Chonburi Sponsored

ทต.แจ้งตร.เอาผิด แห่งย้ายเข้าทะเบียนบ้าน ตะลึง! เดือนเดียว500ราย

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

ชลบุรี / ทต.แจ้งตร.เอาผิด แห่งย้ายเข้าทะเบียนบ้าน ตะลึง! เดือนเดียว500ราย

เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2565 นายผาติบพิตร บุญพูล ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมฝ่ายกฎหมาย นำหลักฐานการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีสำนักทะเบียนกลาง พบมีการแจ้งย้ายบุคคลเข้าทะเบียนบ้านในพื้นที่ หมู่ที่ 1 ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยจากการตรวจสอบตั้งแต่ วันที่ 20 ก.ค. 65 ถึง 22 ส.ค. 65

ที่พบว่ามีย้ายคนเข้าทะเบียนราษฎร์ที่หมู่ที่ 1 ต.ตะเคียนเตี้ย อ. บางละมุง จ.ชลบุรี รวม 63 หลัง จำนวน 508 คน จนมีได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการแจ้งย้ายที่อยู่ขึ้นมา และการสั่งระงับการเคลื่อนย้ายเพื่อตรวจสอบ โดยมีประชาชนบางส่วนที่เข้ามาชี้แจงแล้ว ส่วนอีก 300 คนอยู่ในขั้นตอนทำหนังสือเรียกครั้งที่ 3 โดนมีระยะเวลาถึงแค่วันที่ 2 ธันวาคม 65 ถ้ามีมาชี้แจงก็จะทำการโอนย้ายกลับภูมิลำเนาเดิม จนการสอบสวนของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการแจ้งย้ายที่อยู่เสร็จสิ้น

พบว่ามีกลุ่มบุคคลมีการกระทำผิดกฎหมายอาญา ตามพระราชบัญญัติทะเบียนราษฏร พ.ศ.2535 เข้าแจ้งความเอาผิดทางกฎหมายกับ พ.ต.ท.ประสิทธิ์ มั่นศรี รอง ผกก.( สอบสวน ) สภ.บางละมุง

นายผาติบพิตร บุญพูล เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคมพบว่ามีการย้ายบุคคลเข้ามาใน ม. 1 ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จำนวนหลายคน นายอำเภอบางละมุงได้มีคำสั่งให้ปลัดเทศบาลดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวน พบว่ามีการย้ายบุคคลเข้ามาจริงๆในช่วงในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกลางเดือนสิงหาคม โดยภายใน 30 วัน มีคนย้ายเข้ามาประมาณ 500 คน

พนักงานสอบสวนสอบพบว่าเป็นการย้ายเข้ามาในกลุ่มบ้านประมาณ 60 หลังคาเรือน การย้ายเข้ามานั้นไม่ได้ย้ายเข้ามาเองแต่เป็นการมอบอำนาจให้กับกลุ่มบุคคลประมาณ 20 คนเป็นคนมาดำเนินการแทน ทั้งประมาณ 500 คน ซึ่งขณะตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่ก็มีคนย้ายออกประมาณ 150 คนย้ายตัวเองซึ่งอาจจะทราบข้อเท็จจริงหรือทราบว่าเป็นการกระทำความผิดจึงได้ย้ายตัวเองออก

เหลืออยู่อีกประมาณ 359 คน จาก 500 คน ทางเทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ยทำการสอบสวนแล้วก็จำหน่ายกลับภูมิลำเนาเดิมตามกระบวนการทางวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ซึ่งขณะนี้จำหน่ายกลับไปทั้งหมดแล้ว

ส่วนที่มาวันนี้ตามหนังสือสั่งการของกระทรวงมหาดไทย กำหนดว่าเมื่อการสอบสวนเสร็จสิ้นพบการกระทำความผิดหรือน่าเชื่อว่าเกิดการกระทำความผิด ให้นายทะเบียนหรือคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง นำส่งสำนวนการสอบสวนให้กับพนักงานสอบสวนเพื่อทำการสอบสวนต่อไป ในส่วนนี้ใครจะรับผิดฐานใดในกลุ่มผู้รับมอบอำนาจ 20 กว่าคน ในกลุ่มเจ้าบ้าน 60 กว่าคน และในกลุ่มผู้ย้ายเข้าจะรับผิดฐานใดมากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับอำนาจของพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง

ในส่วนที่กระทำผิดมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติราษฎรค่อนข้างชัดเจนซึ่งมีโทษจำคุก 3 ปี ถ้าปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการแจ้งโดยที่บุคคลได้ย้ายเข้ามาหรือมอบอำนาจมาโดยมิชอบก็จะมีความผิดฐานแจ้งความเท็จให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ

จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าหนังสือมอบอำนาจจากผู้ย้ายเข้ามอบอำนาจให้บุคคลไปดำเนินการโดยประมาณ 20 คน ซึ่งหนังสือมอบอำนาจค่อนข้างจะปลอมเยอะมาในลายมือชื่อที่ลงแทนกัน อันนี้ก็จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาอีกส่วนหนึ่ง

เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง ในการสอบสวนเอาผิดตามกฏหมาย ก็ถือว่าภารกิจของนายทะเบียนท้องถิ่น และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงสิ้นสุดลง ส่วนสำนวนหลักฐานที่มาส่งพนักงานสอบสวนนั้นจะเป็นสำนวนบ้าน 1 หลังก็เป็นสำนวน 1 เล่ม ซึ่งสำนวนทั้งหมดน่าจะเกือบ 10,000 แผ่น

Chonburi Sponsored
อำเภอ บางละมุง

อำเภอบางละมุงแต่เดิมมีฐานะเป็นเมืองบางละมุง ตั้งอยู่ที่บ้านบางละมุง ตำบลบางละมุง จนถึง พ.ศ. 2444 ได้ยุบเมืองบางละมุงเป็นอำเภอขึ้นต่อจังหวัดชลบุรี โดยมีที่ว่าการอำเภอตั้งอยู่บริเวณริมคลองนกยาง ซึ่งขณะนั้นบริเวณดังกล่าวเป็นท่าน้ำที่สำคัญทั้งทางด้านการคมนาคมและเป็นที่ชุมนุมของเรือสินค้าต่าง ๆ ต่อมาคลองนกยางตื้นเขินไม่สะดวกต่อเรือสินค้าต่าง ๆ จะล่องเข้าออก ทั้งสภาพพื้นที่ไม่เหมาะสมที่จะขยายชุมชนให้กว้างขวาง นายอำเภอสมัยนั้น คือ นายเจิม (ต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาสัตยานุกูล) จึงย้ายที่ว่าการอำเภอไปตั้งที่ใหม่บริเวณริมทะเลในตำบลนาเกลือ เมื่อ พ.ศ. 2452