สืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 26 ธ.ค. 65 หลังทางเจ้าหจ้าที่ตำรวจ สภ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาท โดยมีผู้ก่อเข้ามาทำลายรถยนต์ของทางเจ้าของบ้านจนได้รับความเสียหาย เหตุเกิดที่บ้านไม่มีเลขที่ ในซอยสุดสาคร หมู่ 2 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.ศรีราชา ให้เข้ามาตรวจสอบ
เบื้องต้นทราบว่ารถคันที่เสียหายนั้นเป็นรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน สีดำ หมายเลขทะเบียน กม 5799 ชลบุรี จอดอยู่บริเวณลานจอดรถหน้าบ้าน โดยพบร่องรอยความเสียหายของรถยนต์บริเวณกระจกด้านหลังรถ เป็นรอยแตกละเอียด เป็นรูขนาดใหญ่ ด้านกระจกหน้ารถถูกทุบแตกร้าว กระจกมองข้างแตกเสียหาย ด้านในรถบริเวณแคปด้านหลังมีก้อนหินขนาดเท่าฝ่ามือตกอยู่ภายในรถ พร้อมด้วยเศษกระจกที่แตกละเอียด
จากการสอบสวนทราบว่าผู้ที่ก่อเหตุเป็นผู้หญิง ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.กล่ำ ไชยโคตร อายุ 47 ปี อาชีพแม่บ้าน ซึ่งเป็นคนสนิทมากของนายเหมือน หลังจากก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ขี่หลบหนีไป
ล่าสุด 26 ธ.ค. 65 ทีมข่าวย้อนกลับไปจุดเกิดเหตุ นายเหมือน อยู่สุขโข อายุ 46 ปี อาชีพผู้รับเหมาก่อสร้าง พาทีมข่าวสำรวจในส่วนของรถกระบะที่ได้รับความเสียหาย บริเวณกระจกด้านหลังมีร่องรอยทะลุขนาดใหญ่ ขณะที่กระจกด้านหน้ารถมีร่องรอยบุบ และโดนทุบตีแต่ไม่ทะลุ
นายเหมือน เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นคนก่อเหตุจริงคือคนสนิทหรือกิ๊กของตน ทราบชื่อคือนางกะหล่ำ ตนเองได้คบหาดูใจกันนานกว่า 6 ปี เมื่อวานช่วงประมาณ 11 โมงกว่า ก่อนจะเกิดเรื่อง นางกะหล่ำโทรมาบอกว่าจะเข้ามาเอาของใช้เพราะตนกับนางกะหล่ำได้ตัดสินใจเลิกรากัน ตนเองก็บอกว่าให้เข้ามาเอาของช่วงเที่ยง ๆ ผ่านไปสักพักจู่ ๆ นางกะหล่ำก็เดินทางมาจังหวะที่ตนกำลังเดินออกมาหา เจ้าตัวได้ใช้หินที่อยู่บริเวณรถทุบเข้าที่กระจกหน้ารถ 3 ครั้ง ก่อนจะตะโกนถามตนเองว่า “เมิงจะเอาอีกไหม” หมายถึง “มึงจะเอาอีกไหม” หลังจากนั้นก็เอาก้อนหินก้อนดังกล่าวปาใส่กระจกหลังรถจนแตกเป็นรูโหว่ ได้รับความเสียหาย ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป
ตนยอมรับว่าคนก่อเหตุมีสถานะเป็นกิ๊กของตน แต่ไม่ได้อยู่กินกัน พบกันเมื่อ 6 ปีก่อน โดยที่ตนเองก็มีภรรยาอยู่แล้วและมีลูกสาวจำนวน 2 คน อายุ 13 กับ 10 ปี แต่อยู่ที่ จ.นครสวรรค์ และรับรู้ว่าตนเองมีกิ๊ก โดยที่ทางกิ๊กเองก็รู้ว่าตนมีภรรยาอยู่แล้ว เขาเองก็รับได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อว่าสาเหตุน่าจะมาจากที่ตนเองตั้งใจจะเลิกรากับอีกฝ่าย ก่อนหน้าจะเกิดเรื่องนั้นตนเองได้ตัดสินใจว่าจะรับภรรยาและลูกทั้ง 2 มาอยู่กินที่ จ.ชลบุรี และหางานทำด้วยกัน แต่อีกฝ่ายกลับไม่พอใจ ระรานตนคล้ายไม่อยากเลิก สุดท้ายมาก่อเหตุดังกล่าว ยอมรับว่าที่ผ่านมา 2 เดือนก่อน นางกะหล่ำได้บุกมาที่บ้านและมาอาละวาดเอารองเท้าตีหน้าตนมาแล้วรอบหนึ่ง ลักษณะเดียวกันคือหึงหวง ส่วนตัวนอกเหนือจากเรื่องหึงหวงแล้ว ไม่มีประเด็นเรื่องอื่น
ส่วนตัวรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่มาทำลายมันไม่ใช่รถส่วนตัวของตน แต่เป็นรถของพี่ชายที่ตนได้ยืมมา พี่ชายคนไทยซื้อมาเพิ่งจะผ่านไป 10 วัน เป็นรถมือสองมูลค่า 300,000 บาท เกิดเรื่องรถได้รับความเสียหายและไม่สามารถไปทำงานได้ ตนเองก็ขาดรายได้ หนำช้ำไม่มีเงินมาซ่อมรถ ส่วนตัวอยากให้อีกฝ่ายยอมรับผิดกับการกระทำ พร้อมชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวเพื่อที่จะได้จบเรื่องกัน ตนเองไม่หวนกลับไปคบแล้ว ขอตัดขาดกับอีกฝ่าย และจะจำไว้เป็นบทเรียนว่าจะไม่มีกิ๊กอีกต่อไปแล้ว
คลิปกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพช่วงที่นางกะหล่ำ โดยขับรถมาจอดก่อนจะเดินเข้าไปยังบ้านของนายเหมือน กล้องดังกล่าวไม่สามารถจับภาพวินาทีเกิดเหตุได้ เนื่องจากจะอยู่ภายในซอยที่กล้องส่องไม่ถึง แต่จะได้ยินเสียงคล้ายว่ามีการทุบกระจกรถจำนวน 3-4 ครั้ง ก่อนที่กล้องตัวดังกล่าวจะจับเสียงตะโกนของนางกะหล่ำไว้ได้ เจ้าตัวได้วิ่งขึ้นรถจักรยานยนต์ขับขี่หนีออกไป
หลังจากที่ทางครอบครัวของผู้เสียหายได้คลิปกล้องวงจรปิด นายเหมือน และเจ้าของรถ เดินทางไปยังบ้านของนางกะหล่ำ ห่างจากบ้านหลังที่เกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร ทันทีที่ไปนั้นทางนายเหมือนหวังจะเอาคลิปไปให้ดู หากอีกฝ่ายยอมรับผิดจะได้คุยกันและมีการถอนเเจ้งความ แต่พอไปถึงทางนางกะหล่ำเพิ่งจะเลิกงาน ก่อนจะขับรถมาจอดหน้าห้องเช่า โดยที่ไม่พูดไม่จากับทางฝ่ายชาย ก่อนที่ทางเจ้าตัวจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป นายเหมือนพยายามจะไกล่เกลี่ยว่าทำไปทำไมอีกฝ่ายกลับไม่พูด และพยายามหลบหน้า
ทีมข่าวสอบถามนางกะหล่ำ ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ไปก่อเหตุบ้านหลังดังกล่าวหรือไม่ เจ้าตัวบอกไม่ได้ทำตามที่มีคลิปว่าเดินทางไป และไม่รู้เรื่องกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก่อนที่บอกว่าให้ไปคุยที่โรงพัก ไม่ขอให้ข้อมูล ทีมข่าวเลยพยามถามย้ำอีกรอบว่ายืนยันว่าเราไม่ได้ทำหรือไม่ ทางเจ้าตัวยังยืนยันคำเดิมว่าไม่รู้เรื่อง ทีมข่าวให้ดูคงิปกล้องวงจรปิด ซึ่งรถจักรยานยนต์เป็นสีเดียวกับคันที่ทางนางกะหล่ำใช้อยู่ในตอนที่ขับเข้ามาในบ้าน เจ้าตัวชะงักดูคลิปสักพักหนึ่งก่อนบอกว่าไม่ใช่ตน ส่วนรถก็อ้างว่าไม่ใช่ ไม่รู้เรื่อง ให้ไปคุยที่โรงพัก รอลูกกลับมา ก่อนที่ทางเจ้าตัวได้พยายามหลบนักข่าว และไขประตูบ้านเข้าทางด้านหลัง
ญาติของผู้เสียหายที่เป็นเจ้าของรถ คือนางสาวสุนันทา อยู่สุโข อายุ 33 ปี บอกว่าส่วนตัวรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะตนเองไม่ทราบเรื่อง รถของตนได้รับความเสียหาย อีกทั้งทางคู่กรณีเองกลับไม่ยอมรับผิด ทั้งที่ตนไปแจ้งความ และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็เข้าไปสอบถาม แต่อีกฝ่ายกลับอ้างว่าไม่ได้ทำ ไม่เคยเข้าไปที่บ้านหลังที่ก่อเหตุ ตนเองเคยเจอหน้าและทราบว่าเขาเองคือกิ๊กของน้าชาย เคยบุกมาทำร้ายน้าชายของตนแล้วครั้งหนึ่ง
เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเรื่องที่เกินไป เพราะตนและครอบครัวไม่รู้เรื่องอะไร มาทำลายรถของพวกตน ทั้งที่น้าชายเป็นคนยืมไปกลับ ตนเองยืนยันอยากจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะรถของตนเพิ่งจะชื้อมือสองมาได้แค่ 10 วัน อีกทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่สามารถเคลมประกันได้ เพราะไม่ได้อยู่ภายใต้เงื่อนไข ตนเองก็ต้องหาเงินมาซ่อมเอง ทั้งที่รายได้ก็ไม่ค่อยจะพอ ตนเลยอยากให้อีกฝ่ายยอมรับผิดและมาชดใช้สิ่งที่ทำ หากอีกฝ่ายยอมและออกค่าซ่อมรถให้ตนเองก็พร้อมจะถอนแจ้งความ และไกล่เกลี่ยกัน แต่หากอีกฝ่ายยังไม่ยอม ตนเองก็พร้อมจะสู้และเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
ทั้งนี้ ส่วนของคดีเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ได้ให้ตนและทางญาติหาหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อเอาผิดกับคนก่อเหตุ เพราะอีกฝ่ายไม่ยอมรับและสารภาพ