู่ เผย”ผบ.ตร.”ส่งทีมงานบินด่วนไปคุ้มกันพยานแล้ว พร้อมเตรียมยื่นถอนประกัน”พ.ต.อ.หญิง”หนึ่งในจำเลยทุนจีนสีเทา หลังพบมีพฤติกรรมข่มขู่ ด้าน”อัจฉริยะ”งัดหลักฐานใหม่แฉ “ดีเอสไอ” ระดับผอ.บุกค้นคอนโดอดีตกงสุลใหญ่นาอูรูตบทรัพย์ทุนจีน เชื่อค้นห้องทำงานจะเจอหลักฐานเป็นเงินสดกว่า 100 ล้าน

 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 22 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง และเป็นผู้ที่เปิดเผยเบื้องหลังของ นายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือตู้ห่าว จำเลยในคดีอาชญากรระหว่างประเทศ ที่กระทำผิดในธุรกิจทุนจีนสีเทา เดินทางมาเพื่อติดตามการสอบคำให้การจำเลยกว่า 20 คน ที่ศาลได้นัดวันนี้ 

 โดย นายชูวิทย์ เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้ติดตามคดีนี้มาอย่างต่อเนื่อง วันนี้เป็นการนัดสอบคำให้การจำเลย ตรวจพยานหลักฐานนัดแรกของศาล ศาลก็จะสอบถามจำเลยทุกคนว่าจะให้การรับสารภาพ หรือปฏิเสธ แต่เชื่อว่าทุกคนก็จะปฏิเสธสู้คดี เนื่องจากถูกดำเนินคดีในอัตราโทษสูงรวม 9 ข้อหา ขณะเดียวกันเมื่อวานนี้ได้แจ้งไปยัง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่า มีพยานสำคัญ 2 คน ในต่างจังหวัดถูกข่มขู่ให้ถอนตัวจากการเป็นพยาน โดยมีบุคคลต้องสงสัย 3-4 คน ขับรถมาวนเวียนบริเวณหน้าบ้าน พร้อมทั้งส่งข้อความมาข่มขู่ จึงทำให้ตกใจกลัว ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้นำกำลังขึ้นเครื่องบินไปตรวจสอบด่วนในเรื่องดังกล่าว และใช้มาตรการคุ้มครองพยานไว้เรียบร้อยแล้ว และจะเสนอให้พนักงานสอบสวนขอถอนประกันของ พ.ต.อ.หญิง ที่เป็นจำเลยร่วมและได้ประกันตัวมาเพียงคนเดียว เนื่องจากถูกดำเนินคดีเพียงข้อหาร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งคณะทำงานก็เตรียมแจ้งข้อหาองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และมีพฤติกรรมข่มขู่พยาน ซึ่งสามารถขอให้ศาลเพิกถอนประกันได้
 
“ที่ผ่านมานายตู้ห่าว ยังมีพฤติกรรมข่มขู่พยานอีกหลายคน มีอิทธิพลและมีความพยายามทำลายหลักฐาน ด้วยวิธีการใต้ดิน แต่ก็เชื่อมั่นว่ากระบวนยุติธรรมจะสามารถลงโทษกลุ่มขบวนการเหล่านี้ได้”

 ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอไปตบทรัพย์ค้นห้องพักคอนโดหรูของอดีตกงสุลใหญ่นาอูรู ย่านห้วยขวาง เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.65 ที่ผ่านมา ว่า ตนมีหลักฐานใหม่เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่เผยให้เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 3 คน ระดับผู้อำนวยการได้ไปแสดงตัวบอกเจ้าหน้าที่นิติคอนโดว่ามาสืบคดีพิเศษ ให้ไปเปิดห้องดังกล่าวให้ และพาขึ้นไปตรวจสอบ

 ในกล้องวงจรปิดจะเห็นว่า เวลา 17.54 น. เจ้าหน้าที่ไปเปิดห้องให้ เข้าไปประมาณ 20 นาที และกลับออกมาในเวลา 18.10 น. พร้อมทรัพย์สินบางอย่าง ซึ่งพฤติกรรมในครั้งนี้ ไม่มีการโชว์หมายค้นหรือหมายจับใด อีกทั้งการเข้าตรวจค้นครั้งนี้ เป็นการตบทรัพย์ต่อเนื่องมาจากพื้นที่ทุ่งมหาเมฆ ที่ไปก่อเหตุในช่วงสาย ตนมองเป็นพฤติกรรมที่อุกอาจ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยไปให้ข้อมูลที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ในความผิด ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และ ร่วมกันบุกรุก ซึ่งจากนี้ทางตำรวจ สน.ทุ่มหาเมฆ จะต้องส่งข้อมูลต่อให้ ตำรวจ สน.ห้วยขวางในการดำเนินคดีต่อ
 
“พฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอทำเป็นขบวนการ ก่อเหตุหลายครั้ง และเกี่ยวข้องกับการปล้นบ้านชาวจีนที่ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 คน มีการเก็บส่วยทั้งธุรกิจบ่อทราย น้ำมันเถื่อน และของเถื่อน เพื่อส่งเงินให้กับผู้บริหารระดับสูงของดีเอสไอ ซึ่งตนอยากให้มีการเข้าไปตรวจสอบห้องทำงานของผู้บริหารของดีเอสไอ เชื่อว่าจะเจอหลักฐานเป็นเงินสดกว่า 100 ล้าน” นายอัจฉริยะ กล่าว

Chonburi Sponsored
อำเภอ บางละมุง

อำเภอบางละมุงแต่เดิมมีฐานะเป็นเมืองบางละมุง ตั้งอยู่ที่บ้านบางละมุง ตำบลบางละมุง จนถึง พ.ศ. 2444 ได้ยุบเมืองบางละมุงเป็นอำเภอขึ้นต่อจังหวัดชลบุรี โดยมีที่ว่าการอำเภอตั้งอยู่บริเวณริมคลองนกยาง ซึ่งขณะนั้นบริเวณดังกล่าวเป็นท่าน้ำที่สำคัญทั้งทางด้านการคมนาคมและเป็นที่ชุมนุมของเรือสินค้าต่าง ๆ ต่อมาคลองนกยางตื้นเขินไม่สะดวกต่อเรือสินค้าต่าง ๆ จะล่องเข้าออก ทั้งสภาพพื้นที่ไม่เหมาะสมที่จะขยายชุมชนให้กว้างขวาง นายอำเภอสมัยนั้น คือ นายเจิม (ต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาสัตยานุกูล) จึงย้ายที่ว่าการอำเภอไปตั้งที่ใหม่บริเวณริมทะเลในตำบลนาเกลือ เมื่อ พ.ศ. 2452