กองทัพเรือดำเนินคดีกับ 3 นายทหารยศ พล.ร.ท.และ น.ท. ยักยอกเงินกิจการไฟฟ้าสัมปทาน กองทัพเรือกว่า 12 ล้านบาท หลังเซ็นให้ลูกน้องถอนเงินสดที่ธนาคารแล้วยังไม่ทราบว่านำไปใช้กิจการใด ตามระเบียบ ราชการจะไม่มีการเบิกเงินสด ทำให้กองทัพเรือเสียหาย ขณะที่ตำรวจ สภ.สัตหีบ ส่งเอกสารและสำนวนถึง ป.ป.ช.ชลบุรี เพราะผู้กระทำผิดเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ
จากคดีทหารเรือทุจริตเงินก้อนโต ผู้แทนกองทัพเรือ เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายทหาร 3 นาย ที่ สภ.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี แจ้งข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต และเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันยักยอกทรัพย์ ของกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือนั้น
ความคืบหน้าช่วงสายวันที่ 9 ม.ค. มีรายงานว่า ตำรวจ สภ.สัตหีบ ออกหนังสือที่ ตช 0017 (ชบ.) 5 (18)/5537 ลงวันที่ 19 ธ.ค. ถึงผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จ.ชลบุรี (ป.ป.ช.ชลบุรี) เรื่อง การดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ว่าด้วยเมื่อวันที่ 15 พ.ย.2565 พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือมอบอำนาจให้ น.อ.จตุรงค์ สุขเกษม หัวหน้านายทหารพระธรรมนูญ แผนกพระธรรมนูญ ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มาร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ท.กมล อัปการัตน์ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.สัตหีบ เพื่อดำเนินคดีกับ พล.ร.ท.วศิน บุญเนือง น.ท.อณิวัสส์ เรืองสกุล และ น.ท.สมชาย ศิลาหม่อม เป็นนายทหารหน่วยกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต และเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันยักยอกทรัพย์
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ก.ย.2565 พล.ร.ท.วศิน บุญเนือง และ น.ท.อณิวัสส์ เรืองสกุล ร่วมกันเซ็นชื่อในใบถอนเงินธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) สาขาสัตหีบ เพื่อถอนเงินออกจากบัญชีกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ เลขที่บัญชี 302-2-55073-9 จำนวนเงิน 12,771,048.56 บาท มอบอำนาจให้ น.ท.สมชาย ศิลาหม่อม เป็นผู้ไปรับเงินแทน จากนั้น น.ท.สมชายเบิกถอนเงินสดออกจากธนาคารไปแล้วไม่ทราบว่านำเงินไปใช้ที่ใด ในการเบิกจ่ายถอนเงินตามระเบียบจะต้องนำเงินเข้าบัญชีที่จะนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ ตามระเบียบไม่มีการเบิกถอนเป็นเงินสด ทำให้กองทัพเรือได้รับความเสียหาย มาแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ตรวจสอบภายหลัง พล.ร.ท.วศิน เกษียณอายุราชการ เมื่อวันที่ 30 ก.ย.65 ส่วนนายทหารอีก 2 คน ยังรับราชการอยู่ในสังกัด
ด้าน พ.ต.อ.ปัญญา ดำเล็ก ผกก.สภ.สัตหีบ กล่าวว่า ออกหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จ.ชลบุรี เพื่อส่งเอกสารที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องคดีดังกล่าวจำนวน 29 แผ่น เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดขณะที่กระทำความผิดนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นความตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 และเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐาน “เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต” ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 28 (2), 30, 61 เพื่อดำเนินการต่อไป