การอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 จบไปหลังใช้เวลาทั้งสิ้น 31 ชั่วโมง โดยพรรคก้าวไกลขยายผลต่อจะยื่นร้องต่อ ป.ป.ช.เอาผิดรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง 7 ราย ขณะที่พรรคเพื่อไทยเร่งเกมยื่นเชือดซ้ำยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
“ประเสริฐ” ซัด “บิ๊กตู่” ถามวัวตอบควาย
เมื่อวันที่ 19 ก.พ.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทยให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการอภิปรายโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 เมื่อวันที่ 17-18 ก.พ.ว่า พอใจฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่ซักถามให้ประชาชนเห็นถึงปัญหาข้อผิดพลาดของรัฐบาลในการบริหารงานที่ผ่านมา แต่พอฟังคำชี้แจงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม รวมถึงรัฐมนตรีแต่ละท่านแล้ว ตอบไม่ตรงกับคำถาม ถามวัวตอบควาย บางคำถามไม่มีคำตอบ เช่นที่ถามว่าการปฏิรูปการเมืองให้เป็นประชาธิปไตย มีนโยบายอย่างไรในแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็นที่ประชาชนเรียกร้องอย่างการตัดอำนาจ ส.ว.ไม่ให้เลือกนายกฯ นายกฯเฉไฉไม่ตอบคำถาม กรณีนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม สอบถามการต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว พล.อ.ประยุทธ์ลุกขึ้นตอบโต้ด้วยอารมณ์ทันที แต่ไม่มีเนื้อหาสาระชี้แจงประเด็นข้อซักถาม
ดาบ 2 ยื่นซักฟอกไม่ไว้วางใจด่วน
“เมื่อรัฐบาลตอบชี้แจงมาแบบนี้ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไรกับการตอบเช่นนี้เลย จากท่าทีของรัฐบาลเช่นนี้คงหนีไม่พ้นที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ระหว่างปิดสมัยประชุมนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านจะหารือกัน เมื่อเปิดสมัยเราจะยื่นโดยเร็วที่สุด” นายประเสริฐกล่าวแขวะผู้นำดำน้ำตอบเรื่องไม่ได้ถาม นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย รองประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวว่า ฝ่ายค้านทำได้ดีนำประเด็นที่ประชาชนสนใจมาบอกกล่าวเสนอแนะรัฐบาล ทำให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลตอบอะไรบ้าง โดยเฉพาะนายกฯ ตอบคำถามที่ฝ่ายค้านไม่ได้ถามจำนวนมากที่ถามไม่ยอมตอบ เช่น ปัญหาเหมืองทองอัคราการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรที่รัฐบาลปกปิดข้อมูล อะไรที่ประชาชนคลางแคลงสงสัยนายกฯจะเงียบไม่ตอบเหมือนซุกอะไรไว้ เป็นแนวของนายกฯ คนนี้ ไม่สนใจไยดีการตอบคำถามในสภาฯ ประชาชนจะตัดสินความนิยมของรัฐบาลเองได้ รัฐมนตรีหลายท่านไม่ใส่ใจหรือให้เกียรตินั่งฟังอภิปรายจนจบ มีเพียงรัฐมนตรีไม่กี่คนนั่งฟัง ไม่เคยมีรัฐบาลชุดไหนทำแบบนี้ สมควรแล้วที่สภาฯ ล่มตลอด เพราะรัฐบาลไม่เคยใส่ใจ ไม่ให้เกียรติสภาฯ หากให้คะแนนถือว่ารัฐบาลสอบตกตั้งแต่วันแรก เจอกันอีกทีในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเดือน พ.ค. ทั้งนี้วิป 3 ฝ่ายหารือกันวันที่ 23 ก.พ.จะประชุมสภาฯ ปกติจะพิจารณากฎหมาย รวมถึงเรื่องที่ กมธ.พิจารณาแล้วเสร็จ 7 ฉบับ วันที่ 24-25 ก.พ.จะประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองและการเลือกตั้งชั้นรับหลักการมีทั้งร่างรัฐบาลและฝ่ายค้าน
ยื่นซักฟอก ม.151 รอคิว ก.ม.ลูก
เมื่อถามว่าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจจะยื่นทันทีหลังเปิดสมัยประชุมหน้าหรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า โดยหลักการแล้วจะดูจังหวะการพิจารณากฎหมายลูกว่าคณะ กมธ.วิสามัญแก้กฎหมายลูกจะพิจารณาเสร็จเสนอให้รัฐสภาพิจารณาวาระ 2 และ 3 ได้ตั้งแต่สภาฯเปิดสมัยประชุมหรือไม่ ถ้าเสนอต่อสภาฯได้ทันทีเราจะรอให้การพิจารณาเรื่องนี้เสร็จสิ้นก่อนยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่รายละเอียดทั้งหมดกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยจะคุยกันถึงจังหวะการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจอีกครั้ง เหลือเวลาอีกนานพอสมควร

“กก.” ขย้ำต่อชง ป.ป.ช.เชือด 7 รมต.
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล หัวหน้าทีมเตรียมการอภิปรายแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 พรรคก้าวไกลให้สัมภาษณ์ว่า มาตรการต่อเนื่องหลังอภิปรายนี้พรรคก้าวไกลจะรวบรวมข้อมูลยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 3 เรื่องเกี่ยวข้องกับรัฐมนตรี 7 คน ประกอบด้วย 1.เรื่องการปกปิดการระบาดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ยื่นเอาผิดนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรฯและนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ 2.เรื่องน้ำมันรั่วที่ จ.ระยอง กำลังหารือว่าจะยื่นไป ป.ป.ช.หรือฟ้องศาลปกครองด้วย แต่ที่เเน่ๆต้องฟ้องแบบหมู่หรือการดำเนินคดีแบบกลุ่ม (Class Action) ให้กับประชาชนในพื้นที่ เรื่องนี้ยังไม่ชัดจะยื่นร้องเเค่นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คนเดียวหรือไม่ เนื่องจากกระทรวงพลังงานถือว่าเกี่ยวพันกับการที่บริษัทน้ำมันไม่มีแผนเซฟตี้เพียงพอด้วย
จับฮั้วฟ้องเพิ่มเงินสถานีกลางบางซื่อ
น.ส.ศิริกัญญากล่าวต่อว่า 3.เรื่องสถานีกลางบางซื่อต้องร้อง ป.ป.ช.ว่ามีการสมรู้ร่วมคิดหรือเปล่า ที่จะให้เปิดใช้สถานีกลางบางซื่อ ก่อนจะมีการจ่ายเงิน เพิ่มนำไปสู่การฟ้องของบริษัทผู้รับเหมาเรื่องอยู่ในอนุญาโตตุลาการตอนนี้ จะร้องนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข กับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เรื่องที่ 1 กับเรื่องที่ 3 คงจะยื่นภายใน 2 สัปดาห์นี้ หลังจากปิดสมัยประชุมสภาฯ ขณะที่เรื่องที่ 2 ต้องใช้เวลารวบรวมข้อมูลอีกสักระยะ ยังบอกไม่ได้ว่าจะยื่นเมื่อไหร่
เฉ่ง “บิ๊กตู่” หนีรับผิดชอบปมค้ามนุษย์
น.ส.ศิริกัญญากล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ไม่ยอมตอบคำถามปัญหาค้ามนุษย์ที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกลอภิปรายคือภาพสะท้อนชัดว่า เป็นอาการของคนหนีความรับผิดชอบ หน้าที่นายกฯและ ครม.ไม่ใช่มาแก้ตัวเข้าใจว่าในหลายครั้งไม่สามารถมาแก้ต่างได้ในเวทีนี้ เลยใช้วิธีหลบเลี่ยงไม่ตอบ ประชาชนเฝ้าดูอยู่คงเจ็บปวดเหมือนเรา คำถามในใจชาวบ้านผุดขึ้นมากมาย แต่นายกฯกลับหนีความรับผิดชอบไม่ตอบอะไรเลย เป็นอีกครั้งที่ได้เห็นว่าความรับผิดรับชอบของรัฐบาลนี้ต่ำมาก ลอยตัวเหนือปัญหา ไม่รับผิดชอบอะไรเลยกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องนี้ แต่อีกหลายๆเรื่องถามไปก็ไม่ตอบ และตอบเฉพาะเรื่องที่เตรียมตัวมา ขนาดมีข้อมูลก็ยังตอบมาครึ่งเดียวด้วยรูปแบบเดิมๆ ประชาชนต้องการคำตอบที่สมเหตุผลมากกว่านี้
“โรม” วิดีโอคอลข้ามทวีปคุย “ปวีณ”
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคก้าวไกล นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ร่วมแถลงข่าวเรื่อง “กว่าจะเป็นตั๋วช้างภาค 2” หลังการอภิปรายมาตรา 152 ปม “ตำรวจเลวได้ดี ตำรวจดีต้องลี้ภัย” กับเรื่องราวของ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตหัวหน้าทีมสืบสวนคดีค้ามนุษย์ที่ต้องลี้ภัยไปเมื่อปี 2558 โดยมีการวิดีโอคอลข้ามทวีปไปพูดคุยกับ พล.ต.ต.ปวีณด้วย นายรังสิมันต์กล่าวว่า ภารกิจนี้เราเป็นศัตรูกับคนชั่วและข้าราชการที่แสวงหาประโยชน์ กรณี พล.ต.ต.ปวีณเป็นจุดไทยมาถึงวิกฤติที่สุด ไม่โกงกินก็อยู่ไม่ได้ พรรคอยากเห็น พล.ต.ต.ปวีณกลับมาไทยอย่างปลอดภัย เพื่อทลายเครือข่ายค้ามนุษย์ ขยายผลที่มากไปกว่า พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบกที่ถูกจำคุกคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา อยากเห็นคนที่อยู่ในทำเนียบฯ ปัจจุบันนี้ต้องรับผิดชอบกับความอยุติธรรม

จวก “บิ๊กตู่” อำมหิตไม่ผิดความจริง
นายรังสิมันต์กล่าวอีกว่า กรณีที่ยอมออกจากห้องประชุมสภาฯ หลังไม่ยอมถอนคำว่า “อำมหิต” ที่ใช้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ไม่เข้าใจใช้คำว่าอำมหิตผิดตรงไหน เป็นแบบนั้นจริงๆ การค้ามนุษย์เกิดขึ้นนำข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลต้องมีส่วนรับผิดชอบอย่างไรต่อการที่ พล.ต.ต.ปวีณต้องลี้ภัย และการค้ามนุษย์ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบคำถาม แม้ยังอยู่บนที่นั่งในห้องประชุม แล้วยังขออนุญาตประธานสภาฯออก ห้องไปแบบไม่ตอบคำถาม เลยรู้สึกว่าการค้ามนุษย์ มันร้ายแรง ทำไมนายกฯถึงไม่ตอบคำถามนี้ราวกับ ส่งสัญญาณว่าการค้ามนุษย์ การมีเจ้าหน้าที่รัฐไปเกี่ยวข้อง เป็นเรื่องปกติของสังคมไทย ยิ่งได้เห็นภาพ ชาวโรฮีนจากินใบไม้ประทังชีวิตส่วนตัวรับไม่ได้ เลยใช้คำว่า “ใจดำอำมหิต”
ลุยเปิดโปงขบวนการค้ามนุษย์
นายรังสิมันต์กล่าวว่า รอบนี้เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบไม่ลงคะแนน เพื่อเปิดเผยและต้องการ ให้สังคมทบทวนประเด็นต่างๆที่ไม่ถูกต้อง หวังใช้สภาฯสะท้อนปัญหา พรรคก้าวไกลพร้อมเดินหน้า แก้ไขสิ่งที่ผิดให้ถูกต้อง แม้เชื่อว่าตราบใดที่ขบวนการค้ามนุษย์ยังเป็นบ่อเงินบ่อทองของผู้มีอำนาจ อาจยัง แก้ไขปัญหาไม่ได้ แต่ในมุมของพรรคก้าวไกลจะยังทำงาน เปิดโปง ตั้งคำถามต่ออันตรายในสังคมให้ได้
“ปวีณ” ยัน “โรม” แฉเรื่องจริงล้วนๆ
พล.ต.ต.ปวีณกล่าวผ่านวิดีโอคอลว่า วันนี้วันที่มีความสุข มันเป็นเรื่องเฉพาะตัวที่ติดอยู่ในใจ มันเครียด กลัว นับจากที่ออกจากประเทศ จากการที่ ปฏิบัติหน้าที่แล้วถูกกลั่นแกล้ง ไม่ได้รับความเป็นธรรม จาก สตช. รัฐบาลผู้มีอำนาจ เพราะเรื่องราวทั้งหมด ได้รับการเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา ให้คนได้รับทราบ ในการอภิปรายจากนายรังสิมันต์ ขอยืนยันว่าคือความจริงที่เกิดขึ้นจริง ถึงวันนี้ถือว่าได้รับความเป็นธรรมกลับมาครึ่งหนึ่งแล้ว แต่น่าเสียดายที่วันนั้น ถ้าประเทศไทยเราเป็นประชาธิปไตย มีรัฐบาลที่ตรงไป ตรงมา มีนายกฯ และผู้บริหารทุกระดับที่อยากให้ประเทศไทยใสสะอาด มีความซื่อสัตย์ กล้าหาญให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปอย่างเที่ยงธรรม และสุดทางชีวิตราชการของตนที่เหลืออยู่ถึง 3 ปี ประกอบกับความรู้ความสามารถในการสืบสวนสอบสวนมั่นใจว่าจะสามารถสาวไปถึงปลาตัวใหญ่ได้อีกหลายตัวอย่างแน่นอน
ส่วยบานอุตสาหกรรมขนคนไปขาย
พล.ต.ต.ปวีณกล่าวต่อว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลย ซึ่งต้องมีเงื่อนไขแลกเปลี่ยนนั่นคือผลประโยชน์ ส่วย พอเงินนี้เข้ามาจำนวนมากๆ ขนคนได้สะดวกสบาย ทำกันเป็นอุตสาหกรรมขนคน ไปขาย จึงกล้าพูดว่าถ้าสอบสวนไปแน่นอนปลาตัวใหญ่ๆ จะต้องมาอีกเยอะ ไม่ใช่ว่าที่ผ่านมาไม่อยากเปิดเผย พูดเปรยกับพี่น้องสื่อมวลชนหลายสำนัก แต่กลับไม่มีใครนำไปเปิดเผย เมื่อไม่มีการตอบรับ การพูดไปนั้นเปล่าประโยชน์ ตนรอเวลามานาน ใครที่จะรับ ข้อมูลของตนไปเปิดเผย หากเปิดเผยไปแล้วไม่มีใคร ขยายต่อ เผยแพร่ต่อ มันไม่มีความหมาย การทำหน้าที่ แต่ละฝ่ายไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือสื่อมวลชน สิ่งที่ต้องมี คือจริยธรรม สิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถขัดขวางได้คือความ กล้าหาญ ถ้าเรากลัวทำหน้าที่ไม่ได้ ถ้าพี่น้องสื่อมวลชน ตำรวจ ประชาชน กล้าหาญ ยึดถือในความถูกต้อง หน้าที่อย่างพร้อมเพรียง การสู้กับผู้มีอำนาจเป็นไปได้ เช่น ไม้ไผ่หลายก้านรวมกัน งอเท่าไหร่ก็ไม่หัก
“นิโรธ” หยันหนังเก่าอวย ครม.ตอบชัด
ขณะที่นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน เมื่อวันที่ 17-18 ก.พ.ว่า ไม่มีอะไรให้ประเมิน เพราะเป็นการอภิปรายเรื่องเก่า ซ้ำวนเวียน ส่วนการชี้แจงของ ครม.มีความชัดเจน ตรงประเด็น

นัด 24–25 ก.พ. รัฐสภาถก 2 ก.ม.ลูก
ประธานวิปรัฐบาลกล่าวอีกว่า ส่วนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองนั้น เบื้องต้นได้พูดคุยกับวุฒิสภาและฝ่ายค้านไว้ว่า จะพิจารณาวันที่ 24-25 ก.พ. เริ่มเวลา 09.30-21.00 น. จะพิจารณาทีละฉบับและตั้งคณะกรรมาธิการไว้ก่อน ขณะที่ความเป็นไปได้ที่จะเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาลงมติร่างกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับ ในวาระ 2-3 หรือไม่ ขึ้นอยู่ที่ กมธ.จะพิจารณาเสร็จทันหรือไม่
“ธนกร” ซัดข้อมูลเก่า–คลาดเคลื่อน
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภาพรวมการอภิปราย 2 วัน รัฐบาลชี้แจงได้ครอบคลุมทุกประเด็น นายกฯยืนยันรัฐบาลทำงานทั้งแก้ปัญหาอดีต ทำปัจจุบันให้ดี ที่สุด พร้อมกำหนดแผนงานอนาคต ข้อมูลที่ฝ่ายค้านนำมาอภิปรายไม่มีอะไรใหม่ หลายอย่างคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง หลังอภิปรายจะประสานงานให้ทุกส่วนราชการ เผยแพร่ข้อมูลผ่านช่องทางต่างๆสร้างการรับรู้แก่สาธารณชน
ซัด “พิธา” ย้อนดูตัวเองก่อนว่า “ลุงตู่”
นายธนกรกล่าวอีกว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีคุณสมบัติผู้นำในศตวรรษที่ 21 เป็นทฤษฎีสวยหรู แต่ไม่เชื่อว่านายพิธาจะทำได้สำเร็จเช่นกัน การปั้นคำพูดสร้างวาทกรรม แต่ไม่ได้ลงมือทำ ย่อมไม่รู้ว่าอะไรคือของจริง อะไรคือความเพ้อฝัน ต้องย้อนดูตัวเองด้วย ที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่านายพิธาไม่ได้สนใจทำงานจริงจัง แต่จ้องสร้างภาพหาโอกาสสร้างคะแนนนิยมให้ตัวเองเสมอ หวังยืมมือม็อบกลุ่มต่างๆมาล้มรัฐบาล หากคิดว่าตัวเองมีคุณสมบัติแบบที่อภิปรายคงเข้าข้างตัวเองมากเกินไป การจะตัดสินว่า พล.อ.ประยุทธ์หรือใครมีคุณสมบัติเหมาะเป็นผู้นำ คนตัดสินตัวจริงคือประชาชน
“ชัยวุฒิ” ชมฝ่ายค้านทำหน้าที่ได้ดี
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะรองหัวหน้าพปชร.ประเมินการอภิปรายฯว่า ฝ่ายค้านทำหน้าที่ได้ดีมาก อภิปรายถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เป็นหลายเรื่องที่รัฐบาลรับทราบและแก้ไขไปแล้ว รัฐบาลได้มีโอกาสชี้แจง ทั้งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจสินค้าแพง น้ำมันแพง ปัญหาต่างๆคลี่คลายไปมากแล้ว ส่วนการพูดจาเสียดสี ใช้ถ้อยคำรุนแรง เป็นธรรมดาทางการเมือง เป็นสไตล์ของนักการเมือง รัฐบาลไม่ได้ติดใจหรือไม่ได้คิดว่าเป็นสิ่งที่มีปัญหาอะไร
ตีกันเร็วไปหนุน “เสี่ยหนู” นายกฯ
นายชัยวุฒิกล่าวอีกว่า ส่วนกระแสข่าวนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) จะเป็นนายกฯคนต่อไป พูดถึงเร็วเกินไป เท่าที่ได้ติดตามนายอนุทินยังคงสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ทำหน้าที่ต่อไปให้ครบเทอม เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาการเมืองที่ต้องมานั่งเลือกนายกฯกันใหม่ นายอนุทินเคยเป็นแคนดิเดตนายกฯอาจคาดการณ์กันไป ยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดถึงเรื่องนี้ ทุกคนยังมั่นใจที่จะทำงานร่วมกัน เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ทำหน้าที่นายกฯให้ครบเทอมจนถึงเดือน มี.ค.66 ยอมรับว่าพรรค ภท.มีผลงาน ทำงานหลายเรื่องได้ดี เป็นผลงานร่วมกันของรัฐบาล แสดงว่าประชาชนยังเชื่อมั่นศรัทธาการทำงานของรัฐบาล ทำให้กระแสพรรคร่วมรัฐบาลเป็นไปในทิศทางที่ดีมีคนอยากเข้ามาอยู่ทุกพรรค

เชื่อศึกเมืองชลหาทางออกได้
นายชัยวุฒิยังกล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งบ้านใหญ่ชลบุรีที่นายกฯจะหย่าศึกเองว่า ทั้งนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.พรรคพลังประชารัฐและนายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา เป็นคนในรัฐบาล นายกฯสนิทกับทั้ง 2 ท่าน เชื่อว่าจะหาทางออกได้ ความขัดแย้งภายใน พปชร.ไม่ได้เป็นปัญหาขัดแย้งที่รุนแรง ยังคงทำงานร่วมกันได้ ดูการทำงานในสภาฯหรือในรัฐบาลยังคงราบรื่นอยู่ แต่ในพื้นที่อาจขัดแย้งกันบ้าง บางจังหวัดเตรียมผู้สมัครอาจทับซ้อนกันหรือแย่งกันลงสมัครในนาม พปชร.เป็นปกติ ทุกพรรคก็มีปัญหาเช่นนี้
“สุระ” ฉะคนพื้นที่รู้ใครลืมกำพืด
นายสุระ เตชะทัต เลขาธิการพรรคพลังชล ให้สัมภาษณ์ถึงนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ที่โพสต์เฟซบุ๊กและให้สัมภาษณ์พาดพิงถึงนายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ว่า นายสนธยาเป็นผู้ใหญ่ของชลบุรี แม้ไม่ได้ดำเนินกิจกรรมในนามพรรคพลังชล แต่ในฐานะเคยร่วมก่อตั้งพรรคพลังชล เมื่อถูกพาดพิงเสียหาย พี่น้องชาวชลบุรีที่เคารพรักนายสนธยาไม่สบายใจ ฝากมาให้ช่วยตักเตือนนายสุชาติให้พูดความจริง ไม่บิดเบือน ต้องไม่ลืม ตั้งแต่เป็นนักการเมืองท้องถิ่นจนได้เป็น ส.ส.ชลบุรี ในนามพรรคพลังชลมาได้อย่างไร บางช่วงชีวิตเคยเจอมรสุม มีใครคอยช่วยสนับสนุน วันหนึ่งมีเส้นทางใหม่ หลายครั้งเคยพูดถึงนายสนธยาในทางไม่ดี แต่นายสนธยาไม่ได้สนใจ ความคิดนายสุชาติจะส่งผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 10 เขต ทั้งที่ยังไม่รู้วันเลือกตั้ง ยังไม่รู้ว่าวันข้างหน้าพรรคที่นายสุชาติสังกัด จากการทำงานมา 7-8 ปีของรัฐบาลยังเป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชนได้หรือไม่ พรรคพลังชลยืนยันจะส่งผู้สมัคร ส.ส.แน่นอน เชื่อลึกๆ ชาวชลบุรีที่ยึดถือสัจจะกตัญญูเป็นหลัก คงตัดสินใจไม่ยากสำหรับใครบางคนที่รู้ที่ไป แต่ลืมที่มา
“อู๊ดด้า” ไม่ตอบ “อนุทิน” คั่วนายกฯ
ที่ จ.ขอนแก่น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการและนายไชยยศ จิรเมธากร รองหัวหน้าดูแลพื้นที่ภาคอีสาน ปชป. ร่วมประชุมตัวแทนพรรคภาคอีสาน โดยนายจุรินทร์เปิดเผยว่า พรรคพร้อมวางตัวผู้สมัคร ส.ส.อีสานทั้ง 116 เขตแล้ว ผลงานชัดเจนประกันรายได้สินค้าเกษตร ทำให้ความนิยมมากขึ้น มั่นใจจะได้ ส.ส.เพิ่มขึ้น เลือกตั้งครั้งหน้าจะออกนโยบายเพื่อภาคอีสานทั้งสินค้าเกษตร และแหล่งน้ำ เมื่อถึงกรณีกระแสข่าวนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท. เนื้อหอมอาจเป็นตัวแปรเปลี่ยนขั้วรัฐบาลและนั่งนายกฯหากเกิดอุบัติเหตุการเมือง นายจุรินทร์กล่าวเลี่ยงว่า ภาพรวมรัฐบาลมั่นใจว่าเสถียรภาพรัฐบาลยังไปต่อได้ ที่สำคัญวิปรัฐบาลต้องเร่งประเมินเสียงที่ชัดเจนมั่นคงแน่นอนมี ส.ส.เท่าใด กำกับการลงคะแนนในสภาไปทิศทางเดียวกัน ถ้าทำได้ไม่มีปัญหา รัฐบาลจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ตนไม่อยู่ในฐานะจะตอบได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยเงื่อนไขหลายอย่างทั้งหัวหน้ารัฐบาล พรรคร่วมฯ เสียงในสภาฯ ผลงาน การตอบรับจากประชาชน การอภิปรายที่จบไปฝ่ายค้านพยายามทำหน้าที่แม้จะขาดความเป็นเอกภาพ ขณะที่รัฐบาลชี้แจงได้ทุกประเด็น
น้ำมันทำของแพงโยนคลัง-พลังงานแก้
นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี ในฐานะรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เชื่อว่าภาพรวมกระแสรัฐบาลดีขึ้น หลังประชาชนรับฟังคำชี้แจงของนายกฯและ ครม. สินค้าราคาแพงเกิดจากต้นทุนราคาเชื้อเพลิง กระทรวงพาณิชย์เป็นปลายทาง จึงเป็นหน้าที่กระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลังต้องไปหารือร่วมกันแก้ไขราคาเชื้อเพลิงลดลง ต้องไปแก้ที่ต้นเหตุ ส่วนปุ๋ยราคาสูงนายจุรินทร์พยายามแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรเต็มที่แล้ว แต่สำนักงบฯไม่ผ่านงบฯให้ ทำให้การแก้ปัญหาทำได้ไม่เต็มที่ ครม.ต้องแก้ปัญหาต่อ
“เรืองไกร” ชิ่งจับมือ “ศรัณย์วุฒิ”
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคพปชร. เปิดเผยว่า จากการติดตามการอภิปรายของนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ พาดพิง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รวมทั้งน้องชายและบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง จึงทำหนังสือส่งอีเอ็มเอส ชี้แจง พล.อ.ประวิตรว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง นายศรัณย์วุฒิเพียงมาปรึกษาหารือข้อมูลที่จะอภิปรายมาขอคำปรึกษาการเรียกคืนคลื่น 2600 จาก อสมท สรุปให้ฟังว่ามีการอนุมัติจ่ายค่าชดเชยไปแล้วกว่า 3,000 ล้านบาท ต่อมามีการไปฟ้องศาลปกครองเรียกค่าชดเชยเพิ่มเป็นกว่า 17,000 ล้านบาท จึงแนะนำให้นำคำฟ้องศาลปกครองมาพิจารณากับงบฯการเงินของบริษัทเอกชน โดยการขอข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พร้อมตั้งข้อสังเกตให้ทราบ เป็นการให้คำปรึกษาในฐานะนักบัญชีเท่านั้น เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่จะตกลงตรวจสอบร่วมกัน ถ้าหากภายหลังพบประเด็นที่ควรตรวจสอบ พล.อ.ประวิตรหรือนายกฯหรือนักการเมืองรายอื่นจะดำเนินการเองโดยลำพัง