ขณะที่ครอบครัวเเม่ เเละ เเฟนของพลทหารสิทธิพงษ์ ผู้สูญหายจาก “เรือหลวงสุโขทัย” เดินทางมาที่ท่าเรือจุดธูปบอกกล่าวสิ่งศักดิ์ เพื่อขอให้ลุกกลับมาอย่างปลอดภัย
เเม่ของพลทหารสิทธิพงษ์ บอกว่า อยากฝากให้สิทธิพงศ์ ตะโกนดัง อยู่ตรงไหนให้ออกมา เเม่มารอทุกวัน ขอให้เปิดทางปล่อยน้องเข้ามา น้องติดต่อวันเกิดเหตุ เขาได้พัก 15 วัน เเม่ก็ยังให้พรเข้าอยู่ เขาบอกพ่อขึ้นเรืออยู่บนเรือเเล้วนะพ่อ เเล้วส่งข้อความในเเชท รอบนี้มาส่งลูกที่ขนส่ง เเม่ก็ให้พร เเม่ยังรอทุกวัน เเม่ยังมีหวัง เรื่องชูชีพคิดว่าเต็มที่เเล้ว เเอบมีหวังกจะได้ชีพ ถ้าไม่ได้ เขาอาจจะเเบ่งให้น้องได้เกาะ
เข้ามาร่วมในการช่วยค้นหา ซึ่งล่าสุดมาเเสตนบายอยู่ที่ท่าเรือเเล้ว เเละวันนี้จะใช้อุปกรณ์ที่ชื่อว่า “ซีฟอกซ์” หรือ ยานแสกนวัตถุใต้น้ำ จากกองเรือทุ่นระเบิด มาช่วยในการค้นหาใต้น้ำ
สำหรับ “ซีฟอกซ์” จะทำหน้าที่ค้นหาวัตถุในเรือหลวงสุโขทัย ที่จมอยู่ใต้ทะเล จากนั้นจะมีการส่งนักประดาน้ำลงไปช่วยงมค้นหาในเรือหลวงสุโขทัยอย่างละเอียดด้วย ซึ่งขั้นตอนนี้นอกจากจะเป็นการตรวจสอบเรือหลวงสุโขทัยแล้ว ยังจะเป็รวางแผนการกู้เรือในอนาคตด้วย
ส่วนปฏิบัติการค้นหาบริเวณชายฝั่งทะเลตามทิศทางของคลื่นลม ที่มีการประเมินว่า ผู้สูญหายจะลอยไปตามน้ำ คาดว่าจะขึ้นฝั่งบริเวณชุมพร สุราษฎร์ธานี โดยอาสาสมัครกู้ภัยต่างๆ ร่วมกันช่วยตรวจสอบ ทั้งกรมทรัพยกรทางทะเลชายฝั่ง ทีมค้นหามูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ สุราษฎธานี ชุมพรกุศลสงเคราะห์ กู้ภัยสายชล
รวมทั้งทหารเรือที่ใช้กล้องวิดีโอบันทึกภาพกลางทะเลมอเตอร์ค้นหาชายฝั่ง หาดสะพลี อ.ปะทิว ชุมพร ซึ่งจุดบริเวณนี้เป็นอ่าว ที่จะมีคลื่นลมซัดเข้ามา ซึ่งผู้ว่าฯชุมพร จะเพิ่มความเข้มปฏิบัติการจนกว่าขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจพบผู้สูญหาย
ขณะที่ชุดกู้ภัยชุมพรกุศลสงเคราะห์ กู้ภัยสายชล ได้ใช้เจ็ทสกี ขับสำรวจบริเวณชายหาด ระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร เริ่มตั้งเเต่พื้นที่เชื่อมต่อกับทางประจวบคีรีขันธ์ เริ่มจากบริเวณหาดสะพลี เเหล่มเเท่น อ่าวพนังตัก สิ้นสุดที่เเหลมคอวัว เเต่ก็ไม่พบ ซึ่งวันนี้ก็จะปรับพื้นที่ ค้นหาชายหาดอำเภอสวี
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีกระเเสข่าวว่าพบผู้รอดชีวิต ทั้งที่ชายหาดบางเบิด ที่เกาะทะลุ รวมถึง เกาะง่าม จ.ชุมพร เเต่ทาง ทัพเรือภาคที่ 1 ยืนยันว่ายังไม่พบ ผู้สูญหายทางทะเล เพิ่ม ซึ่งยัวคงต้องติดตามปฏิบัติการค้นหากันต่อไป