Chonburi Sponsored

รถชน 3 คันรวดกลางไฟแดงพัทยา ทำรถติดยาวเป็นกิโล เจ็บหนัก 1 ราย

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

รถชนสนั่น 3 คันรวดกลางไฟแดงพัทยา พลิกคว่ำล้อชี้ฟ้า กู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดถ่างนำคนขับออกจากรถอย่างทุลักทุเล ทำเอารถติดยาวเป็นกิโล

เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 30 ธ.ค. 2565 ร.ต.อ.ณัชพล แสงสี รอง.สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา รับแจ้งเหตุรถชนกันมีผู้ได้รับบาดติดภายใน บริเวณสี่แยกไฟแดง เขาตาโล ถนนสุขุมวิท ฝั่งขาเข้าสัตหีบ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์พัทยา นำรถกู้ชีพ พร้อมเครื่องมืออุปกรณ์ตัดถ่าง เดินทางไปช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ เอสยูวี 7 ที่นั่ง ยี่ห้อ เชฟโลเลต เทรลเบลเซอร์ สีขาว ทะเบียน ฆข 87 กทม. เสียหลักพลิกคว่ำล้อชี้ฟ้า สภาพพังยับเยินทั้งคัน พบร่างคนขับ ทราบชื่อคือ นายปัญญา วันชนะ อายุ 57 ปี นอนได้รับบาดเจ็บหมดสติ ติดคาซากรถตัวเอง โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ใช้เครื่องถัดถ่างประมาณ 15 นาที จึงสามารถงัดนำร่างคนเจ็บออกมาได้สำเร็จ ก่อนปฐมพยาบาล และรีบเคลื่อนย้ายส่ง รพ.กรุงเทพ-พัทยา

ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบรถยนต์ที่เสียหายด้วยกันทั้งหมด 3 คัน ประกอบด้วย รถบรรทุก 4 ล้อ ยี่ห้อ อิซูซุ สีขาว ทะเบียน บธ 36 ปทุมธานี บริษัท โปร เห็ด จำกัด ถูกชนท้ายเสียหลักขึ้นไปเกยอยู่บนเกาะกลางถนน ใกล้กันพบรถยนต์ มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีบรอนส์-เทา ทะเบียน งค 2511 ชลบุรี ถัดมาพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ โตโยต้า คัมรี่ สีขาว ทะเบียน 1 กฌ 4750 กทม. สภาพกันชน และฝากระโปรงท้าย ถูกชนจนยุบ ได้รับความเสียหาย

สอบถาม นายอุบล แก้ววังวร อายุ 35 ปี คนขับรถบรรทุก เล่าว่า ขณะที่กำลังจอดติดไฟแดงอยู่เลนขวาสุด เพื่อรอยูเทิร์นกลับรถ จู่ๆ ได้มีรถคนเจ็บพุ่งชนท้ายอย่างแรง จนตัวรถไปฟาดกับรถยนต์ที่จอดติดไฟแดงอยู่ 2 คัน และขึ้นไปเกยกับเกาะกลางถนน ส่วนรถคนเจ็บเสียหลักพลิกคว่ำหมุนจนล้อชี้ฟ้า และมีคนเจ็บติดคาซากรถดังกล่าว

หลังเกิดเหตุ พ.ต.ท.อรุษ สภานนท์ สารวัตรจราจร สภ.เมืองพัทยา ได้นำกำลังตำรวจจราจร กระจายตามบริเวณจุดเกิดเหตุ และใกล้เคียง เพื่อเร่งระบายการจราจรที่ติดขัดยาวกว่า 1 กิโลเมตร เนื่องจากอุบัติครั้งนี้ ได้มีรถขวางถนนไปถึง 3 เลน จนเข้าสู่สภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนจะได้ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดเพื่อเป็นหลักฐานการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

Chonburi Sponsored
อำเภอ สัตหีบ

ช่วงประมาณรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 สัตหีบเป็นเพียงหมู่บ้านชายทะเล ชาวบ้านประกอบอาชีพทำไร่ ทำนา หาของป่า และประมง การคมนาคมจะใช้ทางน้ำโดยเรือเมล์หรือเรือใบ ส่วนทางบกมีแต่ทางเกวียน ถนนไปชลบุรียังไม่มี ภูมิประเทศส่วนใหญ่ยังเป็นป่ารกทึบ การเดินทางระหว่างเมืองจึงใช้เรือเป็นหลัก ในหมู่บ้านสัตหีบ มีผู้ที่ชาวบ้านนับหน้าถือตามากอยู่คนหนึ่ง ชาวบ้านเรียกว่า "ยายแจง" แกมีฐานะดีมี ที่ดิน เรือ สวน ไร่นามากมาย ตลาดสัตหีบ หนองตะเคียนและโรงเรียนสิงห์สมุทรรวมถึงบริเวณเขาแหลมเทียนอันเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือสัตหีบในปัจจุบันก็เคยเป็นของแก ต่อมา เมื่อกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ทรงฝึกภาคทะเลกับกองเรือและทรงพักที่อ่าวสัตหีบ ทรงเห็นว่าอ่าวสัตหีบเหมาะเป็นที่ตั้งหน่วยเรือ เพราะมีเกาะใหญ่น้อยช่วยกำบังคลื่นลม พระองค์จึงได้บอกถึงพระประสงค์ที่จะใช้บริเวณเขาแหลมเทียนเป็นที่ตั้งหน่วยทหารเรือ ยายแจงก็ยินดีที่จะถวายให้