รายงานจากสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า“พล.อ.ประยุทธ์” ผลักดันโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC เต็มที่ วางเป้าหมายให้ชลบุรีเป็น ๑ ใน ๑๐ เมืองน่าอยู่อัจฉริยะของโลกในปี ๒๕๘๐ เพื่ออนาคตที่ดีให้คนรุ่นถัดไปอย่างเป็นรูปธรรม ล่าสุดจ่ายชดเชยเกษตรกรในที่สปก.แล้ว ๒.๔ พันไร่แล้ว คาดเริ่มเปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนและพัฒนาพื้นที่ได้ปี ๒๕๖๗ นี้แน่นอน
วันที่ ๑๖ ม.ค.๒๕๖๖ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ความสำคัญและผลักดันเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC อย่างต่อเนื่อง โดยได้เร่งรัดติดตามโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะอย่างใกล้ชิด ซึ่งโครงการนี้มีพื้นที่โครงการ ๑๔,๖๑๙ ไร่ ตั้งอยู่ที่ ต.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี มีการจัดวางโซนพื้นที่พัฒนาเมือง ได้แก่
– ศูนย์สำนักงานภูมิภาค และศูนย์ราชการ EEC
– ศูนย์กลางการเงิน EEC
– ศูนย์การแพทย์แม่นยำ และการแพทย์อนาคต
– ศูนย์การศึกษา วิจัยและพัฒนา นานาชาติ
– ศูนย์ธุรกิจอนาคต
– ที่พักอาศัยสำหรับคนทุกกลุ่ม
รวมถึงการเดินทางภายในพื้นที่ จะมีการวางโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมด้วยการไม่ใช้เครื่องยนต์เป็นหลัก เช่น รถไฟเชื่อมโยง รถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้ารางเบาในเขตพื้นที่เมืองชั้นใน รถเมล์ไฟฟ้า และเรือโดยสารภายในพื้นที่โครงการ
ทั้งนี้จากผลการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๕ ที่มีมติเห็นชอบ ได้อนุมัติให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เข้าใช้ประโยชน์ที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จำนวน ๑๔,๖๑๙ ไร่ ในท้องที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อดำเนินโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ ล่าสุดในการประชุมคณะกรรมการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธาน เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๕ ที่ผ่านมาได้มีมติเห็นชอบและรับทราบความคืบหน้าโครงการที่อยู่ในเขต สปก. ตามที่ได้จัดทำแผนแม่บทแล้วเสร็จกำหนดระยะเวลาพัฒนาโครงการ 20 ปีแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่
ระยะแรก ๕,๐๐๐ ไร่ระยะที่สอง ๔,๐๐๐ ไร่ และระยะสุดท้าย 4,919 ไร่นั้น สกพอ.และ ส.ป.ก. ได้ดำเนินการจ่ายค่าชดเชยให้เกษตรกรผู้มีสิทธิใช้ประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. ในระยะแรกแล้วทั้งสิ้น ๒,๔๘๓ ไร่ ซึ่งคาดว่าจะสามารถเตรียมที่ดินในเฟสแรกให้พร้อมได้ใน ๕ ปีข้างหน้า โดยภายในไตรมาสแรกของปี 2566 นี้ จะเริ่มดำเนินการสรรหาและคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญในการสร้างเมืองอัจฉริยะระดับโลก ที่มีประสบการณ์พัฒนาสมาร์ทซิตี้ให้สำเร็จทั้งในเกาหลี ซาอุดิอาระเบีย และญี่ปุ่น เพื่อออกแบบผังและจัดโซนของโครงการ รวมทั้งวิเคราะห์ธุรกิจที่เหมาะสมที่จะเข้ามาลงทุนในพื้นที่ โดยกำหนดให้ทำการศึกษาแล้วเสร็จใน ๑๘ เดือน และจะเริ่มให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนและพัฒนาพื้นที่ได้ในปี ๒๕๖๗
โครงการศูนย์ธุรกิจและเมืองใหม่อัจฉริยะ EEC ดำเนินการเพื่อเดินหน้าไปสู่เป้าหมายในการพัฒนาศูนย์กลางธุรกิจและการเงินระดับภูมิภาคมาตรฐานเทียบเท่าสากลใน เพื่อให้เป็นเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ ๑ ใน ๑๐ เมืองของโลกในปี ๒๕๘๐ ซึ่งแหล่งที่อยู่อาศัยแห่งอนาคตให้ มนุษย์และเทคโนโลยีอยู่ร่วมกัน ตามแนวทางเศรษฐกิจ BCG ที่มีคุณภาพชีวิตระดับสากลที่เมื่อแล้วเสร็จตามเป้าหมาย จะสามารถรองรับประชากรได้กว่า ๓๕๐,๐๐๐ คน ภายในปี ๒๕๘๕ สร้างงานได้ไม่น้อยกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ตำแหน่ง รองรับแรงงานคุณภาพสูง มูลค่าการจ้างงานกว่า ๑.๒ ล้านล้านบาท มีธุรกิจและบริการตามมาตรฐานสากล ๑๕๐ -๓๐๐ กิจการ และจากมูลค่าการลงทุนโดยรวมประมาณ ๑.๓๕ ล้านล้านบาท จะสามารถช่วยกระตุ้นการขยายตัวของ GDP ให้เพิ่มขึ้นประมาณ ๒ ล้านล้านบาท ภายใน ๑๐ ปี ที่สำคัญสินทรัพย์ที่โอนกรรมสิทธิ์กลับมาเป็นของรัฐ เมื่อสิ้นสุดสัญญา ๕๐ ปี จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นประมาณ ๕ เท่า
พลเอกประยุทธ์ฯย้ำว่า โครงการศูนย์ธุรกิจนี้มีเป้าหมายหลักคือยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างอนาคตที่ดีให้กับคนรุ่นถัดไป ควบคู่ไปกับมาตรการต่างๆที่ช่วยเหลือเยียวยา และสร้างโอกาสให้กับประชาชนทุกกลุ่ม ลงลึกครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศตามนโยบายไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง