12 ม.ค. 2566 | 05:46:26
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 11 มกราคม 2566
>>โจรใต้เหิม ลอบจุดชนวนระเบิด ก่อนตามยิงซ้ำ อาสาฯ ชุดคุ้มครองครู บาดเจ็บ 2, เสียชีวิต 1 นาย
08.05 น. รับแจ้งเหตุ คนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยครู ของชุดคุ้มครองตำบลศรีสาคร บริเวณเส้นทาง 4060 บ้านไอร์แยง หมู่ที่ 3 ตำบลศรีสาคร อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองตำบลศรีสาคร เดินทางกลับมาจากภารกิจรักษาความปลอดภัยครูโรงเรียนบ้านไอร์แยง ด้วยรถจักรยานยนต์ จำนวน 3 คัน
เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองตำบลศรีสาคร ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ทราบชื่อ คือ จ่าสิบเอก มะนายี สาเมาะ ได้รับบาดเจ็บ, นายหมู่ใหญ่ สูดิง ดอเลาะ และมีผู้เสียชีวิต 1 นาย ทราบชื่อ นายฮัมดี มะกาแซะ โดยผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 นาย ปัจจุบันอาการปลอดภัยถูกนำส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยทันที หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป
ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจกับญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิต รวมทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมทั้งจะดำเนินการประสานหน่วยที่เกี่ยวข้องในการดูแลด้านสิทธิกำลังพลและสวัสดิการต่าง ๆ โดยหลังจากนี้ได้ย้ำทุกหน่วยเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติงาน และขอความร่วมมือมายังประชาชน ได้ช่วยกันเฝ้าระวังและเป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแส หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่โดยเร็ว
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน วอดหมดหลังและลุกลามบ้านข้างเคียง
09.52 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ เลขที่ 1357/1-3 ซอยเทอดไท 33 ถนนเทอดไท แขวงตลาดพลู เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุ บ้านไม้ 2 ชั้น ประกอบกิจการ ใช้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นบน เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งหลัง และลุกลามบ้านเลขที่ 1357 เสียหายเล็กน้อย พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 22 ตารางวา รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ ไม่สามารถตรวจสอบได้เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยตลาดพลู
>> วางงบ 100 ล้าน กู้เรือหลวงสุโขทัย เงื่อนไขต้องยกจากก้นทะเลได้ โดยไม่ตัดแยกชิ้นส่วน
12.00 น. คณะกรรมการพิจารณาแนวทางกู้เรือหลวงสุโขทัย ที่จมลงก้นทะเลที่ระดับความลึกราว 50 เมตร เขตพื้นที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ห่างจากฝั่งไปประมาณ 19 ไมล์ทะเล
ขณะนี้มีบริษัทที่แจ้งความประสงค์เข้ามา 12 บริษัท ซึ่งเข้าเงื่อนไขที่กองทัพเรือต้องการ คือจะต้องรักษาสภาพเรือให้สามารถใช้งานต่อไปได้ โดยไม่มีการแยกส่วน หรือ ตัดชิ้นแยกเรือเพื่อนำขึ้นมา ประมาณการว่าจะใช้งบประมาณประมาณ 100 ล้านบาท ดังนั้นกองทัพเรือต้องดำเนินการตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง และนำเสนอกระทรวงกลาโหม เพื่อพิจารณากรอบวงเงินต่อไป
บริษัทเอกชน ที่แจ้งเข้ามาต่างเชื่อมั่นว่าจะสามารถนำเรือขึ้นมาโดยทั้งลำ โดยใช้เทคนิคและอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพ เช่น เครน หรือการใช้ทุ่นเพื่อพยุงเรือ ซึ่งอุปกรณ์บางอย่างต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ อาจต้องใช้เวลาดำเนินการพอสมควร เบื้องต้นผู้บังคับการเรือยืนยันว่า ไม่มีลูกเรือ หรือผู้โดยสารคนใดอยู่ในเรือลำดังกล่าวแล้ว หลังจากมีคำสั่งสละเรือ ขณะที่นักประดาน้ำที่ลงไปสำรวจ และวางแผนในการกู้เรือ ก็ไม่สามารถเข้าไปในบริเวณตัวเรือได้ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่เรือจะเอียง หรือ มีการหลงพื้นที่ และอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของนักประดาน้ำด้วย
>> ทนายรัชพล นำหลักฐานเข้าร้องกองปราบฯ เอาผิดกับผู้เกี่ยวข้อง กรณีหวยทิพย์
13.00 น. ทนายรัชพล ศิริสาคร เข้าแจ้งความกับ พงส.บก.ป. ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน จตุจักร กทม. เพื่อให้ดำเนินคดีกับบุคคลที่มีส่วนร่วมหรือเกี่ยวข้องกับหวยทิพย์ ประกอบด้วย นายเอก, บิ๊กเอ็ม, วี หงส์ทอง, เพชรพันปี, หมอดูริน และลีน่าจัง ในข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน, พรบ.คอมพ์ฯ และฟอกเงิน”
โดย ทนายรัชพล กล่าวว่า วันนี้นำได้นำเอกสารแกะคำให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์ สื่อต่างๆ มาให้ตำรวจตรวจสอบ ซึ่งเท่าที่ดูจากการออกรายการโทรทัศน์เชื่อว่าเป็นคำรับสารภาพแล้ว มีความผิดชัดเจน อีกทั้งมีการวางแผนกันตั้งแต่แรกที่จะให้มีการจัดฉากถูกรางวัลที่ 1 มองว่าสมควรจะถูกดำเนินคดี
ส่วนลีน่ามีการยืนยันว่าเจ้าของร้านเพชรถูกหวยรางวัลที่ 1 จริง ไม่ทราบว่ารู้เรื่องด้วยหรือไม่ แต่หากรู้เห็นด้วยก็ถือว่ามีส่วนต้องรับผิดชอบด้วย
>> รวบสาวรับจ้างเปิดบัญชีม้า ให้แก๊งหลอกเด็กชาย ม.3 ตำรวจไซเปอร์สอบเครียด
13.15 น. บก.สอท.2 สนธิกำลัง จับกุม น.ส. นภาพร อายุ 33 ปี ฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน , ร่วมกันโดยทุจริตหรือหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน โดยจับกุมได้ที่บ้านพัก อ.ท่าเรือ จ. พระนครศรีอยุธยา พร้อมของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการกระทำความผิด
สืบเนื่องจากกรณีเด็กชาย ม.3 ก่อเหตุสลดผูกคอใต้ต้นไม้ดับ พร้อมเขียนจดหมายขอโทษครอบครัว หลังถูกคนร้ายชักชวนให้ดู โฆษณาผ่านออนไลน์ เพื่อหารายได้พิเศษ และออกอุบายหลอกให้ลงทุนซื้อสินค้า 10 ชิ้น วางขายออนไลน์เก็งกำไร และเสียเงินไป 14,000 บาท ก่อนที่ชุดสืบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้อง และนำไปสู่ปฏิบัติการ ปิดล้อมจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องเส้นทางการเงินในลักษณะบัญชีม้าของขบวนการดังกล่าว ซึ่งพบผู้รับจ้างเปิดบัญชีม้า 3 ราย
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างจากเพจในเฟสบุ๊กให้เปิดบัญชีระบบออนไลน์ 2 บัญชี อย่างไรก็ตาม ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างนำตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำ ที่บช.สอท. โดยพล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. จะร่วมสอบปากคำด้วยตนเอง
>> รองนายกฯ รับทูตอิหร่าน ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ยินดีซื้อข้าวไทย
14.30 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. ได้ให้การต้อนรับ นายซัยยิด เรซา โนบัคตี (His Excellency Mr. Seyed Reza Nobakhti) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทยในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ และหารือเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-อิหร่าน ณ ห้องรับรองชั้น3 ตึกบัญชาการ1 ทำเนียบรัฐบาล
พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวต้อนรับ นายซัยยิด เรซา โนบัคตี พร้อมยืนยันรัฐบาลไทยจะร่วมพัฒนาความสัมพันธ์อันดี ของทั้งสองประเทศที่มีต่อกัน อย่างต่อเนื่อง และยินดีส่งเสริมความร่วมมือในสาขา ที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ ทั้งด้านความมั่นคง พลังงาน เศรษฐกิจ การค้า การเกษตร สังคม วัฒนธรรม และสาธารณสุข
นายซัยยิด เรซา โนบัคตี ได้กล่าวขอบคุณ รอง นรม. ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ในโอกาสนี้ และยินดีให้การสนับสนุนพร้อมจะร่วมมือกับรัฐบาลไทย และประชาชนคนไทยในรูปแบบต่างๆ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดี ของทั้งสองประเทศ ให้มีความแน่นแฟ้น มากยิ่งขึ้น ต่อไป
>> “ลีน่าจัง” เดือด ซ้อนวิน จยย. มาแจ้งความกลับ ทนายรัชพล
15.00 น. นางลีนา จังจรรจา หรือ ลีน่าจัง เดินทางมาพบ ร.ต.อ. ณัฐเดช สุทธิชาญบัญชา รอง สว. กก.1 บก.ป. ด้วยวินจักรยานยนต์ เพื่อขอแจ้งความเอาผิด นายรัชพล ศิริสาคร ทนายความ หลังจากที่ทนายรัชพล ได้เข้าแจ้งความที่กองปราบปรามฯ เพื่อให้ดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดฉากถูกหวยทิพย์ 24 ล้านบาท จำนวน 6 คน ประกอบด้วย นายเอก, บิ๊กเอ็ม, วี หงส์ทอง, เพชรพันปี, หมอดูริน และลีน่าจัง เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา
โดยเมื่อ “ลีน่าจัง” มาถึงได้ต่อสายโทรศัพท์หา ทนายรัชพล ทันที และพูดในเชิงต่อว่า ซึ่ง “ลีน่าจัง” ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งบอกทนายรัชพลว่า หากเป็นลูกผู้ชายให้ออกมาขอโทษต่อหน้าตน และสื่อมวลชนถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ก่อนจะยื่นคำขาดว่าจะยืนรออยู่ที่หน้ากองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) หากยังไม่มาก็จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
>> แหม่มออสซี่ ขับเก๋งเหยียบลุงช่างตีเส้น เสียชีวิตคาป้อมยาม
15.20 น. สภ.เมืองพัทยา รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุและมีผู้เสียชีวิต บริเวณป้อมยามประตูทางเข้าคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ม.5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
ที่เกิดเหตุ พบร่างของผู้เสียชีวิต ทราบชื่อ นายประสิทธิ์ อายุ 45 ปี หรือลุงจ๋อ อาชีพช่างรับเหมาของคอนโดดังกล่าว ถูกรถนั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ ฟอร์ด เฟียสต้า สีเขียว ทะเบียน กทม. เหยียบจนเสียชีวิตคาที่ กระดูกหลายแห่งแตกหัก ตรวจสอบพบว่า คนขับ ทราบชื่อคือ นางมิเชล อายุ 62 ปี สัญชาติ ออสเตรเลีย อยู่ในอาการตกใจและเสียขวัญกับเหตุการ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่บริเวณที่จอดรถใต้ถุนคอนโด พบรถเก๋งคันดังกล่าวจอดอยู่ ตำรวจจึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน และนำตัวคนขับรถเก๋งไปสอบสวนเพิ่มเติม ก่อนจะดำเนินคดีต่อไป
>> ตร.นครบาล ชี้แจงการดำเนินการเพิ่มเติม กรณีอุบัติเหตุรถหรู “เบนลีย์” ชนบนทางด่วน
17.00 น. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และโฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล ชี้แจงว่า กรณีดังกล่าว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้ให้ความสำคัญ และกำชับให้ผู้บังคับการตำรวจจราจร ลงไปควบคุมดูแลเกี่ยวกับการดำเนินคดีดังกล่าวด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส และเป็นที่เชื่อมั่นของประชาชนและสังคม พร้อมแจงความคืบหน้าในคดี 2 ประเด็นหลัก คือ 1. การดำเนินคดี ได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับผู้ขับรถเบนลีย์
และ 2. การดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากคดีดังกล่าว ยังมีพี่น้องประชาชนในสังคมมีความสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินการ และการใช้วิจารณญาณของพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับการตรวจวัดแอลกอฮอล์ ผู้บังคับการตำรวจจราจรจึงได้ออกคำสั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวแล้ว เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2566 โดยมอบหมายให้รองผู้บังคับการตำรวจจราจรเป็นประธานคณะกรรมการ และให้รายงานผลการตรวจสอบให้ทราบภายใน 15 วัน ผลเป็นประการใดจะแจ้งให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบต่อไป
>> ยักษ์ล้มพลิกตะแคง มีผู้บาดเจ็บติดค้างในยานพาหนะ
18.55 น. รับแจ้งจาก สมาคมอาสาสมัครร่วมกตัญญูเพชรบูรณ์ สาขาหล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ตรวจสอบอุบัติเหตุรถพ่วงพลิกตะแคงและมีผู้บาดเจ็บติดค้างภายในรถ บริเวณถนนหล่มเก่า-เลยวังไลย์ ในพื้นที่บ้านตาดข่า ต.ตาดกลอย อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์
โดยที่เกิดเหตุ พบรถพ่วง 22 ล้อ ฮีโน่สีขาว ทะเบียน สระบุรี เสียหลักชนกองดินแล้วพลิกตะแคงข้าง ทำให้ในที่เกิดพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เป็นผู้ชาย 1 ราย อายุ 40-50 ปี (ติดคาภายในรถ) และรายที่ 2 เป็นผู้หญิง อายุ 40-50 ปี มีอาการปวดขาและสะโพก (นั่งข้างคนขับขี่) สามารถนำออกจากตัวรถได้
อาสาฯให้การช่วยเหลือช่วยเหลือ ใช้อุปกรณ์ ตัด-ถ่าง เป็นผลสามารถนำผู้ได้รับบาดเจ็บออกจากตัวรถได้ ส่งต่อให้รถกู้ชีพ นำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลสมเด็จพยุหราช หล่มเก่า เพื่อรับการรักษาต่อไป พื้นที่ สภ.หล่มเก่า
>> โจรใช้อาวุธปืน ปล้นทรัพย์ผู้เสียหายย่านมีนบุรี
22.30 น. รับแจ้งจากศูนย์วิทยุผ่านฟ้า ตำรวจ 191 ว่า เกิดเหตุคนร้ายเป็นชาย 3 คน ขับขี่และซ้อนท้าย รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ซีทีเอ็กซ์ สีดำ ไม่ทราบทะเบียน ใช้อาวุธปืนและทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย ภายในซอยเจริญพัฒนา 1 แล้วปล้นเอากระเป๋าสตางค์ ภายในมี โทรศัพท์มือถือ และ เงินสด หลังก่อเหตุหลบหนีมุ่งหน้าไปทางแยกกีบหมู
คุณพรทิพา พลเมืองดี เล่าเหตุการณ์ว่า ขณะที่กำลังซื้อของอยู่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุ พบเห็นผู้เสียหาย 2 คน (ชาย 1 หญิง 1) ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ไม่ทราบรายละเอียด อยู่บริเวณซอยเจริญพัฒนา 1 และมีคนร้ายชาย 3 คน ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ ไม่ทราบทะเบียน ขับตามผู้เสียหาย ก่อนจะประกบข้างแล้วใช้อาวุธคล้ายปืนข่มขู่ ลงมาทำร้ายผู้เสียหาย ก่อนปล้นเอาทรัพย์สินเป็นกระเป๋าสะพาย 1 ใบ ภายในมีเงินจำนวนหนึ่ง, โทรศัพท์มือถือ และของใช้ส่วนตัว จากนั้นคนร้ายขับรถหลบหนีไปทางแยกกีบหมู ส่วนผู้เสียหายเดินทางไปแจ้งความที่ สน.มีนบุรี พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว
>> คนร้ายลวงมาปล้นทรัพย์
01.00 น. ศูนย์วิทยุผ่านฟ้า ตำรวจ 191 แจ้งเหตุ คนร้ายเป็นชาย 3 คน ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ไม่ทราบทะเบียน ก่อเหตุปล้นทรัพย์ผู้เสียหายบริเวณซอยจุฬา 9 ถนนพระราม 4 ได้ทรัพย์สินเป็นโทรศัพท์มือถือ และเงินสด 6-7 ร้อยบาท หลังก่อเหตุได้หลบหนีมุ่งหน้าไปทางคลองเตย
พลเมืองดี เล่าเหตุการณ์ว่า ขณะตนกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์จะกลับที่พัก เมื่อมาถึงบริเวณซอยจุฬา 9 ได้พบกับผู้เสียหายเป็นชาย (เป็นชายรักชาย) มายกมือไหว้ขอความช่วยเหลือบอกว่า ถูกทำร้ายร่างกายและถูกปล้นทรัพย์ จากการสอบถามเบื้องต้นผู้เสียหายเล่าว่า เป็นคนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อนหน้านี้ได้มีการพูดคุยกับพวกคนร้ายผ่านทางแชทเฟซบุ๊ก แล้วคนร้ายนัดให้มาหาที่กรุงเทพฯ จึงได้นั่งรถมา และพักอยู่ที่ตามป้ายประจำทาง หรือริมถนนแถวนั้นมา 2 – 3 วันแล้ว จนววันนี้ พบกลุ่มคนร้าย ก่อนถูกทำร้ายร่างกายแล้วคนร้ายปล้นเอาทรัพย์ไป เป็นโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเงินประมาณ 500 – 600 บาท จากนั้นคนร้ายขับรถหลบหนีไปทางคลองเตย ตอนนี้ผู้เสียหายพบเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว อยู่ระหว่างไปจ้งความที่ สน. ปทุมวัน
>> สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก วันที่ 12 มกราคม 2566 เวลา 05.00 น.
ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกจำนวน 669,618,736 ราย รักษาอาการดีขึ้น 640,982,956 ราย เเละเสียชีวิตสะสม 6,718,653 ราย
1. ประเทศ สหรัฐอเมริกา ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 103,151,843 ราย เสียชีวิต 1,121,725 คน (เพิ่มขึ้น 376 คน)
2. ประเทศ อินเดีย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 44,681,523 ราย เสียชีวิต 530,722 คน (ยังไม่อัปเดตล่าสุด)
3. ประเทศ ฝรั่งเศส ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 39,428,779 ราย เสียชีวิต 163,193 คน (เพิ่มขึ้น 88 คน)
4. ประเทศ เยอรมนี ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 37,562,191 ราย เสียชีวิต 163,244 คน (เพิ่มขึ้น 269 คน)
5. ประเทศ บราซิล ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 36,560,497 ราย เสียชีวิต 695,031 คน (เพิ่มขึ้น 82 คน)
Share this: