Chonburi Sponsored

ยกเลิกสัญญานักฟุตบอล ขับรถชนคนเสียชีวิต จ.ชลบุรี

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

เช้านี้ที่หมอชิต – ยังร้อนระอุสำหรับคดีนายทวารทีมชลบุรี เอฟซี เมาแล้วขับรถชนคนเสียชีวิต ล่าสุด สโมสรชลบุรี เอฟซี ประกาศยกเลิกสัญญา ดับอนาคตนักฟุตบอลดาวรุ่ง ด้าน ครอบครัวผู้เสียชีวิต ระบุ จนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากฝั่งของผู้ก่อเหตุแต่อย่างใด

จากกรณี นายวรวุฒิ สุขุนา หรือ แบงค์ อายุ 23 ปี ตำแหน่งผู้รักษาประตู ทีมชลบุรี เอฟซี หรือ ทีมฉลามชล เมาสุราขับรถชนคนที่เดินออกกำลังกายบนสะพานใหม่ ถนนเลียบชายทะล ตำบลบ้านโขด อำเภอเมืองชลบุรี เสียชีวิต 1 คน อีก 1 คน บาดเจ็บสาหัส และมีเพื่อนนักฟุตบอลพยายามจะพาผู้ก่อเหตุหลบหนี ขัดขวางการทำงานของตำรวจ จนข่าวโด่งดัง และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันในสังคมเป็นอย่างมาก ต่อมา นายวรวุฒิ นายทวาร หลังจากที่หายเมาได้สำนึกผิด ร่ำไห้ประกาศไม่ดื่มสุราไปตลอดชีวิต

จากนั้น สโมสรชลบุรี เอฟซี ออกประกาศแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของ นางสาวกัญญา อายุ 62 ปี ผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมทั้งประกาศถึงมาตรการเยียวยา ช่วยเหลือต่าง ๆ แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยต่อการกระทำของผู้ก่อเหตุ ยืนยัน จะไม่ปกป้องคนผิด ยินดีให้ความร่วมมือตำรวจในด้านคดี ระหว่างนี้จะไม่ส่งชื่อ นายวรวุฒิ ลงสนามการแข่งขันไทยลีก รวมถึงตัดเงินเดือนจนกว่าคดีจะสิ้นสุด

ต่อมา นายศศิศ สิงห์โตทอง ผู้จัดการทีมชลบุรี เอฟซี แถลงการณ์แสดงความเสียใจ แต่เชื่อว่าไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น และการกระทำของผู้รักษาประตู ในฐานะหัวเรือทีมฉลามชล ขอแสดงความรับผิดชอบ ประกาศยุติบทบาทโดยการลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม

ล่าสุด ทางสโมสรชลบุรี เอฟซี ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 โดย นายวิทยา คุณปลื้ม ประธานสโมสรฯ หลังจากที่ได้หารือร่วมกับทีมผู้บริหาร รวบรวมข้อมูลหลักฐานที่มี นำมาประกอบกับผลการสอบสวนของตำรวจ การตั้งข้อหากับ นายวรวุฒิ ฐานขับขี่รถในขณะเมาสุรา เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและบาดเจ็บสาหัส ทางสโมสรจึงมีการพิจารณาบทลงโทษใหม่ โดยมีมติให้ “ยกเลิกสัญญานายวรวุฒิ” ให้มีผลทันที ส่วนการออกมาแสดงความรับผิดชอบของ นายศศิศ สิงห์โตทอง ที่ขอยุติบทบาท ลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมชลบุรี เอฟซี ทีมผู้บริหารสโมสรเคารพการตัดสินใจ และมีมติอนุมัติ ให้มีผลตามประสงค์ของเจ้าตัวเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่วัดเนินตามาก อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ซึ่งครอบครัวนำร่างผู้เสียชีวิตไปตั้งบำเพ็ญกุศล โดยจะบำเพ็ญกุศลไปจนถึงวันที่ 29 ตุลาคม ก่อนจะมีพิธีฌาปนกิจ สอบถามพี่ชายผู้เสียชีวิต เผยว่า จนถึงขณะนี้ผู้ก่อเหตุยังไม่ติดต่อมาเพื่อขอโทษ หรือเคารพศพแต่อย่างใด มีเพียงทางสโมสรประสานมาว่าจะเข้ามาเคารพศพ แต่ยังไม่ได้ระบุวันและเวลาที่แน่ชัด ส่วนด้านคดีต้องปล่อยให้ตำรวจดำเนินการเอาผิดไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

ด้าน นายวิทยา คุณปลื้ม ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว หลังเดินทางไปเยี่ยมดูอาการ นายพงษ์ ผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล ซึ่งขณะนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว โดยพร้อมจะดูแลรักษาให้ดีที่สุด และจะร่วมกับสโมสรชลบุรี เอฟซี เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด เบื้องต้น ได้มอบเงินจำนวนหนึ่งเพื่อให้ญาติได้ใช้จ่ายในระหว่างการรักษา

ขอบคุณภาพจาก : Facebook Chonburi Football Club และ วิทยา คุณปลื้ม

Chonburi Sponsored
อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม