2 เขมรเมาหนักซิ่งจยย.ชนเก๋งกร่าง ‘ลูกพี่ใหญ่’ ตร.-ชาวบ้านรอไม่เห็นมีใครมา

© สนับสนุนโดย เดลินิวส์

เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 24 ธ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถเก๋ง ปากซอยกรมที่ดินสอง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังรีบไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถเก๋ง ยี่ห้อมิสซูบิชิ แอททราจ สีแดง ทะเบียนป้ายแดง ข-4142 ชลบุรี มีนายปรเมศ เอมเปียอายุ 36 ปี เป็นคนขับ ได้รับความเสียหายด้านท้าย บนถนนยังพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า สกู๊ปปี้ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 1 กฆ 2580 ชลบุรี ได้รับความเสียหายเล็กน้อย ระบุเอกสารเป็นชื่อชาวกัมพูชา ส่วนตัวผู้ขับขี่ เป็นกัมพูชา มีเพื่อนชาวกัมพูชาซ้อนท้าย ทั้งคู่ได้พยายามเดินหลบหนี ทั้งเจ้าของรถและพลเมืองดีจึงต้องช่วยกันติดตามตัวกลับมา

© สนับสนุนโดย เดลินิวส์

โดยชาวกัมพูชาทั้งสองราย อยู่ในอาการมึนเมาสุราอย่างหนัก โวยวายใส่ชาวบ้าน ไม่สนใจใคร บอกมีตังค์จ่าย จะเอาเท่าไหร่ว่ามาเลย เมื่อสอบถามหาเอกสารแสดงตัวบุคคล กลับไม่สามารถนำมาแสดงได้ ก่อนจะอ้างว่าทำงานอยู่ที่โรงแรม ส่วนอีกรายทำงานอยู่ในตลาดย่านเทพสิทธิ์ พร้อมยังประกาศกร้าว “ลูกพี่กูใหญ่ ว่าเดวเจอกันแน่” แต่ก็ไม่มีใครมาแสดงตัวแต่อย่างใด

© สนับสนุนโดย เดลินิวส์

สอบถามนายปรเมศ ทราบว่า ขณะที่ขับมาตามถนน เปิดไฟเลี้ยวจะเข้าซอยกรมที่ดิน 2 จังหวะที่จอดรอรถทางตรงเพื่อจะข้ามเข้าซอยนั้น ได้ยินเสียงดังสนั่นและสะเทือนอย่างหนักจากด้านท้าย เมื่อลงมาดูก็พบว่าเป็นชาวต่างด้าวมีอาการเมาสุรา ขี่จยย.มาด้วยความเร็วแล้วชนที่ด้านท้าย ก่อนจะรีบลุกแล้วพากันเดินหลบหนีไป โชคดีที่ตนเองติดตามตัวกลับมาได้

เบื้องต้น พ.ต.ต.หญิงธัญญา อุดทอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา ได้ควบคุมตัวผู้ขับขี่มาตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ สูงถึง189 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น ส่วนเอกสารแสดงตัวบุคคล ทั้งคู่นั้นไม่สามารถนำมาแสดงได้ จึงควบคุมตัวไว้รอตรวจสอบ หากพบว่าเข้าเมืองมาอย่างไม่ถูกต้อง ก็จะต้องประสานส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองรับตัวพลักดันกลับประเทศต่อไป.

Microsoft และคู่ค้าอาจได้รับค่าคอมมิชชันหากคุณซื้อบางสิ่งผ่านลิงก์ที่แนะนำในบทความนี้

อำเภอ บางละมุง

อำเภอ บางละมุง

อำเภอบางละมุงแต่เดิมมีฐานะเป็นเมืองบางละมุง ตั้งอยู่ที่บ้านบางละมุง ตำบลบางละมุง จนถึง พ.ศ. 2444 ได้ยุบเมืองบางละมุงเป็นอำเภอขึ้นต่อจังหวัดชลบุรี โดยมีที่ว่าการอำเภอตั้งอยู่บริเวณริมคลองนกยาง ซึ่งขณะนั้นบริเวณดังกล่าวเป็นท่าน้ำที่สำคัญทั้งทางด้านการคมนาคมและเป็นที่ชุมนุมของเรือสินค้าต่าง ๆ ต่อมาคลองนกยางตื้นเขินไม่สะดวกต่อเรือสินค้าต่าง ๆ จะล่องเข้าออก ทั้งสภาพพื้นที่ไม่เหมาะสมที่จะขยายชุมชนให้กว้างขวาง นายอำเภอสมัยนั้น คือ นายเจิม (ต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาสัตยานุกูล) จึงย้ายที่ว่าการอำเภอไปตั้งที่ใหม่บริเวณริมทะเลในตำบลนาเกลือ เมื่อ พ.ศ. 2452

ข่าว ที่เกี่ยวข้อง

Recommended

Welcome Back!

Login to your account below

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.