เลขาธิการ กกต.สั่ง ผอ.กกต. ทั่วประเทศ เฝ้าจับตา รมต. ฝ่ายการเมืองลุยหาเสียงทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง “บิ๊กตู่” จัดคิวเยือนราชบุรี แต่เจอ “ลุงป้อม” ปาดหน้าลา ครม.ไปล็อกบ้านใหญ่เมืองโอ่งทั้งทีม ฟิตจัดขน รมต. แกนนำ เปิดตัวนโยบาย พปชร.ลุยศึกเลือกตั้ง ชูบัตร ประชารัฐ 700 บาท ธงนำจัดตั้งรัฐบาล ประกาศลั่น พร้อมเป็นนายกฯ สานสัมพันธ์ทุกฝ่ายก้าวข้ามขัดแย้ง สามมิตรจับกลุ่มถกกันเครียด “สมศักดิ์” แค่นรับลุยต่อกับ พปชร. ขออย่าเอาไปเทียบกับ “ผู้กอง” “บุญสิงห์” แจง “ธรรมนัส” จะมาอยู่ด้วยเร็วๆนี้ “วิรัช” สุดมั่น “บิ๊กป้อม” นายกฯ คนที่ 30 ชัวร์ พท. จับไต๋ ส.ว.ดัดหลังพวกแปรพักตร์ “บิ๊กตู่” “วันชัย” ติงฝืนกระแสพา “ลุง” ลงนรก ชี้ ภท.อาจเป็นตาอยู่ “กิตติศักดิ์” รับแก้ รธน.ไม่ง่ายติดด่านประชามติ
หลังพรรคการเมืองต่างๆเริ่มขยับลงพื้นที่รับศึกเลือกตั้ง ทั้งตัวผู้นำรัฐบาล และรัฐมนตรีต่างวางโปรแกรมตรวจงานกันคึกคัก นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. แจ้งกำชับไปยัง ผอ.กกต. 77 จังหวัดทั่วประเทศ ให้ติดตามความเคลื่อนไหวของรัฐมนตรี และทุกฝ่ายที่อาจหมิ่นเหม่กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งได้
“แสวง” สั่ง ผอ.กกต.จว.จับตา รมต.
เมื่อวันที่ 17 ม.ค. นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความลงในกลุ่มไลน์ผู้บริหารสำนักงาน กกต. และผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ กำชับ ผอ.กกต.จังหวัดให้ติดตามการเคลื่อนไหวของพรรคการเมือง ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.อย่างใกล้ชิดว่า “ต่อจากนี้การแข่งขันทางการเมืองน่าจะเข้มข้น มีความถี่ยิ่งขึ้นเรื่อยๆจนถึงวันเลือกตั้ง ฝากงานสืบสวนแต่ละจังหวัด ติดตามความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองในการลงพื้นที่ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อาทิ รมต. ลงไปปฏิบัติหน้าที่ นอกจากไปปฏิบัติหน้าที่แล้วได้สุ่มเสี่ยงหรือหมิ่นเหม่ที่จะกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ รวมทั้งว่าที่ผู้สมัครในแต่ละพื้นที่ด้วย ถ้ามีการมาปรึกษาเกี่ยวกับการปฏิบัติตนก็ให้คำแนะนำที่ถูกต้องด้วย หากมีกรณีดังกล่าว ให้รายงานอย่างไม่เป็นทางการที่ผมได้เลย เพื่อใช้ควบคุมและบริหารสถานการณ์ ให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย”

“บิ๊กตู่” ปิดปาก “บิ๊กป้อม” ลา ครม.
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ลาการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขณะเดียวกันมีรัฐมนตรีหลายคนลาประชุมเช่นกัน อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายสินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์ นายสุนทร ปานแสงทอง รมช.เกษตรฯ และนายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย ระบุว่าติดภารกิจ สำหรับ พล.อ.ประวิตรระบุว่ามีอาการอ่อนเพลียหลังลงพื้นที่ จ.ลำปาง-พะเยา แต่เวลา 15.00 น. พล.อ.ประวิตรมีกำหนดการแถลงข่าวนโยบายพรรค พปชร.

ทำเนียบฯประดับโคมเต็งลั้ง
ก่อนประชุม ครม. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นำคณะผู้บริหารสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย เข้าพบนายกฯที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ตามด้วยนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นำคณะผู้บริหาร เข้าพบนายกฯเพื่อนำเสนอผลการขับเคลื่อนให้เกิดการเชื่อมโยง และยกระดับผู้ประกอบการไทย หรือ d-CONNECTIVITY และนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และคณะ เข้าพบนำเสนอกิจกรรม “สร้างหลัก ประกันโอกาสทางการศึกษาและส่งเสริมทักษะชีวิตระหว่างเรียน” ภายใต้โครงการ Equity Partner ship’s School Network ขณะที่บรรยากาศภายในทำเนียบฯ ได้มีการประดับโคมจีนเต็งลั้งสีแดง เนื่องในเทศกาลตรุษจีนบริเวณประตูทางเข้า-ออก รอบทำเนียบรัฐบาลเพื่อความเป็นสิริมงคลที่ทำมาเป็นประจำทุกปี
จัดคิวร่วมงานตรุษจีนราชบุรี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 19 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์มีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.ราชบุรี เพื่อเยี่ยมชมงานด้านศิลปวัฒนธรรมกาดวิถีชุมชนคูบัว จากนั้นไปเป็นประธานพิธีเปิดงานเทศกาลตรุษจีน จ.ราชบุรี ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี อ.เมืองราชบุรี โดยมีผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และนายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี ต้อนรับ หลังเสร็จสิ้นพิธีเปิดงาน พล.อ.ประยุทธ์จะเดินทางกลับทันที
ปูด “พี่ใหญ่” ลา ครม.ไปราชบุรี
ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์แถลงหลังประชุม ครม. ถึงการลาประชุม ครม.ของ พล.อ.ประวิตรว่า พล.อ.ประวิตรไป จ.ราชบุรี ไม่ใช่เหรอ พร้อมกับหันหน้าไปถามนายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯที่ยืนอยู่ด้านหลังว่า “ไปหรือเปล่า หรือไม่ไป” ผู้สื่อข่าวเลยแจ้งว่ามีรายงานข่าว พล.อ.ประวิตรให้เหตุผลว่าอ่อนเพลียจากการลงพื้นที่ จ.ลำปาง-พะเยา พล.อ.ประยุทธ์ตอบกลับว่า “อ๋อ ผมก็เป็นห่วงท่านอยู่แล้วล่ะ เคยเตือนท่าน บอกระมัดระวังหน่อยเรื่องสุขภาพ เป็นห่วงท่านแค่นั้นเอง แต่เดี๋ยวท่านก็หาย ท่านแข็งแรงอยู่แล้ว” เมื่อถามว่าไม่ใช่ลาป่วยการเมืองหรือเปล่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบ เมื่อถามย้ำว่าหลัง พล.อ.ประวิตรมีจดหมายเปิดใจ ได้พูดคุยกันหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ส่ายหน้าพร้อมร้อง “อึ้ย” ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าเห็นภาพ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคเศรษฐกิจไทย คุกเข่าไหว้ พล.อ.ประวิตรหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบ และเดินออกไปทันที

“ป้อม” ปาดหน้าล็อกบ้านใหญ่เมืองโอ่ง
ช่วงสายวันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรค พปชร. พร้อม พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ กก.บห.พปชร. และ พล.อ.ณัฐ อินทร์เจริญ คณะทำงาน พล.อ.ประวิตรร่วมเดินทางไป จ.ราชบุรี หลังแจ้งลาประชุม ครม. ไปบ้านพักนายวิวัฒน์ นิติกาญจนา นายก อบจ.ราชบุรี สามีนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี มี ส.ส.ราชบุรีของ พปชร.อยู่กันพร้อมหน้า รวมถึงนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ที่มีข่าวจะย้ายมา พปชร. รวมถึงนักการเมืองท้องถิ่นรอต้อนรับ ทันทีที่ไปถึง พล.อ.ประวิตรกล่าวทักทายว่า “เป็นอย่างไรกันบ้าง ยังรักกันอยู่เปล่านะ แต่ฉันยังรักพวกแกนะ นี่ฉันอุตส่าห์ลา ครม. มาเลยนะแกเอ้ย” ทุกคนเลยพร้อมใจกันตอบว่า “ยังรักลุงอยู่” พล.อ.ประวิตรกล่าวต่อว่า เห็นว่านายกฯจะมาราชบุรีวันที่ 19 ม.ค. พวก ส.ส.จึงตอบกลับ พวกเราต้องไปรับนายกฯตามหน้าที่ พล.อ.ประวิตรเลยบอกว่า ไปเถอะ ท่านเป็นนายกฯ ไปทำตามหน้าที่
เปิดนโยบายลุยเลือกตั้ง
จากนั้นเวลา 14.30 น. ที่พรรคพลังประชารัฐมีการจัดแถลงเปิดนโยบายใช้หาเสียงเลือกตั้ง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีบรรดารัฐมนตรี ผู้บริหารพรรค ส.ส. ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เข้าร่วมจำนวนมาก อาทิ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรค นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ประธานยุทธศาสตร์พรรค นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม รองหัวหน้าพรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รองหัวหน้าพรรค นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ คณะทำงานนโยบายพรรค บริเวณรอบที่ทำการพรรคมีการติดป้ายสโลแกนและป้ายนโยบายบัตรประชารัฐ เพิ่มสวัสดิการผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 700 บาท พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรค พปชร. แถลงเปิดตัวนโยบายว่า พปชร.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล บริหารประเทศมาเกือบ 4 ปี สร้างความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ ไร้ความขัดแย้งสังคมสงบสุข ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และมีผลงานที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการแก้ไขความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำตามนโยบายของพรรค
ย้ำพร้อมสานสัมพันธ์กับทุกฝ่าย
“ความหวังของคนไทยรอคอยให้คนที่มีความพร้อมเข้ามาแก้ไขปัญหา คือสังคมไทยยังคงมีแตกแยกทางความคิด ยืนยันพรรคพร้อมสานสัมพันธ์กับทุกฝ่าย เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง เดินหน้าสร้างพลังแห่งความปรองดองและสามัคคี พร้อมร่วมมือกับทุกฝ่ายหาทางออกร่วมกัน เพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่เป้าหมายที่ดีที่สุดสำหรับคนไทยทุกคน ประเทศไทยต้องมีแต่ความสงบสุข การเลือกตั้งที่จะมาถึง ขอนำเสนอบุคลากรที่มีคุณภาพ พร้อมอาสาเข้ามาเป็นผู้แทนในการแก้ปัญหา เพื่อพัฒนาประเทศให้เกิดความยั่งยืน ทางพรรคพร้อมสานต่อนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประชาชนที่ทำไว้ และริเริ่มนโยบายใหม่ๆ ให้คนไทยได้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะตอบสนองและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชน ทุกพื้นที่ ทุกเพศทุกวัย ด้วยคำว่า พลัง สามัคคี ประชามีสุข รัฐพลิกโฉมบริการ” พล.อ.ประวิตรกล่าว

ชูบัตรประชารัฐจัดตั้งรัฐบาล
พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เราเดินหน้าจัดทำนโยบายบัตรประชารัฐ 700 บาทต่อเดือน เริ่มมีผลทันทีหลังจากที่ พปชร.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หากมีผู้ได้รับสิทธิ์ประมาณ 18 ล้านคน คาดใช้งบเดือนละ 1.2 หมื่นล้านบาท หรือปีละ 1.5 แสนล้านบาท ภายหลังแถลงนโยบายเสร็จ พล.อ.ประวิตร นำแกนนำพรรคแสดงสัญลักษณ์มือเป็นเลข 7 เพื่อสื่อถึงนโยบายบัตรประชารัฐ 700 บาท
ด้านนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรค กล่าวเสริมว่า หัวหน้าพรรค พปชร.เห็นว่าเงิน 200/300 บาท ที่ให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบาง และผู้มีรายได้น้อยนั้นน้อยเกินไป จึงดำริว่านโยบายของ พปชร.อันดับแรก คือ เปิดนโยบายบัตรประชารัฐ 700 บาท ทำทันทีเมื่อ พปชร.เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล และ พล.อ.ประวิตรได้เป็นนายกฯคนที่ 30 ขณะที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้า พปชร. กล่าวว่า คำขวัญของ พปชร. คือก้าวข้ามความขัดแย้งขจัดทุกปัญหา พัฒนาทุกพื้นที่ นโยบายยังไม่หมดเราจะเปิดไปเรื่อยๆ
“ก็เลือกมาดิ” พร้อมเป็นนายกฯ
ผู้สื่อข่าวสอบถาม พล.อ.ประวิตรว่า พร้อมเป็นนายกฯคนที่ 30 หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ก็เลือกมาดิ ถ้าเลือกได้ก็เป็น ถ้าประชาชนเลือกได้ให้ผมเป็น ผมก็เป็น” ทันทีที่สิ้นคำตอบแกนนำพรรคต่างส่งเสียงเฮกันดังลั่นห้อง เมื่อถามว่าพร้อมจับมือกับทุกพรรคการเมืองใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า เราก้าวข้ามความขัดแย้ง ตนไม่ได้บอกว่า ตนจะจับมือกับใครเลย ทุกพรรคเรามาคุยกันได้ เปิดโอกาสให้คุยกันได้

“สมศักดิ์” แค่นรับลุยต่อ พปชร.
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงความชัดเจนทางการเมืองว่า วันนี้ยังอยู่พปชร. เมื่อถามย้ำว่าสามมิตรยังอยู่กับ พปชร.ในการเลือกตั้งครั้งหน้าใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ตอบว่า ก็ทำนองนั้น เมื่อถามถึงแนวโน้มการกลับมายังพรรค พปชร.ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นายสมศักดิ์ตอบว่า เป็นอีกข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ แต่ไม่ถึงขั้นให้ตัดสินใจว่าจะอยู่หรือไม่อยู่กับพรรค พปชร. ถ้าเราไม่ละเอียดรอบคอบมันจะเป็นความผิดพลาด บ้านเมืองกำลังพัฒนาและเปลี่ยนแปลง จะแหกไปตรงโน้นตรงนี้ไม่ได้ ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น ดังนั้นถ้าถามตนวันนี้ก็จะไม่รู้เรื่องอะไร
ขออย่าเอาไปเทียบกับ “ผู้กอง”
เมื่อถามว่าสามารถทำงานร่วมกับ ร.อ.ธรรมนัสได้หรือไม่ นายสมศักดิ์ตอบว่า ดูเรื่องรัฐบาลระหว่างตัวบุคคลอย่าไปคิด ไม่มีปัญหาเรื่องงาน ทำได้ทุกคน เขาจะเลือกใครมาทำงานด้วยตนไม่มีสิทธิ์เลือก สามารถทำงานได้หลากหลายเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม อย่าไปเลือกที่รักมักที่ชัง อะไรไม่ดีก็ทิ้งไป อะไรที่ดีหรือพอเดินได้ก็ต้องเดินไป ให้คนที่รอความหวังจากเราไม่ผิดหวัง เมื่อถามว่าแสดงว่าการกลับมาของ ร.อ.ธรรมนัสไม่มีผลต่อการตัดสินใจจะอยู่หรือไป นายสมศักดิ์ตอบว่า อย่าไปพูดถึงเขา อย่าเอาไปเปรียบเทียบกันอีก ไม่ดี เดี๋ยวทะเลาะกันอีก
สามมิตรจับกลุ่มถกกันเครียด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างพักเบรกประชุมครม. วันเดียวกัน รัฐมนตรีในกลุ่มสามมิตร ทั้งนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ ได้จับกลุ่มคุยกันตลอด ท่ามกลางกระแสข่าวความไม่ชัดเจนของกลุ่มสามมิตร ว่าจะยังคงอยู่กับพรรค พปชร.ต่อไปหรือไม่ ทั้งที่ปกติทั้ง 3 คนจะไม่ใช้เวลาคุยกันยาวขนาดนี้ และช่วงทานข้าวกลางวัน พล.อ.ประยุทธ์ยังเรียกนายสุริยะมาพูดคุยที่โต๊ะทานข้าวด้วย
“ธรรมนัส” ไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ
นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. กล่าวว่า ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทยทั้ง 11 คน จะเข้าร่วมงานกับพรรค พปชร.ก่อนวันที่ 7 ก.พ. ไม่รอให้มีการยุบสภา ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวน การเข้าพรรค พปชร. โดยปลายเดือน ม.ค. จะมีการ ประชุมพรรคเศรษฐกิจไทยเพื่อดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามกฎหมาย ส่วน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา จะเข้ามาทำงานในพรรค พปชร.หลังการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคในวันที่ 21 ม.ค. ร.อ. ธรรมนัสตั้งใจอยู่แล้วว่าจะไม่รับตำแหน่งใดๆในพรรค เพราะช่วยงาน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้อยู่แล้ว ถึงเวลาแล้วที่คนใน พปชร.ต้องจับมือร่วมกันสู้ศึกเลือกตั้ง มั่นใจว่าจะคว้าชัยได้ตามเป้า ส่วนแนวโน้มการจับมือจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย มีแนวโน้มเป็นไปได้กับทุกพรรค พปชร.วางสถานะคือการเป็นพรรครัฐบาล เป็นพรรคที่มีบทบาทสำคัญในการรวบรวมพรรคการเมืองจัดตั้งรัฐบาล
สุดมั่น “ลุงป้อม” นายกฯคนที่ 30
นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวว่า ไทม์ไลน์การเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค พปชร.จะเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคเพียงชื่อเดียว โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) จะประชุมเพื่อคัดเลือกแคนดิเดตนายกฯของพรรคต่อพี่น้องประชาชน ภายหลังที่มี พ.ร.ฎ.ยุบสภา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม และเชื่อมั่นว่าด้วยการสนับสนุนของทุกภาคส่วนภายในพรรค จะสามารถรวมเสียงภายหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า โหวตเลือก พล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯคนที่ 30 ได้แน่นอน
“ธนกร” เบ่งตัวเลข 80–100 ที่นั่ง
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีต รมช.มหาดไทย และนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีต รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะเข้าร่วมงานกับ รทสช.ว่า นายปรีชาโทร.มาหาตนระบุว่าสนใจจะมาร่วม รทสช. บอกว่าในกลุ่มมีนายบุญจง นายเอกภาพ พลซื่อ อดีตนายกอบจ.ร้อยเอ็ด นายประจักษ์ แกล้วหาญกล้า อดีต รมช.คมนาคม ได้ตอบไปว่ายินดี ทั้งหมดไปพบกับนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค รทสช.แล้วครั้งหนึ่ง จะเจอกันอีกรอบ 1-2 วันนี้ กลุ่มนี้คุ้นเคยตั้งแต่อยู่ร่วมกันในกลุ่มสามมิตร แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกลไกที่พรรคกำหนด ประเมินแล้ว รทสช.ต้องได้มากกว่า 80-100 ที่นั่ง
“วีรศักดิ์” ยันป่วยจริงยังรัก ภท.
นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม กล่าวถึงกระแสข่าวการย้ายออกจากพรรคภูมิใจไทยว่า หากคิดว่าตนป่วยไม่จริงแล้วอยากรู้ ให้ไปดูที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ได้ ข่าวออกมาหาว่าป่วยไม่จริง เมื่อถามว่าคนในครอบครัวยังอยู่กับภูมิใจไทยหรือไม่ นายวีรศักดิ์ตอบว่า “ครับ ยังไม่ได้ไปไหน นอกเสียแต่มีความซ้ำกัน” เมื่อถามย้ำว่าความจำเป็นคืออะไร นายวีรศักดิ์ตอบว่า สุขภาพไม่ดี ได้คุยกับผู้บริหารพรรคเรียบร้อยแล้ว แจ้งว่าจะขอพัก หากหายดีแล้วจะกลับมาช่วยพรรค เมื่อถามว่าจะไม่ไปร่วมกับพรรคอื่นใช่หรือไม่ นายวีรศักดิ์ตอบว่า “ตัวผมเอง ผมหยุดเลยครับ” เมื่อถามย้ำว่ายังรักพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ นายวีรศักดิ์ตอบสั้นๆว่า “ครับ”
“นริศ” มั่นใจคนใต้ยังรักมั่น ปชป.
ด้านนายนริศ ขำนุรักษ์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเข้าร่วมประชุม ครม.ครั้งแรกว่า ได้รับมอบหมายดูแลงานเดิมของนายนิพนธ์ บุญญามณี อดีต รมช.มหาดไทย แม้จะได้เข้ามาทำงานปลายรัฐบาลแต่ก็สามารถทำงานต่างๆได้ทัน เพราะจะสานงานต่อของนายนิพนธ์ สำหรับสถานการณ์เลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะ จ.พัทลุง ของพรรคประชาธิปัตย์นั้น ยังได้อยู่ พรรคประชาธิปัตย์ยังครองใจชาวบ้านได้ในระดับหนึ่ง เป็นไปตามที่หัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรคคาดการณ์ไว้ เมื่อถามว่ายังมั่นใจจะได้กลับมาหรือไม่ เพราะใน จ.พัทลุงมีการแข่งขันสูง นายนริศตอบว่า มั่นใจว่ายังได้กลับมา เพราะคนพัทลุงเลือกตั้งอย่างมีเหตุมีผล คิดว่าคนพัทลุงยังเลือกประชาธิปัตย์กลับมาเหมือนเดิม เพราะเขาเลือกมานานแล้ว เพียงแค่รอบที่ผ่านมาไม่ได้เท่านั้นเอง
“สุชาติ” ฉุนสื่อปล่อยภาพทำลาย
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กล่าวถึงกรณีที่มีเพจเฟซบุ๊กนำเสนอภาพข้าราชการ และตำรวจที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้ง ถ่ายรูปร่วมกับนายสุชาติว่า ประเพณีคนไทยวันนั้นเป็นวันเด็ก ไปเปิดงานที่ศาลากลางจังหวัดชลบุรี พอกลับมาที่สำนักงานก็มีผู้นำท้องถิ่นมาอวยพรปีใหม่ และวันนั้นเป็นวันหยุดราชการ ถือเป็นขนบประเพณีของคนไทย ที่ต้องมาอวยพรขอพรกัน เป็นข้าราชการจากหลายหน่วยงาน แต่บังเอิญมีคำสั่งแต่งตั้งออกมาก่อนหน้านี้ การเอาภาพภาพหนึ่งมาวิสามัญข้าราชการดีๆ หรือมาตำหนินักการเมือง ต้องถามความเป็นจริงก่อน ต้องถามที่ตนเพราะอยู่ในรูป ไม่ใช่เอามาออกสื่อแล้วคิดเองเออเอง เมื่อถามว่ายืนยันว่าไม่ได้มีการช่วยเหลือในเรื่องตำแหน่ง นายสุชาติตอบว่า ไม่เกี่ยวอะไรกับตน อำนาจการแต่งตั้งเป็นของ ผบ.ตร. เช่นเดียวกับสื่อมวลชน ข้าราชการมาไหว้แล้วเขาได้ตำแหน่ง สื่อมวลชนไปยุ่งกับเขาใช่หรือไม่

พท.รู้ไต๋ปลดล็อก ส.ว. ลง ส.ส.
ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) เวลา 10.30 น. มีการจัดเสวนา “ประเทศไทยต้องไปต่อ แต่ประยุทธ์ต้องพอเถอะ” นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรค พท.กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ควรหยุดไปต่อ เนื่องจาก 1.ที่มาพล.อ.ประยุทธ์มาจากการยึดอำนาจถือเป็นกบฏ 2.แต่งตั้งตัวเองเป็นนายกฯ และองคาพยพเสนอกฎหมาย ทราบว่า ส.ว.จะเสนอให้ปลดล็อกแก้ไขคุณสมบัติจากเดิมหาก ส.ว.จะสมัครลง ส.ส.ต้องพ้นตำแหน่งเกินกว่า 2 ปีเป็นไม่มีกำหนดเงื่อนเวลาหากทำจริงคงสุดยอดโกลาหล การเมืองเลวลงหากยังกระชากลากถูประเทศคิดว่าตัวเองเป็นคนสำคัญต้องไปต่อ ประเทศยิ่งดิ่งลงตกต่ำที่สุดในเอเชีย ขณะที่นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท.กล่าวว่า ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ต่อ ให้พิจารณาข้อเท็จจริงและสามัญสำนึก วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จะมาเปลี่ยนบรรทัดฐานใหม่สร้างมรดกความคิดเลวร้ายให้ลูกหลาน ควรเคารพความรู้สึกประชาชนดูปฏิกิริยาสังคมโพลต่างๆ ไม่เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์จะไม่รู้ว่าประชาชนเกลียด ควรมีเวลารู้จักพอได้แล้ว
แฉเกม ส.ว.ดัดหลังคนแปรพักตร์
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึง กรณี ส.ว.พยายามเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 158 ปมวาระนายกฯ 8 ปี ว่า วางแผนการทำงานกันเป็นระบบ มีเป้าลวง เป้าหลัก เป้าลวงทำเหมือนใจดีว่าใครมาเป็นนายกฯก็จะได้อยู่ยาว แต่เป้าหลักเป็นการพูดต่อสาธารณะให้เกิดการเจรจาต่อรอง แก้ไขรัฐธรรมนูญให้อยู่ยาว ในทางยุทธศาสตร์การเมืองถือว่าวางหมากเหนือชั้น โยนระเบิดถล่มทางเข้าอุโมงค์ ให้คนที่สละเรือไปจาก พล.อ.ประยุทธ์ ต้องหันมามองเรื่องนี้ ในวงการการเมืองรู้ทัน ส.ว.ที่อยากให้ตัวเองหรือคนใกล้ชิดกลับเข้ามาเป็นอีก สรุปเรื่องนี้แค่โยนระเบิดถล่มทาง เพื่อให้คนที่กำลังแปรพักตร์ กลับไปสวามิภักดิ์ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อสืบทอดอำนาจเท่านั้น อย่าไปสนใจ ส.ว. ขอให้เลือกพรรคเพื่อไทยให้เต็มคาราเบล เข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องดีกว่า
กมธ.เลื่อนถกแก้มาตรา 158
ช่วงสายที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง และการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา มีนายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธาน กมธ.เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณารายงานความคืบหน้าการศึกษาการปรับปรุงโครงสร้างและเนื้อหารัฐธรรมนูญ เพื่อการปฏิรูปประเทศ ที่มีการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 158 เรื่องวาระดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี นายเสรีกล่าวหลังการประชุมว่า เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 ไม่มี กมธ. คัดค้าน แต่มีผู้แสดงความเห็นหลากหลาย โดยเฉพาะต้องการให้เขียนเจตนารมณ์ให้ชัดเจนว่า ไม่ได้ศึกษา เพื่อประโยชน์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยอมรับ ว่า เรื่องนี้ทำให้สังคมคิดว่าเป็นข้อเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ แต่เรื่องนี้ไม่มีข้อยุติในที่ประชุม กมธ. ต้องศึกษาให้ครบถ้วนรอบด้าน ยืนยัน กมธ.นำประเด็นการศึกษาของสถาบันพระปกเกล้ามาพิจารณา หากจะแก้ไขในรายละเอียดใด และต้องทำประชามติหรือไม่ ต้องพิจารณาอีกครั้ง การประชุมสัปดาห์หน้า กมธ. จะพิจารณาสรุปอีกครั้งว่าจะเสนอให้ที่ประชุมวุฒิสภา พิจารณาได้เมื่อใด
“วันชัย” ติงฝืนกระแสพาลงนรก
นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. กล่าวว่า การจุดประเด็น แก้ไขรัฐธรรมนูญกรณีวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ ได้มากกว่า 8 ปี เป็นการตีปลาหน้าไซของบางพรรค เพื่อดิสเครดิต ส.ว.ให้ตัวเองดูดี เรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นตอน ศึกษาของ กมธ.พัฒนาการเมือง และการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ไม่ได้เจาะจงจะแก้มาตรา 158 เรื่องวาระนายกฯ 8 ปี แต่ปรึกษาหารือในชั้น กมธ.จริง และการผลักดันแก้ไขจริงๆ ถ้า ส.ส.ไม่เอาด้วยก็ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ยืนยันว่าไม่มีผู้มีอำนาจคนใดส่งสัญญาณแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 158 แม้แต่ใน ส.ว.ด้วยกันก็ไม่มีใครผลักดัน จะหาเรื่องเข้าตัวทำไม ไม่มีทางสำเร็จ ส่วนการเลือกนายกฯครั้งต่อไปของ ส.ว.จะไม่เหมือนเดิมแน่นอน ความสำนึกลึกๆ รู้ว่า รัฐบาลชุดต่อไปอยู่ได้ด้วย ส.ส. เสียง ส.ว.จะเทให้ คนที่เสียงเกินกึ่งหนึ่ง ถ้าเอาเสียงข้างน้อยเป็นรัฐบาลเท่ากับพารัฐบาลชุดนั้นลงนรก ไม่มีเหตุผลจะไปสวน มติกระแสความต้องการของประชาชน เสียง ส.ว. ส่วนใหญ่จะเทไปทางนั้น
ชี้โพรงภูมิใจไทยอาจเป็นตาอยู่
นายวันชัยยังกล่าวถึงนายกฯคนที่ 30 ว่า บางคน ที่คิดไม่ถึงอาจมีสิทธิ เพราะไม่แน่ใจว่าซีกอำนาจเดิม จะรวมได้ถึง 251 เสียงหรือไม่ ถ้ารวมได้ 251 เสียง พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังมีสิทธิ แต่ดูจากสถานการณ์ที่แตก เป็น 2 ซีก ไม่มั่นใจซีกเดิมจะรวมได้ถึง อาจมีการ จับขั้วใหม่ของเพื่อไทย ภูมิใจไทย พลังประชารัฐ ถ้ารวมกันได้มากกว่า 251 เสียง อาจเป็นรัฐบาลได้ ดูจากบุคลิก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. ไปได้ทุกกลุ่มทุกฝ่าย ดังนั้น คนที่เป็นนายกฯ อาจเป็นพรรคอื่นที่ไม่เคยจัดตั้งรัฐบาลมาก่อน ไม่ใช่ ทั้งพลังประชารัฐ เพื่อไทย อาจเป็นพรรคกลางๆ อย่าประมาทภูมิใจไทย ถ้าซีกเดิมรวมเสียงได้ไม่ถึง ต้องประนอมอำนาจ ลำพังเพื่อไทยที่เอาบางคนขึ้นมาโชว์ อาจทำให้เกิดความขัดแย้ง จึงต้องประนอมกับภูมิใจไทย พลังประชารัฐ ตกลงกันให้บ้านเมืองเดินต่อไปได้
แก้ รธน.ไม่ง่ายติดด่านประชามติ
นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. กล่าวว่า การ แก้ไขวาระนายกฯ 8 ปี ไม่ใช่ ส.ว.จะไปเสนอแก้มาตรา 158 ให้นายกฯอยู่เกิน 8 ปีได้ เพราะรัฐบาลนี้ เหลือเวลาอีกไม่กี่วัน ส.ว.จะแก้โดดๆไม่ได้ ขณะนี้ พ.ร.บ.การจัดทำประชามติมีผลบังคับใช้แล้ว หากจะ แก้รัฐธรรมนูญเพียงมาตราเดียวต้องทำประชามติไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง ใช้เงินนับหมื่นล้านบาท สิ่งที่ กมธ.พัฒนาการเมืองฯคิดไว้คือ หากรัฐบาลชุดหน้าเสนอแก้รัฐธรรมนูญ มีหลายประเด็นที่ ส.ว.ศึกษามาแล้ว อาจเสนอแก้ด้วย หากผ่านประชามติแล้ว ต้องมีมติของรัฐสภาเกินกว่าครึ่งหนึ่ง มีเสียงฝ่ายค้าน ส.ว.ด้วย ไม่ใช่เรื่องง่าย ขณะนี้ใกล้หาเสียงก็ด่าได้ ตำหนิได้เป็นเรื่องการเมือง
แทงกั๊กดูหน้างานก่อนโหวต
นายกิตติศักดิ์ยังกล่าวถึงกรณี ส.ว.แบ่งเป็น 2 ฝ่ายว่า สมมติถ้าพรรค รทสช.มีคะแนนมากพอตั้งรัฐบาลได้ ส.ว.ก็ไป แต่ถ้าพรรค พปชร.ได้คะแนนมากพอ ส.ว.ก็เชียร์ “ลุงป้อม” แต่ถ้าเป็นตรงข้ามคือ พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล ได้ ส.ส.รวมกันจัดตั้งรัฐบาลได้ อีกฝ่ายเป็นเสียงข้างน้อย ส.ว.จะไม่ฝืน มติประชาชน ไปเลือกรัฐบาลเสียงข้างน้อยแน่นอน เมื่อถามว่าถึงขนาดเช็กชื่อกันว่าใครอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์หรือ พล.อ.ประวิตร นายกิตติศักดิ์ตอบว่า ไม่ทราบ ไม่มีใครมาขอชื่อ เลือกตั้งแล้ว พล.อ.ประวิตร จะไปไหน จะไปเพื่อไทย หรือไปกับ พล.อ.ประยุทธ์ ปล่อยให้เป็นเรื่องการเมือง การลงมติจะเป็นอย่างไรต้องดูหน้างานก่อน ว่าประเทศเดินไปได้หรือไม่ แล้วตัดสินใจตอนนั้น
“จิตภัสร์” นำทีม ปชป.ลุยอีสาน
ที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) บ้านหนองใหญ่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และรองประธาน กมธ.การตำรวจ สภาฯ นำ น.ส.ธนชาภา จันทวารา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. อำนาจเจริญ และ น.ส.ฐิตารีย์ ไตรสรณปัญญา ว่าที่ ผู้สมัคร ส.ส.ศรีสะเกษ ลงพื้นที่รับฟังปัญหาการปฏิบัติงานของหน่วยงานสังกัด บช.ตชด. มอบสิ่งของแก่เจ้าหน้าที่ และนักเรียน รวมทั้งพันธุ์ปลา เมล็ดพันธุ์ ผัก ให้ประชาชนในพื้นที่ น.ส.จิตภัสร์กล่าวว่า พรรคปชป.มุ่งมั่นอาสาดูแลแก้ปัญหาให้ประชาชนทั่วประเทศอย่างเท่าเทียม พร้อมดูแลแก้ปัญหาให้ชาวอีสานทุกกลุ่มทุกอาชีพ ไม่ว่าจะมี ส.ส.อีสานหรือไม่ เรามุ่งมั่นตั้งใจจริงเต็มที่ 4 ปีที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่านโยบายประกันรายได้พืชผล 5 ชนิด ทำสำเร็จ ทำได้ไวทำได้จริง และได้เปิดตัวนโยบายประกันรายได้ คนไทยเพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนฟื้นฟูเศรษฐกิจสร้างฐานรากประเทศอย่างยั่งยืนเป็นรูปธรรม ไม่ใช่ต้องการแค่คะแนนเสียง
“พิธา” รักษาเขตเดิมเพิ่มเขตใหม่
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า จะมีการประชุมใหญ่วิสามัญพรรค วันที่ 28 ม.ค. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต วาระคือ การแก้ไขข้อบังคับ การโชว์วิสัยทัศน์ทาง การเมือง และเค้าโครงทางเศรษฐกิจใหม่ ส่วนยุทธศาสตร์ การเลือกตั้ง ตั้งเป้าเป็นพรรคระดับชาติ ต้องมี ส.ส.เขตในทุกภูมิภาค ต้องได้ ส.ส.มากกว่าเดิม เชื่อว่า ยังรักษาฐานเสียงของพรรคได้ภายใต้ยุทธศาสตร์ “รักษาเขตเดิม เพิ่มเติมเขตใหม่” แต่ไม่ประมาท สำหรับเงื่อนไขการจับมือพันธมิตรทางการเมืองกับพรรคอื่น ยืนยันไม่จับมือกับพรรคทหารจำแลง พปชร. รทสช. หรือระบอบประยุทธ์ ยอมรับการจับมือ ทางการเมืองมีได้หลายสูตรหลายสมการ รวมถึงกระแสเพื่อไทยจับมือกับ พปชร. แต่เท่าที่ตามข่าวเห็นว่าเพื่อไทยยังไม่จับมือกับพรรคใด ความตั้งใจของ ก.ก. ไม่ต้องการเข้าสู่การเป็นรัฐบาลเพื่อแชร์อำนาจทางการเมือง แต่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศ