Chonburi Sponsored

พระเมากิเลส เปลี่ยนชุดเข้าคาราโอเกะ ซดเบียร์ 2 ลัง เบี้ยวจ่าย 3 พัน | ข่าวช่อง 8

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

พระมหาเปรียญธรรม 4 ประโยค เปลี่ยนชุดเข้าคาราโอเกะ ก่อนซดเบียร์ 2 ลัง แล้วชิ่งจ่ายค่าอาหาร 3,000 บาท ล่าสุดสร่างเมาสำนึกผิด ขอกลับไปบวช ชำระบาป ด้านเจ้าของร้านไม่ติดใจเอาความ

เพจ ป๊อปพิฆาตชายฝั่ง ได้โพสต์ลงเพจเฟซบุ๊กว่า เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2565 พ.ต.ท.ไพบูลย์ เลาหะนะวัฒน์ สารวัตรสอบสวน สภ.สัตหีบ ได้รับแจ้งเหตุ เมื่อเวลา 00.10 น. ว่า ลูกค้ากินแล้วไม่จ่ายเงินค่าอาหาร-เครื่องดื่ม และได้ก่อความวุ่นวาย ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ก่อนออกจากร้านไปซ่อนตัวอยู่ในห้องพัก ณ โรงแรมแห่งหนึ่ง ม.5 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงวิทยุสั่งการให้สายตรวจเข้าตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบ นายสิทธิพร พัฒนารังคะ อายุ 28 ปี ผู้จัดการร้านอาหาร พร้อมเด็กเสิร์ฟภายในร้าน ราว 10 คน กำลังปิดล้อมห้องพักของลูกค้าที่ไม่จ่ายเงิน พบถูกล็อกประตูจากด้านใน ทำให้ 2 ฝ่าย เกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง จนฝ่ายลูกค้าเกิดความโกรธทุบทำลายมุ้งลวดหน้าต่างจนได้รับความเสียหาย ระหว่างนั้นพนักงานร้านได้สังเกตเห็นผ่านช่องหน้าต่างว่า ก่อนหน้านี้ลูกค้าใส่เสื้อโปโลสีน้ำเงิน กางเกงยีนส์ แต่กำลังเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็น นุ่งห่มจีวรในชุดพระสงฆ์แทน ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเกลี้ยกล่อมให้เปิดประตู และเข้าควบคุมตัวในสภาพที่กำลังมึนเมาอย่างมาก พูดจานักเลง ไม่มีความสำรวม แม้อยู่ในคราบสงฆ์ ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างไม่พอใจพากันด่าสาปแช่ง

จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวพระรูปนี้ไปสอบปากคำยัง สภ.สัตหีบ ทราบชื่อภายหลังคือ พระมหาสมภพ คล้ายหนองลี อายุ 42 ปี เป็นชาวจังหวัดสุพรรณบุรี ศึกษาระดับเปรียญธรรม 4 ประโยค ไม่ชี้ชัดสังกัดวัดแน่ชัด เบื้องต้นให้การปฏิเสธเสียงแข็งว่า ไม่เคยไปนั่งดื่มกินภายในร้าน ยอมรับว่า ดื่มเบียร์ภายในห้องพัก 2 ขวด แต่ด้วยหลักฐานคลิปวีดีโอที่ทางร้านถ่ายบันทึกไว้ จึงยอมกลับคำให้การรับสารภาพว่า ดื่มกินแล้วเบี้ยวจ่ายเงินจริง ด้านนายสิทธิพร พัฒนารังคะ เจ้าของร้าน เล่าว่า พระรูปนี้ได้แต่งกายเหมือนลูกค้าทั่วไปที่เข้ามาเที่ยว ซึ่งมาสั่งเบียร์ และนั่งดื่มตั้งแต่ช่วงเย็น จนถึงเวลาร้านปิด 23.00 น. แต่เมื่อขอคิดเงินกลับไม่มีเงินจ่าย และขอกลับไปเอาเงินที่ห้องพัก เมื่อไปถึง ก็ล็อกประตูห้องไม่ให้ใครเข้า ก่อนจะเปลี่ยนชุดเป็นสงฆ์ พร้อมกับลั่นปฏิเสธเสียงแข็งว่า ไม่ได้ไปกินที่ร้าน ด้าน พ.ต.ท.ไพบูลย์ เผยว่า หลังเกิดเหตุฝ่ายเจ้าทุกข์ได้นำบิลค่าอาหาร และเครื่องดื่มเป็นเบียร์ 2 ลัง รวมเป็นเงิน 3,025 บาท มอบเป็นหลักฐานให้ตำรวจดำเนินคดีในความผิดฐานฉ้อโกง พร้อมนิมนต์ พระครูปลัด วินัย ธีรญฺโญ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเทพประสาทเตาถ่าน มาทำการสึกให้ พ้นขาดจากความเป็นสงฆ์ตั้งแต่บัดนี้

ล่าสุด เวลา 14.00 น. นายสมภพ คล้ายหนองลี ได้รับการปล่อยตัว หลังเมาก่อเหตุ สร้างความวุ่นวาย ส่วนค่าอาหาร และเครื่องดื่มที่ติดค้างเป็นเงิน 3,025 บาท ทางด้าน นายสิทธิพร พัฒนารังคะ อายุ 28 ปี เจ้าของร้านอาหาร ได้รับเงินชดใช้แล้วเกือบ 3,000 บาท และไม่ติดใจเอาความฐานฉ้อโกง นอกจากนี้ ยังให้เงิน นายสมภพ จำนวน 500 บาท เป็นค่ารถติดตัวกลับบ้านเกิดอีกด้วย

ด้าน นายสมภพ กล่าวหลังจากสร่างเมา มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน โดยกล่าวขอโทษต่อสังคม และทางร้านแล้ว ด้วยการกระทำที่ขาดความยั้งคิด ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เดินทางมาจากกรุงเทพฯ มาเปิดโรงแรมพักอาศัย เพื่อที่จะมาท่องเที่ยวในอำเภอสัตหีบ แต่ระหว่างพักอยู่ที่ห้องรู้สึกอยากดื่มเบียร์ จึงสั่งซื้อมา 2 ขวด จนเริ่มมีอาการมึนเมา ก่อนจะสะบัดจีวรเปลี่ยนเป็นชุดฆราวาส โบกวินรถจักรยานยนต์ให้ไปส่งนั่งกินต่อยังร้านคาราโอเกะ หลังดื่มเบียร์ไปมากถึง 2 ลัง หรือ 24 ขวด ทำให้เมาจนขาดสติ จึงก่อเหตุความวุ่นวายขึ้น และกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ตนรู้สึกสำนึกผิดอย่างมาก เสียดายเวลาที่บวชเรียนมาถึง 20 พรรษา หากได้รับโอกาสก็จะขอกลับไปบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ เพื่อชำระล้างบาปที่ก่อขึ้นอีกครั้ง

ติดตาม ช่อง 8 ได้ทาง
facebook.com/thaich8

Chonburi Sponsored
อำเภอ สัตหีบ

ช่วงประมาณรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 สัตหีบเป็นเพียงหมู่บ้านชายทะเล ชาวบ้านประกอบอาชีพทำไร่ ทำนา หาของป่า และประมง การคมนาคมจะใช้ทางน้ำโดยเรือเมล์หรือเรือใบ ส่วนทางบกมีแต่ทางเกวียน ถนนไปชลบุรียังไม่มี ภูมิประเทศส่วนใหญ่ยังเป็นป่ารกทึบ การเดินทางระหว่างเมืองจึงใช้เรือเป็นหลัก ในหมู่บ้านสัตหีบ มีผู้ที่ชาวบ้านนับหน้าถือตามากอยู่คนหนึ่ง ชาวบ้านเรียกว่า "ยายแจง" แกมีฐานะดีมี ที่ดิน เรือ สวน ไร่นามากมาย ตลาดสัตหีบ หนองตะเคียนและโรงเรียนสิงห์สมุทรรวมถึงบริเวณเขาแหลมเทียนอันเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือสัตหีบในปัจจุบันก็เคยเป็นของแก ต่อมา เมื่อกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ทรงฝึกภาคทะเลกับกองเรือและทรงพักที่อ่าวสัตหีบ ทรงเห็นว่าอ่าวสัตหีบเหมาะเป็นที่ตั้งหน่วยเรือ เพราะมีเกาะใหญ่น้อยช่วยกำบังคลื่นลม พระองค์จึงได้บอกถึงพระประสงค์ที่จะใช้บริเวณเขาแหลมเทียนเป็นที่ตั้งหน่วยทหารเรือ ยายแจงก็ยินดีที่จะถวายให้