กลายเป็นโศกนาฏกรรมปริศนาที่สังคมจับตามอง กรณีเรือหลวงสุโขทัย สังกัดกองเรือฟริเกตที่ 1 กองเรือยุทธการ ทัพเรือภาคที่ 1 ถูกคลื่นซัดอับปางห่างฝั่ง 19 ไมล์ทะเล อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อคืนวันที่ 18 ธ.ค. โดยกำลังพลทั้ง 105 นาย ถูกช่วยเหลือกลับบ้านไปแล้ว 58 นาย นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล 18 นาย เสียชีวิต 6 นาย อีก 23 นาย สูญหายไม่ทราบชะตากรรม ซึ่งกองทัพเรือและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมกำลังค้นหาต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 ยังไม่พบวี่แวว ขณะที่คณะกรรมาธิการการทหาร (กมธ.ทหาร) สภาผู้แทนราษฎร นำเรื่องที่เกิดขึ้นเข้าสู่การพิจารณา เชิญ เสธ.ทร.ให้ข้อมูล โดยโฆษก กมธ.ทหาร ตั้งข้อสังเกตมีคำสั่ง “เรือจมไม่ได้” หรือไม่ ขณะที่ ส.ส.พรรคก้าวไกลตั้งกระทู้ถามสด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ถึงความจำเป็นที่ต้องนำเรือฝ่า มรสุม และถามหาผู้รับผิดชอบกับการสูญเสียกำลังพล

เดินหน้าค้นหาเข้มข้น-ตรวจค้นเกาะ
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 ธ.ค. ที่ศูนย์ประสานช่วยเหลือผู้ประสบภัย ร.ล.สุโขทัย ที่ท่าเรือประจวบฯ ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พล.ร.ท.พิชัย ล้อชูสกุล ผบ.ทรภ.1 ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ แถลงถึงการค้นหากำลังพลที่สูญหายว่า ปฏิบัติการวันนี้เน้นการค้นหากำลังพล มีความเป็นไปได้ที่จะลอยไปติดเกาะหรือไปอยู่ที่จุดไหน โดยเพิ่มพื้นที่ค้นหาอย่างเข้มข้น ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ตลอดพื้นที่โซนใต้ โดยเฉพาะจ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี กำลังเรือใหญ่ยังคงปฏิบัติภารกิจอยู่กลางทะเลตลอดทั้งวันทั้งคืน ได้แก่ ร.ล.ตากสิน ร.ล.นเรศวร ร.ล.กระบุรี และร.ล.นราธิวาส มีเรือลาดตระเวนเข้ามาสมทบ 6 ลำ ร่วมกับเฮลิคอปเตอร์ของ ทร. ทอ. และ สตช. และกำลังสนับสนุนจาก ศรชล. ภาค 1 ที่ส่งเรือและเจ็ตสกีมาร่วม รวมถึงเดินเท้าตามเกาะต่างๆ พร้อมทั้งประกาศถึงสมาคมประมงแห่งประเทศไทยให้ช่วยกันตรวจสอบ วันนี้จะส่งพลฯชนัญญู แก่นศรียา ผู้รอดชีวิตจากเหตุ ร.ล.สุโขทัยอับปาง รักษาตัวอยู่ ที่ รพ.บางสะพาน และกำลังพลของ ป.ล.ตากสิน อีก 1 นาย ที่ป่วยไส้ติ่งอักเสบ ที่รักษาตัวอยู่ที่ รพ.ประจวบคีรีขันธ์ กลับไปรักษาที่ รพ.สมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ต่อไป
ท่าเรือแจงเรือไม่เข้าจอดเอง
ก่อนหน้านี้เมื่อค่ำวันที่ 22 ธ.ค. ที่ท่าเรือประจวบฯ นายธนาวุฒิ ธนะไชย หัวหน้าแผนกบริการท่า (นายท่า) ท่าเรือประจวบฯ แถลงกรณีการขอเข้าเทียบท่าของ ร.ล.สุโขทัย ที่สื่อออนไลน์ อ้างแหล่งข่าวระบุว่า “ผู้การขอเข้าจอดที่ท่าเรือบางสะพาน แต่ไม่ได้รับอนุญาต จึงต้องแล่นเรือต่อ ผนังเรือเริ่มฉีกขาดมากขึ้นจากการที่โดนคลื่น มวลน้ำจำนวนมากเข้าตัวเรือ…” ทำให้เกิดการแสดงความเห็นเชิงลบต่อบริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด และกลุ่มสหวิริยาว่า ช่วงเที่ยงวันที่ 18 ธ.ค. แผนกบริการท่าฯ ได้รับการประสานและพูดคุยทางไลน์จากต้นเรือของเรือหลวงสุโขทัย ขอให้ถ่ายภาพสภาพคลื่นลมในท่าเรือไปให้ เจ้าหน้าที่ถ่ายคลิปวิดีโอและแนะนำให้ทิ้งสมอในพื้นที่จอดเรือ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ ร.ล.สุโขทัยแจ้งกลับมาว่าไม่เข้ามาที่ท่าเรือประจวบฯแล้ว และได้พิมพ์ขอบคุณท่าเรือประจวบฯด้วย พร้อมแสดงข้อความการติดต่อทางไลน์เป็นหลักฐาน ขอให้ผู้ที่แชร์ข้อความดังกล่าวลบข้อความออกจากระบบคอมพิวเตอร์ มิเช่นนั้นบริษัท จะดำเนินการทางกฎหมาย
ร่มบิน 10 ลำค้นหาชายฝั่งสุราษฎร์
ที่แหลมซุย ต.พุมเรียง อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ชุดปฏิบัติการอินทรีย์เวหา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ร่วมกับชมรมพารามอเตอร์ จ.สุราษฎร์ ธานี นำร่มบิน 10 ลำ บินสำรวจและค้นหาผู้สูญหาย ตามแนวชายฝั่งตั้งแต่ อ.ไชยา ถึง อ.ท่าชนะ เป็นระยะทางประมาณ 39 กม. โดยบินห่างชายฝั่ง 2,000 เมตร ขณะที่นายสำนวน ทองศรี นายอำเภอท่าชนะ นำกำลังจัดเตรียมพื้นที่อเนกประสงค์ ชายหาดสำเร็จ หมู่ 5 ต.ท่าชนะ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อใช้เป็นฐานปฏิบัติการให้อากาศยานไร้คนขับ UAV กองทัพเรือ บินค้นหาผู้สูญหาย เนื่องจากโปรแกรมซาแมพ คำนวณทิศทางลม กระแสน้ำเคลื่อนไหวเคลื่อนเข้ามาในพื้นที่ อ.ท่าชนะ อ.ไชยา และ อ.ท่าฉาง

เสื้อชูชีพลอยทะเลใกล้เกาะเต่า
นายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ตามการคาดการณ์ข้อมูลจาก “ซาแมพ” คาดว่าผู้ประสบภัย ร.ล.สุโขทัยอับปางจะเข้ามาในพื้นที่ของ จ.สุราษฎร์ธานี มีคำสั่งให้เจ้าท่าภูมิภาคทุกสาขา แจ้งศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้าออกเรือประมง ขอความร่วมมือเรือประมงทุกชนิด หากพบผู้ประสบภัยขอให้เข้าการช่วยเหลือและบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน และมีคำสั่งไปยังอำเภอติดชายทะเล อ.ท่าชนะ ไชยา ท่าฉาง พุนพิน ดอนสัก เกาะสมุย และเกาะพะงัน ขอความร่วมมือประมงชายฝั่งและชาวบ้านช่วยติดตามหรือค้นหาผู้สูญหาย หากพบวัสดุอุปกรณ์เกี่ยวข้องกับ ร.ล.สุโขทัย เช่นแพชูชีพ หรืออุปกรณ์เครื่องใช้ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบ ได้รับรายงานจากนายอำเภอเกาะพะงันว่าชาวบ้านที่ออกไปตกปลาพบเสื้อชูชีพลอยในทะเลห่างจากเกาะเต่า 25 ไมล์ ทะเลไปทางทิศใต้ เป็นไปได้ว่ามีผู้สูญหายถูกกระแสน้ำพัดเข้ามาในเขตชายฝั่งทะเลด้าน อ.ท่าชนะ จึงตั้งศูนย์ค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ร.ล.สุโขทัยอับปาง ที่หาดสำเร็จ เพื่อระดมกำลังค้นหา และเตรียมทีมแพทย์ฉุกเฉิน ด้วยความหวังว่าจะพบผู้รอดชีวิต

ชุมพรค้นหาต่อเนื่อง-ไร้วี่แวว
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งทหาร ตำรวจ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิต่างๆ รวมทั้งภาคเอกชน เดินหน้าค้นหาร่างผู้สูญหายอย่างต่อเนื่องแต่ยังไม่พบวี่แววผู้สูญหาย รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้เกี่ยวกับ ร.ล.สุโขทัยแต่อย่างใด ส่วนโดมโซนาร์ของ ร.ล.สุโขทัย ที่เรือประมงพบกลางทะเลพื้นที่ อ.ละแม ทหารเรือได้ใช้เครนยกขึ้นรถบรรทุกนำไปเก็บไว้ที่ศูนย์อำนวยการ รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ภาค 1 อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี แล้ว
ปิดศูนย์พิสูจน์เอกลักษณ์
ที่ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล สภ.บางสะพาน ในมูลนิธิสว่างราษฎร์ศรัทธา ธรรมสถานบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ น.ส.ปุณิกา เนตรสว่าง ปลัดอำเภอบางสะพาน กล่าวภายหลังร่วมประชุมกับ พ.ต.อ.กิติภพ ชมพูนุช รอง ผบก.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์ รรท.ผกก.สภ.บางสะพาน ในฐานะ ผอ.ศูนย์ฯและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่า วันนี้ศูนย์ฯปิดทำการแล้ว จากนี้งานพิสูจน์อัตลักษณ์เป็นหน้าที่ของกองทัพเรือ งานเอกสาร งานทะเบียนราษฎร ฝ่ายปกครอง อ.บางสะพาน พร้อมอำนวยความสะดวก 24 ชั่วโมง ที่ผ่านมาได้เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอญาติผู้สูญหายเกือบครบแล้ว เหลืออีก 8 รายยังไม่ได้เก็บ ญาติสามารถมาพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.บางสะพาน หรือโรงพักใกล้เคียง ให้ส่งไปยังพิสูจน์หลักฐานจังหวัด เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอส่งศูนย์พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งนี้ หากมีการพบร่างผู้สูญหาย จะส่งไปยังสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ เพื่อประสานงานกับพิสูจน์หลักฐานตรวจยืนยันตัวบุคคล และส่งข้อมูลให้กับคณะกรรมการปล่อยศพแจ้งให้ทางกองทัพเรือพาญาติมารับศพ
ญาติขอรับศพกลับบ้านเกิด
ที่ฌาปนสถานกองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นางวันนา อินหา และญาติๆ ขอรับศพ พ.จ.อ.สมเกียรติ หมายชอบ นาวิกโยธิน ผู้เสียชีวิตในเหตุ ร.ล.สุโขทัยอับปาง เพื่อนำกลับบ้านเกิดที่ ต.คูตัน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ โดยมีเพื่อนๆร่วมรุ่นของ พ.จ.อ.สมเกียรติ ช่วยยกโลงใส่รถบรรทุกทหาร พร้อมเคาะโลงสั่งลาเป็นครั้งสุดท้าย ด้วยน้ำตาคลอเบ้าด้วยความเศร้าสลด โดยเจ้าหน้าที่กระทรวงวัฒนธรรมจัดรถตู้ไว้ให้กลุ่มญาตินั่ง นางวันนาพี่สาวผู้ตาย กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องรีบเคลื่อนศพไปตั้งสวดที่วัดแถวบ้าน เพราะช่วงที่เจอกันครั้งสุดท้ายน้องชายพูดเหมือนสั่งเสียว่า ถ้าเป็นอะไรไปขอให้เลี้ยงลูกวัย 10 ขวบ และพากลับบ้านด้วย น้องยังให้เหตุผลด้วยว่า อาชีพแบบนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้
แม่ร่ำไห้ลูกสูญเสียลูกชาย
ด้านนางหอน หมายชอบ แม่ของ พ.จ.อ.สมเกียรติกล่าวทั้งน้ำตาว่า พ.จ.อ.สมเกียรติเป็นลูกคนที่สอง พูดคุยกับลูกชายเมื่อเดือนที่แล้วบอกว่า ก่อนปีใหม่จะพาครอบครัวกลับบ้านมาหาแม่ จะแต่งตัวให้เต็มยศใส่ชุดหล่อๆให้แม่ดู และพูดอีกว่าถ้าเป็นอะไรไปก่อนแม่ก็จะสบาย ตนไม่คิดว่าจะเป็นการสั่งเสียของลูกชายครั้งสุดท้าย ตนไม่ต้องการเงินทอง ตนอยากอยู่กับลูกไม่ต้องการทรัพย์สินใดๆ ปกติลูกชายจะกลับมาบ้านที่สุรินทร์ช่วงเทศกาล พาลูกและภรรยามากราบแม่ที่บ้าน แต่ปีนี้ลูกที่กลับบ้านกลายเป็นร่างที่ไร้วิญญาณ ก่อนหน้านี้เมื่อทราบข่าวเรืออับปาง ตนได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้ลูกเป็นอะไรไป เมื่อทราบว่าลูกมีชื่ออยู่ในผู้สูญหาย ก็ขอให้ได้เจอร่างลูกเป็นครั้งสุดท้าย หลานของตนก็เล่าความฝันให้ฟังว่า ที่บ้านมีแต่คนใส่ชุดดำและจัดงานศพ ไม่คิดว่าจะเป็นลางบอกเหตุร้ายของลูกชาย
นายกฯหวังทหาร 23 นายยังมีชีวิต
ที่ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ กองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม เดินทางมารับฟังการบรรยายสรุปผลการปฏิบัติและการดำเนินการในการค้นหากำลังพลที่ยังสูญหาย โดย พล.ร.อ.ชลธิศ นาวานุเคราะห์ เสนาธิการทหารเรือ และนายทหารระดับสูงของกองทัพเรือ ร่วมรับฟังบรรยายสรุป และตอบข้อซักถาม จากนั้น รมช.กลาโหมได้ฝากข้อห่วงใยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหมไปยังกำลังพลและครอบครัวของกำลังพลกองทัพเรือ หวังว่าจะพบผู้สูญหายและยังมีชีวิต พร้อมทั้งแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิต นอกจากนี้ยังได้ขอบคุณกำลังพลทุกภาคส่วนที่มุ่งมั่นตั้งใจในการค้นหาผู้สูญหายทั้ง 23 นาย ขอให้มีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ โดยนายกฯ ยังคงติดตามความคืบหน้าอยู่ตลอดและหวังว่าทุกคนยังคงจะมีชีวิต

โฆษก ทร.สรุปยอดสูญหายคงที่เป็นวันที่ 3
ด้าน พล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า แผนปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือกำลังพลที่สูญหายทั้ง 23 นาย กำลังทางเรือยังดำเนินการค้นหาและช่วยเหลือในพื้นที่ที่รับมอบหมายอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย ร.ล.ตากสิน ร.ล.นเรศวร ร.ล.กระบุรี ร.ล.นราธิวาส เรือ ต.114 เรือ ต.270 ร.ล.บางระจัน คลื่นลมในทะเลอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง เรือขนาดกลางและขนาดเล็กออกทะเลได้ กองทัพเรือได้ประสานกับเครือข่ายศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ตำรวจน้ำ กรมเจ้าท่า รวมถึงสมาชิกไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล ตลอดจนทางจังหวัด เพื่อให้ประสานกับเครือข่ายเรือประมงในทะเลให้ช่วยกันค้นหาในพื้นที่ตามแนวชายฝั่งพร้อมทั้งลาดตระเวนทางเท้าบริเวณชายหาด สรุปการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจำนวน 105 นาย ช่วยได้แล้ว 76 นาย รักษาหายกลับบ้าน 57 นาย รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 19 นาย เสียชีวิต 6 นาย และยังคงสูญหาย 23 นาย
กบข.เร่งจ่ายเงินทายาทสมาชิกเหตุเรือล่ม
นางศรีกัญญา ยาทิพย์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ ร.ล.สุโขทัยอับปาง มีผู้เสียชีวิตและสูญหายนั้น กบข.ได้ตรวจสอบรายชื่อผู้เสียชีวิต บางรายเป็นสมาชิก กบข. สั่งให้เจ้าหน้าที่เร่งประสานงานไปยังหน่วยงานต้นสังกัดและทายาทของผู้เสียชีวิตทั้งหมด เพื่อช่วยเหลือการดำเนินการขอรับเงิน กบข.คืน ขั้นตอนการขอรับเงินคืน ทายาทจะต้องดำเนินการผ่านหน่วยงานต้นสังกัด หลังจากนั้นหน่วยงานจะส่งเรื่องการขอรับเงินคืนมายัง กบข. และจะสามารถจ่ายเงิน กบข. คืนภายใน 7 วันทำการ หลังจากที่ได้รับเอกสารถูกต้องครบถ้วน ทั้งนี้ กบข. ขอแสดงความเสียใจและขอส่งกำลังใจไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายทุกท่าน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook กบข. หรือ LINE กบข. @gpfcommunity หรือศูนย์บริการข้อมูลสมาชิก โทร.1179
ศพโผล่อีก 1 ศพ ใกล้จุดเรือล่ม
ต่อมาเวลา 19.00 น. ร.ล.บางระจัน กำลังนำศพที่สูญหาย 1 ศพ มาขึ้นฝั่งที่ท่าเรือประจวบฯ หลังพบศพลอยขึ้นมาเหนือน้ำบริเวณจุด ร.ล.สุโขทัย จมอยู่ใต้ทะเล ระหว่างปฏิบัติภารกิจตรวจสำรวจพื้นที่เรือล่ม ร่วมกับยานใต้น้ำ Sea Fox และนักประดาน้ำ จึงกู้ร่างนำกลับเข้าฝั่ง ในทันทีที่นำศพลงมาไว้ที่ท่าเรือ พนักงานสอบสวน สภ.บางสะพาน ปลัดอำเภอบางสะพาน และแพทย์ รพ.หัวหิน เข้าไปชันสูตรพลิกศพ เบื้องต้นยังไม่สามารถระบุชื่อผู้เสียชีวิตได้เนื่องจากเสียชีวิตมาหลายวัน นำศพขึ้นรถกู้ชีพกู้ภัยไปเก็บไว้ที่มูลนิธิสว่างราษฎร์ศรัทธาธรรมสถานบางสะพาน รอเจ้าหน้าที่ชันสูตรและพิสูจน์อัตลักษณ์ตามขั้นตอน

ทร.ยันพบศพ-คราบน้ำมัน 3 จุด
พล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ในระหว่างส่งยานล่าทำลายใต้น้ำและชุดถอดทำลายอมภัณฑ์ จากเรือหลวงบางระจันเร่งสำรวจเพื่อพิสูจน์ทราบในบริเวณที่เรือจม มีรายงานว่า เมื่อเวลา 16.15 น. เรือหลวงบางระจัน พบร่างมนุษย์ลอยน้ำบริเวณที่เรือหลวงสุโขทัยอับปาง ได้นำร่างขึ้นเรือและเดินทางกลับเข้าท่าเรือบางสะพาน และจะดำเนินการส่งพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลต่อไป นอกจากนี้ได้รับรายงานจากการลาดตระเวนของเรือและอากาศยานว่า ตรวจพบคราบน้ำมันลอยขึ้น 3 จุด จุดแรกบริเวณเรือหลวงสุโขทัยอับปางขนาดความยาวคราบน้ำมันประมาณ 1 ไมล์ จุดที่ 2 แลต 10 องศา 56.8 ลิปดาเหนือ ลอง 99 องศา 55.36 ลิปดาตะวันออก ขนาดความยาวประมาณ 0.5 ไมล์ และ จุดที่ 3 บริเวณแลต 10 องศา 53.17 ลิปดาเหนือ ลอง 99 องศา 55.97 ลิปดาตะวันออก ขนาดความยาวประมาณ 0.2 ไมล์ กองทัพเรือได้จัดเรือและอากาศยานลาดตระเวนและเฝ้าติดตามการเคลื่อนที่ของคราบน้ำมันอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมการในการขจัดคราบน้ำมันต่อไป
ยังไม่ตัดยอดรอพิสูจน์อัตลักษณ์
โฆษก ทร.กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ในการนี้กองทัพเรือจะทำการปรับพื้นที่การค้นหาและช่วยเหลือโดยเน้นในพื้นที่ 1-8 และบริเวณชายฝั่ง ห่างจากจุดที่เรือหลวงสุโขทัยอับปางประมาณ 30 ไมล์ทะเล สรุปการช่วยเหลือผู้ประสบภัย จำนวน 105 นาย สามารถช่วยได้แล้ว จำนวน 76 นาย รักษาหายกลับบ้าน จำนวน 57 นาย รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลจำนวน 19 นาย เสียชีวิต 6 นาย และยังคงสูญหายจำนวน 23 นาย (1 รายที่พบล่าสุด รอการพิสูจน์อัตลักษณ์เพื่อยืนยันตัวบุคคล)