วันศุกร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 13.03 น.
ยกฟ้อง “หลงจู๊-สมชาย” เมียญาติ ลักลอบตั้งบ่อนพนัน – ฟอกเงิน ชี้พยานหลักฐานโจทก์อ่อน ยังเคลือบแคลงสงสัยไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะลงโทษได้
วันที่ 23 ธันวาคม 2565 เวลา 09.30 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 903 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีลักลอบตั้งบ่อนการพนันหมายเลขดำ อ.1421/2564 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้องนายสมชาย จุติกิต์เดชา หรือหลงจู๊สมชาย อายุ 56 ปี ผู้กว้างขวางย่านภาคตะวันออก กับพวก น.ส.จุฑามาศ วงษ์นิยม,น.ส.อุไรวรรณ วงษ์นิยม ภรรยา และนายยุทธนากร มะลิชื่น รวม 4 คน เป็นจำเลยในฐานความผิด ตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 ,พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ .2542 , พ.ร.บ.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548ฯ
อัยการโจทก์ระบุฟ้องความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 1 ก.ค.2563 -17 ส.ค.2563 จำเลยกับพวกอีกหลายคนที่ยังหลบหนี ได้ร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันกำถั่ว ไฮโล บาการา ไพ่เสือมังกร เพื่อเอาทรัพย์สินโดยผิดกฎหมาย นอกจากนี้พวกจำเลยยังได้ร่วมกันสมคบกันฟอกเงินโดยโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารพาณิชย์หลายครั้งหลายหน เพื่อเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระผิดเพื่อซุกซ่อน หรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สิน เหตุเกิดที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง ,ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง และที่อื่นเกี่ยวพันกัน ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษพวกจำเลยตามความผิด
พวกจำเลยให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัว
ในวันนี้นายสมชาย หรือหลงจู๊สมชาย กับพวกทั้ง 4 คน นั่งรถตู้สีดำ ยี่ห้อฮุนไดเดินทางมาฟังคำพิพากษา ศาลพิเคราะห์คำเบิกความ และพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างแล้วเห็นว่า พยานโจทก์หลายคน ซึ่งเข้าไปเล่นพนันที่ บ่อนพนัน “อรุโณทัย” ที่เกิดเหตุเบิกความทำนองเดียวกันว่า ไม่รู้จักพวกจำเลย รวมทั้งพนักงานสอบสวนก็ไม่ได้เบิกความพาดพิงว่า พวกจำเลยเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน พยานหลักฐานโจทก์ยังมีข้อพิรุธ น่าสงสัย และไม่มีน้ำหนักให้รับฟังว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิด พ.ร.บ.การพนันฯ
ส่วนข้อหาฟอกเงินนั้นในส่วนจำเลยที่ 1, 2 และ4 พยานโจทก์ก็ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้เช่นกัน และโจทก์ไม่มีหลักฐานอื่นมาประกอบ เช่นการนำบัญชีธนาคารของพวกจำเลยมาทำเป็นบัญชีรายรับ – รายจ่ายบ่อนการพนันหรือ มีรายงานจากบัญชีบ่อนไปเข้าบัญชีตน หรือ มีข้อมูลการใช้โทรศัพท์ติดต่อกับคนร้ายที่หลบหนี กลับได้ความว่าสมุดบัญชีเป็นของบุคคลภายนอกที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับคดีนี้ที่มีการโอนเงินการกู้ยืมจำนวน 500,000 บาท ให้กับ น.ส.อุไรวรรณ จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นภรรยาจำเลยที่ 1 เท่านั้น
พยานหลักฐานโจทก์จึงไม่อาจรับฟังได้ว่า พวกจำเลยกระทำความผิดฐานฟอกเงินด้วย นอกจากนี้พยานโจทก์ยังนับว่ามีความผิดปกติไปจากวิสัยของคนร้ายที่มักจะถ่ายเททรัพย์สินหลายครั้งและเป็นจำนวนมาก ข้อเท็จจริงพบว่าพวกจำเลยมีการรับเงินไว้เพียงครั้งเดียว ขณะข้อต่อสู้ที่พยานหลักฐานของฝ่ายจำเลยรับฟังได้ พยานโจทก์ทั้งหมดจึงยังเป็นที่น่าเคลือบแคลงสงสัยและไม่เพียงพอที่จะรับฟังลงโทษจำเลยได้ พิพากษายกฟ้อง
ภายหลังฟังคำพิพากษานายสมชาย หรือ หลงจู๊สมชาย ไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแต่อย่างใด และเดินทางกลับทันที
ผู้สื่ข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมาศาลอาญา ได้พิพากษายกฟ้อง นายสมชาย แต่ให้ขังระหว่างอุทธรณ์ คดีจ้างวานฆ่านายปทุม สอาดดี วิน จยย. ถึงแก่ความตาย ที่เป็นคนชี้เบาะแสที่ตั้งบ่อนพนันใหญ่ ในจ.ชลบุรีมาแล้ว ซึ่งนายสมชายได้รับการประกันตัวไป.