Chonburi Sponsored

“ธวัชชัย ศรีทอง”ชีวิตต้องสู้ จากเด็กวัดก้าวสู่เก้าอี้ผู้ว่าฯชลบุรี

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

วันพุธ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2565, 12.04 น.

นายธวัชชัย ศรีทอง หรือ แจ้ เกิดเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2508 ปัจจุบันอายุ 57 ปี เป็นชาวเกาะสีชัง อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี สมรสกับ นางสาวประภัสรา ศรีทอง มีบุตรด้วยกัน 3 คน นายธวัชชัยเติบโตมาจากเด็กเกาะสู้ชีวิต ในวัยเด็กเรียนหนังสือบนเกาะสีชัง จนจบระดับประถมศึกษา (ป.1- ป.6) โรงเรียนเกาะสีซัง และระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1 – ม.3) โรงเรียนเกาะสีชัง

สมัยเรียนต้องนั่งเรือจากเกาะสีชังมาเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4 – ม.6) โรงเรียนชลราษฎรอำรุง สายวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเข้ากรุงเทพฯมาเรียนต่อจนได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพ การโรงแรมและการท่องเที่ยว โรงเรียนสยามธุรกิจบัณฑิต โดยเรียนควบคู่จนจบปริญญาตรี ศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) ศศ.บ. มหาวิทยาลัยรามคำแหงและต่อจนรับปริญญาโท คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

ด้วยมาดความเป็นผู้นำที่สมาร์ท ดูดี ทำให้หลายคนอยากรู้จักประวัติความเป็นมาของนายธวัชชัย ศรีทอง หรือแจ้ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

ชีวิตในวัยเด็กนายธวัชชัยเติบโตมาบนเกาะสีชัง จากพี่น้องทั้งหมด 14 คน และยังมีน้องสาวบุญธรรมอีก 1 คน คุณพ่อเป็นเจ้าหน้าที่การทางรถไฟแห่งประเทศไทย ทำงานโรงโม่หินจะนำหินไปทำรางรถไฟ โดยพี่น้องทุกคนพักที่บ้านพักราชการในโรงโม่หิน นายธวัชชัย ต้องช่วยงานทางบ้านอะไรที่พอช่วยได้จะรีบช่วยโดยทันที เพราะรู้ว่าพ่อ แม่มีลูกมาก ทุกคนต้องช่วยกันทำงาน

ช่วงระดับมัธยมศึกษาตอนต้นโรงเรียนเกาะสีชัง ระหว่างเรียน ต้องเดินเท้า เลาะป่า เลาะหน้าผา ทางเดินแคบๆเลียบทะเล จากโรงโม่หินมาเรียนหนังสือไปกลับกว่า 4 กิโลเมตร ช่วงเย็นเลิกเรียนจะกลับบ้านต้องให้พ่อมารับเพราะไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างนำทาง เวลาอ่านหนังสือเรียนต้องจุดตะเกียงอ่านหนังสือเพราะบ้านพักไม่มีไฟฟ้า น้ำจืดก็มีแต่บ่อน้ำในโรงโม่หินเอาไว้อาบน้ำ เตารีดก็ใช้เตารีดที่ใส่ถ่านหุงข้าวให้เกิดความร้อน อยากดูทีวีก็ต้องเดินเท้าจากบ้านพักไปที่ตลาดกว่า 2 กิโลเมตร เพื่อไปขอนั่งดูทีวีที่ร้านค้า

วัยเด็กมีความฝันว่าอยากไปเรียนต่อมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนประจำจังหวัดชลบุรี คือโรงเรียนชลราษฎรอำรุง อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ซึ่งขณะนั้นยังเป็นโรงเรียนชายล้วน ก็สอบติดจนได้เรียน จากชีวิตเด็กบนเกาะเดินทางเข้าเมืองมาหาความรู้ ต้องนั่งเรือโดยสารจากเกาะสีชัง มาเรียนหนังสือ วันไหนคลื่นลมแรงชุดนักเรียนต้องเปียกชุ่มไปด้วยน้ำทะเล อาทิตย์แรกๆ ต้องตื่นแต่เช้านั่งเรือโดยสารจากเกาะสีชัง มาโรงเรียนไปกลับทุกวัน โดยเฉพาะเปิดเรียนวันแรกวันจันทร์ มาถึงโรงเรียนสายตลอดจนถูกคุณครูลงโทษ แต่เมื่อคุณครูรับรู้เรื่องราวที่ผ่านมาของการเดินทางมาเรียนหนังสือ ก็ทำบัตรมาสายให้ถึง 9 โมงเช้า เนื่องจากการเดินทางเป็นอุปสรรคในการเรียน

สุดท้ายจึงต้องมาเป็นเด็กวัดธรรมนิมิต ในอำเภอเมืองชลบุรี โดยจะกลับบ้านที่เกาะสีชัง เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เพื่อสะดวกในการเดินทางไปเรียน เป็นเด็กวัดได้ 1 ปี พระที่อาศัยอยู่ด้วยก็โดนรถชนมรณะภาพขณะออกบิณฑบาตในตอนเช้า จึงต้องมาอาศัยอยู่กับเพื่อนของพ่อที่สถานีตรวจอากาศชลบุรี จนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย เรียนจบก็เลยมาสมัครสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย โดยเลือกคณะวิศวกรรมศาสตร์ แต่สอบไม่ติด จึงเบนเข็มมาเรียนประกาศนียบัตรวิชาชีพ การโรงแรมและการท่องเที่ยว โรงเรียนสยามธุรกิจบัณฑิต (หลักสูตรเร่งรัด 1 ปี) โดยเรียนและทำงานเสิร์ฟตามโรงแรมดังต่างๆ ไปด้วย อาทิ โรงแรมเอราวัณ โรงแรมเอเชีย โรงแรมปาร์ค นายเลิศ โดยได้ค่าแรงวันละ 120-150 บาท

หลังจากทำงานโรงแรมเสร็จ 4 ทุ่มถึงตี 2 ก็มารับจ้างขายผลไม้ที่ประตูน้ำ โดยลงทะเบียนเรียนคณะรัฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ควบคู่กันไปด้วย ใช้เวลาเรียน 3 ปี ก็สำเร็จการศึกษาชั้นปริญญาตรี และสอบบรรจุเข้ารับราชการครั้งแรกโดยเป็นปลัดอำเภอ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่

นี่คือเส้นทางชีวิตของ นายธวัชชัย ศรีทอง ต่อสู้ชีวิตมากับความยากลำบาก ชีวิตรับราชการเติบโตจนมาถึงเก้าอี้พ่อเมือง หรือผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีที่จะไปรับตำแหน่งในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

นายธวัชชัย ศรีทอง หรือ แจ้ ผ่านงานราชการมาแล้วในหลายจังหวัด โดยเริ่มชีวิตราชการพ.ศ. 2532 – 2537 เป็นปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครอง 3) อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ พ.ศ. 2537 – 2541 ไปเป็นเจ้าพนักงานฝึกอบรม วิทยาลัยการปกครอง อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี (ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการ อธิการวิทยาลัยการปกครอง นายศักดิ์ เกียรติก้อง) และเดินทางเป็นเจ้าพนักงานปกครอง 7 อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม ระหว่าง พ.ศ.2541 – 2543

– พ.ศ.2543 – 2546 หัวหน้าผ่ายทะเบียนและบัตร อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก

-พ.ศ.2546 – 2547 เจ้าพนักงานปกครอง 7 ที่ทำการปกครองจังหวัดอุทัยธานี

– พ.ศ.2547 – 2549 หัวหน้าฝ่ายช่วยอำนวยการ กองกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย

– พ.ศ.2550 – 2553 หัวหน้ากลุ่มบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงานจังหวัดปราจีนบุรี

– พ.ศ.2553 – 2554 หัวหน้ากลุ่มงานข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานจังหวัดระยอง

– พ.ศ.2554 – 2558 หัวหน้ากลุ่มบริหารทรัพยากรบุคคล หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์ และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัด หัวหน้ากลุ่มงานอำนวยการ สำนักงานจังหวัดชลบุรี รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานจังหวัดชลบุรี

– พ.ศ.2558 – 2561 หัวหน้าสำนักงานจังหวัดปทุมธานี

– พ.ศ.2561 -2562 รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ

– พ.ศ.2562- 2563 รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี

– พ.ศ.2563 – 2564 รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี

– พ.ศ.2564 – ปัจจุบัน ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย รับผิดชอบเขตตรวจราชการที่ 8 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1 (จังหวัดชลบุรี ฉะเชิงเหรา ระยอง) และเขตตรวจราชการที่ 9 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 2 (จังหวัดจันทบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว)

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2565 ได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐมนตรีให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และวันที่ 26 กันยายน 2565 ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงมหาดไทยพ้นจากตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย

ครื่องราชอิสริยาภรณ์

– เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นมหาวชิรมงกุฎไทย (ม.ว.ม.)

– เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นประถมาภรณ์ข้างเผือก (ปช.)

Chonburi Sponsored
อำเภอ บ่อทอง

ท้องที่อำเภอบ่อทองเดิมเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอพนัสนิคม ทางราชการได้แบ่งพื้นที่การปกครองอำเภอพนัสนิคม ออกมาตั้งเป็น กิ่งอำเภอบ่อทอง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2521 โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม ปีเดียวกัน และต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะกิ่งอำเภอบ่อทอง อำเภอพนัสนิคม ขึ้นเป็น อำเภอบ่อทอง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 9 มีนาคม 2528 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม ปีเดียวกัน