Chonburi Sponsored

อย่าหาทำ!สามีน้อยใจ จัดฉากใช้มีดปาดคอหลอกภรรยา กู้ภัยช่วยเหลือวุ่น

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

อย่าหาทำ!สามีน้อยใจ จัดฉากใช้มีดปาดคอหลอกภรรยา กู้ภัยช่วยเหลือวุ่น

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 20.54 น.

อย่าหาทำ!สามีน้อยใจ จัดฉากใช้มีดปาดคอหลอกภรรยา กู้ภัยช่วยเหลือวุ่น

16 มกราคม 2566 ศูนย์วิทยุกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ฯเมืองพัทยา รับแจ้งจาก น.ส.ปลา (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี แม่ค้าขายผลไม้ ย่านตลาดสดนาเกลือ ว่า สามีของเธอให้ส่งภาพถ่ายกำลังใช้มีดปาดคอตัวเอง และขังตัวเองไว้ในห้องแถวในพื้นที่หมู่ 2 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้ง จึงประสานไปยัง สภ.บางละมุง และส่งทีมหน่วยกู้ชีพ รถอุปกรณ์ตัดถ่างกว่า 10 นาย ไปทำการช่วยเหลือ

เมื่อไปถึงปรากฏว่าไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น มีเพียงนายวัชระ (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี เดินออกมายอมรับว่าเป็นบุคคลในภาพถ่ายใช้มีดจี้คอตัวเอง และส่งไปให้ลูกชาย เพื่อต้องการให้ภรรยาและลูกชายกลับมาหา โดยตนเพิ่งเดินทางมาจาก จ.ชุมพร มาหาลูกและภรรยา เพื่อปรับความเข้าใจและปัญหาภายในครอบครัว แต่มาถึงลูกและภรรยาไม่อยู่ห้อง อีกทั้งยังโดนฝ่ายภรรยาบอกว่าจะไม่กลับมาหา ด้วยความน้อยใจ จึงเอามีดแล้วใช้ซีอิ๊วทาบริเวณปลายมีด ให้คล้ายกับสีเลือด จากนั้นนำมาจี้คอตัวเอง ทำทีว่าปาดคอตัวเอง แล้วส่งไปให้ลูกชายดูหวังว่าลูกกับภรรยาจะกลับมาหา แต่ไม่คิดว่าภาพถ่ายจะถูกส่งไปยังกู้ภัยและตำรวจ จนมีการนำกำลังมาช่วยเหลือดังกล่าว พร้อมทั้งยกมือไหว้ขอโทษเจ้าหน้าที่ที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวาย

ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ น.ส.ปลา ทางโทรศัพท์ โดยได้รับการเปิดเผยว่าตนและสามีแยกย้ายกันอยู่ได้สักระยะหนึ่งแล้ว ที่ผ่านมามีปากเสียงกับสามีมาตลอด เวลาอยู่ด้วยกันก็ชอบหาเรื่องทะเลาะ โดยก่อนเกิดเหตุสามีแจ้งว่าได้ขึ้นมาหาตนและลูกที่พัทยา แต่พอมาถึงไม่เจอตนและลูก เนื่องจากตนเดินทางมาซื้อผลไม้ที่ ตลาดไท จ.ปทุมธานี แต่สามีก็ไม่ยอมฟัง ก่อนจะส่งรูปปาดคอส่งมาให้ดู และระบุข้อความในภาพ “มันดี” ด้วยความตกใจจึงรีบโทร.ไปแจ้งกู้ภัยให้ไปช่วยเหลือสามี แต่ไม่คิดว่าจะเป็นการแต่งเรื่องหลอก ต้องขอโทษเจ้าหน้าที่ด้วย

เบื้องต้นตำรวจสายตรวจ มีการทำประวัตินายวัชระ พร้อมทั้งว่ากล่าวตักเตือนไม่ให้ทำพฤติกรรมแบบนี้อีก

-005

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Chonburi Sponsored
อำเภอ บางละมุง

อำเภอบางละมุงแต่เดิมมีฐานะเป็นเมืองบางละมุง ตั้งอยู่ที่บ้านบางละมุง ตำบลบางละมุง จนถึง พ.ศ. 2444 ได้ยุบเมืองบางละมุงเป็นอำเภอขึ้นต่อจังหวัดชลบุรี โดยมีที่ว่าการอำเภอตั้งอยู่บริเวณริมคลองนกยาง ซึ่งขณะนั้นบริเวณดังกล่าวเป็นท่าน้ำที่สำคัญทั้งทางด้านการคมนาคมและเป็นที่ชุมนุมของเรือสินค้าต่าง ๆ ต่อมาคลองนกยางตื้นเขินไม่สะดวกต่อเรือสินค้าต่าง ๆ จะล่องเข้าออก ทั้งสภาพพื้นที่ไม่เหมาะสมที่จะขยายชุมชนให้กว้างขวาง นายอำเภอสมัยนั้น คือ นายเจิม (ต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาสัตยานุกูล) จึงย้ายที่ว่าการอำเภอไปตั้งที่ใหม่บริเวณริมทะเลในตำบลนาเกลือ เมื่อ พ.ศ. 2452