ประเทศไทย หนึ่งในเป้าหมายหลัก (Destination) ที่ชาวต่างชาตินิยมและชื่นชอบที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว เนื่องจากมีทรัพยากรทางธรรมชาติที่สวยงามอุดมสมบูรณ์ มีเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไทยที่เด่น และคนไทยพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยือน ขณะเดียวกัน มีชาวต่างชาติได้มองหาและต้องการสร้างบ้านเพื่อรองรับในช่วง “วัยเกษียณ” ซึ่งจังหวัดชลบุรี และ ระยอง อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออก เป็นหนึ่งในหมุดหมายหลักที่เลือกจะมีบ้านไว้อยู่อาศัย
นายสิทธิพร สุวรรณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีดี เฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยกับ “ผู้จัดการรายวัน360” ถึงภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านว่า ยังคงมีการเติบโตไปได้เรื่อยๆ ไม่ได้ตกอะไร แม้แต่บริษัทคู่แข่งยังมีออเดอร์ ซึ่งตลาดรับสร้างบ้านมียอดขายด้วยความต้องการของลูกค้า แม้จะไม่ได้รับผลจากมาตรการของรัฐที่มีอยู่ขณะนี้ ก่อนสิ้นสุดมาตรการภายในสิ้นปี 2565
ในส่วนของสำหรับตลาดรับสร้างบ้านในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งบริษัทพีดี เฮ้าส์ มีสาขาที่เปิดให้บริการอยู่ในจังหวัดชลบุรี (ครอบคลุมพัทยา) และจังหวัดระยอง (ครอบคลุมสัตหีบ จันทบุรี) พบว่า มียอดขายที่เติบโตเพิ่มขึ้นมาตลอด ติดอันดับท็อปทรีติดต่อมา 2 ปีแล้ว โดยเฉพาะระยะนี้มีลูกค้า “ชาวต่างชาติ” ที่มีฐานะมั่นคง (อินเตอร์) มีภรรยาเป็นคนไทย ต้องการมา เกษียณ อยู่ในประเทศไทย ได้ตัดสินใจเลือกและใช้บริการกับบริษัท พีดี เฮ้าส์ ในการปลูกสร้างบ้านหรูขนาดใหญ่ ระดับราคาค่อนข้างสูง เช่น บ้านหลังละ 20 และ 30 ล้านบาท จนไปถึงหลังละ 50 ล้านบาท เป็นต้น
“ชาวต่างชาติที่มาอยู่น่าจะศึกษาข้อมูลมาเป็นอย่างดี ประเทศไทยน่าอยู่ ซึ่งลูกค้าผม ไม่ได้มาทำธุรกิจ มาพักผ่อน มาอยู่เกษียณ ชอบทะเล คนไทยน่ารัก ซึ่งปัจจัยเรื่องของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC อาจจะมีส่วน โดยเฉพาะความสะดวกสบายเรื่องสนามบิน ลูกค้าอินเตอร์ (ชาวต่างชาติ) ที่มาปลูกสร้างบ้านกับเราได้บอกต่อและชักชวนเพื่อนจากต่างประเทศมาปลูกสร้างบ้าน มีทั้งหลังละ 30 ล้านบาท และที่เซ็นสัญญาแล้ว มูลค่า 50 ล้านบาท เตรียมลงเสาเข็มต้นปี 2566 มีรายหนึ่ง เป็นเจ้าของธุรกิจอพาร์ตเมนต์ในต่างประเทศ เดิมรอให้ขายอพาร์ตเมนต์ให้ได้ก่อน แต่เปลี่ยนใจตัดสินใจ ไม่รอ รีบสร้างบ้านเลย โดยปรับลดขนาดของบ้านลงมาเหลือหลังละ 20 กว่าล้านบาท พร้อมไว้วางใจ “บริษัท เฌอ-วาด อาคิเทค จำกัด” บริษัทในเครือและเป็นทีมสถาปนิกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางให้เป็นผู้เข้ามาดูแลรับผิดชอบงานออกแบบสถาปัตยกรรม ออกแบบตกแต่งภายใน และออกแบบงานภูมิทัศน์ให้แก่ลูกค้ารายนี้อีกประมาณ 10-20 ล้านบาท” นายสิทธิพร กล่าว
สำหรับตลาดกลุ่มลูกค้าคนไทยยังมีอัตราเติบโตด้วยเช่นกัน เป็นเจ้าของธุรกิจ มองภาคตะวันออกมีศักยภาพ และแนะนำเพื่อนในวงการธุรกิจมาสร้างบ้านกับพีดี เฮ้าส์ มีตั้งแต่ราคาหลังละ 5 ล้านบาท 8 ล้านบาท จนไปถึง 10 ล้านบาท แต่เฉลี่ยจะอยู่ประมาณ 7-8 ล้านบาทขึ้น พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านประมาณ 300-400 ตารางเมตร (ตร.ม.)