Chonburi Sponsored

รถสิบล้อขนอ้อย บรรทุกสูงเกินพิกัด เกิดเกี่ยวสายไฟ ทำเสาไฟล้มระเนระนาด 11 ต้น

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

ชลบุรี รถสิบล้อขนอ้อย บรรทุกสูงเกินพิกัด เกี่ยวสายไฟ ทำเสาไฟล้มระเนระนาด 11 ต้น ตร.ชี้ มีทรัพย์สินราชการเสียหาย รอการไฟฟ้าเข้าประเมิน

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 13 ก.พ.2565 ร.ต.อ.ธนัช ผาสุขยืด รองสว.(สอบสวน) สภ.เกาะจันทร์ รับแจ้งว่ามีรถบรรทุก10ล้อ เกี่ยวสายไฟทำให้เสาไฟฟ้าล้มหลายต้น ช่วงโค้งเกาะกลาง ถนนสายบ้านสามแยกเกาะจันทร์ ต.ท่าบุญมี อ.เกาะจันทร์ จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรุดเข้าตรวจสอบพร้อมกู้ภัยสว่างเหตุบ้านทุ่งเหียง

ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุก10ล้อ มิตซูบิชิ สีขาว หมายเลขทะเบียน 82-1288 ชลบุรี ขนอ้อยเต็มคันรถ จอดอยู่ทางขึ้นจากไร่อ้อย พบเสาไฟฟ้าล้มขวางถนน 6 ต้น เสาไฟโซลาร์เซลล์อีก 5 ต้น รวมทั้งหมด 11ต้น ล้มขวางถนน1เลน มูลค่าความเสียหายหลายแสนบาท หลังเข้าตรวจสอบจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าให้รีบมาตัดไฟ เกรงว่าจะเกิดอันตรายได้

จากการสอบถามนายนวล บังกระชาติ อายุ 59 ปี ผู้ขับรถบรรทุกคันที่เกิดเหตุ เล่าว่า ตนกำลังขนอ้อยไปส่งที่โรงน้ำตาล ที่อ.พนัสนิคม ระหว่างขับขึ้นจากไร่อ้อยไปบนถนน ตนก็ขับขึ้นไปจนกระทั้งเห็นเสาไฟล้มระเนระนาด จึงรีบเบรกแต่ไม่ทัน ตนคิดว่าจะพ้นเพราะมีไม้ไผ่ค้ำสายไฟไว้แล้ว ปกติตนขับผ่านเป้นประจำ มีครั้งนี้ไม่ผ่านถึงได้เกิดเหตุการดังกล่าว

ส่วนสาเหตุตนคิดว่าส่วนหนึ่งก็ออาจจะทุกอ้อยมาเป็นจำนวนมาก ระหว่างขึ้นเนินจะขึ้นไปบนถนน ทำให้อ้อยที่อยู่ด้านหน้าไปเกี่ยวกับสายไฟจนล้มระเนระนาดเป็นโดมิโน รวม11ต้น โชคดีที่ระหว่างนั้นไม่มีรถสัญจรไปมา จึงไม่ได้เกิดอุบัติเหตุหรือมีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เก็บภาพในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน และจะได้เชิญคนขับรถบรรทุกและผู้ที่เห็นเหตุการณ์ไปสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง เพราะมีทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย โดยจะได้ติดต่อเจ้าหน้าที่ไฟฟ้ามาซ่อมแซมพร้อมติดตั้งเสาไฟและสายไฟเป็นการด่วน ส่วนเรื่องค่าเสียหายทางไฟฟ้าฝ่ายภูมิภาตอำเภอพนัสนิคม จะเป็นผู้ประเมินค่าเสียหายดังกล่าว

Chonburi Sponsored
อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม