เรือหลวงสุโขทัย : พบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย ลอยใกล้ อ.ไชยา สุราษฎร์ฯ รอพิสูจน์อัตลักษณ์ – BBC News ไทย

กองทัพเรือ Royal Thai Navy

ที่มาของภาพ, กองทัพเรือ Royal Thai Navy

คำบรรยายภาพ,

เรือหลวงสุโขทัย เริ่มจมใต้ผิวน้ำเมื่อเวลา 23.30 น. ของคืนวันที่ 18 ธ.ค. และจมโดยสมบูรณ์ในเวลา 00.12 น.

กองทัพเรือ เปิดเผยเมื่อเวลา 12.01 น. วันนี้ (22 ธ.ค.) ว่า พบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย ลอยทะเล บริเวณแหลมซุย-เกาะเสร็จ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ยังไม่ยืนยันว่าเป็นกำลังพล แต่นำร่างขึ้นจากทะเลเพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว

นี่คือความคืบหน้าล่าสุดของการค้นหากำลังพลผู้สูญหายอีก 23 นาย จากเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอัปปาง เมื่อคืนวันที่ 18 ธ.ค. เข้าสู่วันที่ 4 หรือผ่านไปกว่า 72 ชั่วโมง การค้นหาปรับแผนขยายวงกว้างไปถึงน่านน้ำใน จ.สุราษฎร์ธานี

 กองทัพเรือ ได้เสริมกำลังเรือจากกองทัพเรือภาคที่ 2 จากโซนภาคใต้ตอนล่างร่วมสมทบการค้นหา ขณะเดียวกัน เรือหลวงบางระจัน ได้เข้ามาสมทบเพื่อส่งยานสำรวจทุ่นระเบิดใต้น้ำหรือเครื่องซีฟอกซ์ ลงสำรวจบริเวณจุดที่เรือหลวงสุโขทัยอับปาง ตรวจสอบว่าจะมีผู้สูญหายติดอยู่หรือไม่ และจะเป็นการวางแผนสำหรับกู้เรือในอนาคต 

ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเช้า พล.ร.ท. พิชัย ล้อชูสกุล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เปิดเผยแผนการค้นหาเมื่อเวลา 9.30 น. ว่า แผนปฏิบัติการจะเพิ่มพื้นที่มากขึ้นในการค้นหา โดยยังไม่ทิ้งพื้นที่เดิม ด้วยการใช้เรือหลวงใหญ่จำนวน 4 ลำ และเรือจากกองทัพภาคที่ 2 และ 3 เข้ามาสมทบอีก 2 ลำ ส่วนการค้นหาทางอากาศใช้เฮลิคอปเตอร์จากกองทัพอากาศและกองบินตำรวจ รวม ฮ. 5 เครื่อง และเครื่องบินลาดตระเวน 2 เครื่อง นอกจากนี้ยังมีการค้นหาบริเวณชายฝั่งโดยใช้การเดินเท้าด้วย

“ตอนนี้เราโฟกัสที่ใกล้ฝั่งมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ทิ้งพื้นที่ใหญ่” พล.ร.ท. พิชัย กล่าว “ทางเท้าชายฝั่ง เราก็มีคนเดินเท้าในการสำรวจทั้งหมด”

ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่วานนี้ ได้พบอุปกรณ์ของเรือที่ลอยในทะเล พร้อมทั้งแพชูชีพที่ส่งมาจาก ฮ. ตั้งแต่วันแรกที่ทิ้งลงมาให้ผู้ประสบภัยได้เกาะ แพชูชีพของเรือหลวงกระบุรี นอกจากนี้ยังพบอุปกรณ์ชูชีพของเรือหลวงสุโขทัยและอุปกรณ์โดมเรดาห์ในพื้นที่ จ.ชุมพร เช่นกัน

“การปฏิบัติการลำบากเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากเรืออนุภูมิที่ขับตามไปพร้อมเรือสุโขทัย ในวันเกิดเหตุ ยังมีตู้จำนวน 75 ตู้ก็ยังลอยน้ำอยู่ กระจัดกระจาย ก็เป็นอุปสรรคของการค้นหา”

เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. กองทัพเรือและกลุ่มงานตรวจพิสูจน์หลักฐานเกี่ยวกับบุคคล สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยผลพิสูจน์อัตลักษณ์กำลังพลทั้ง 6 นายแล้ว

ส่วนกระแสข่าวว่า มีการพบกำลังพลเพิ่มเติมนั้น กองทัพเรือออกมายืนยันช่วงเย็นว่า ไม่เป็นความจริง

จนถึงวันนี้ (22 ธ.ค.) กำลังพลที่ถูกช่วยขึ้นมาบนฝั่งมีจำนวนทั้งสิ้น 76 นาย เสียชีวิต 6 นาย และยังสูญหายอีก 23 นาย

ส่วนที่ท่าเรือประจวบฯ ท่าเรือน้ำลึก อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ญาติของกำลังพลหลายชีวิตต่างรอคอยฟังข่าวอยู่ตลอดทั้งวัน

กองทัพเรือจะนำกำลังพลที่เสียชีวิตและพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว 6 นาย เดินทางกลับ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยเครื่องบิน C-130 ของกองทัพอากาศ จากกองบิน 5 จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยจะถึงสนามบินอู่ตะเภา ในช่วงบ่าย

นอกจากนี้ กองทัพเรือยังเผยแพร่คลิปวิดีโอนาทีช่วยเหลือ พ.จ.อ.นที ทิมดี กำลังพลเรือหลวงสุโขทัย  เมื่อเวลา 09.10 น. ของวันที่ 19 ธ.ค. ได้สำเร็จ

ที่มาของภาพ, THai NEWS PIX

คำบรรยายภาพ,

วันที่ 22 ธ.ค. ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยล่ม มาอัญเชิญดวงวิญญาณ ที่ท่าเรือประจวบ

ฝ่ายค้านตั้งกระทู้ถามในสภาฯ ถามหาความรับผิดชอบนายกฯ

เหตุเรือหลวงสุโขทัยอับปาง ยังถูกตั้งคำถามไปถึง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งดูแลรับผิดชอบเหล่าทัพโดยตรง

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ (22 ธ.ค.) มีวาระพิจารณากระทู้ถามสด นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาถึงนายกฯ ในฐานะ รมว. กลาโหม จะรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้อย่างไร และเพราะเหตุใดตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันนี้ จึงยังไม่ลงพื้นที่ไปติดตามสถานการณ์ด้วยตนเอง

พล.อ. ชัยชาญ ช้างมงคล รมช. กลาโหม ได้รับมอบหมายให้ตอบคำถามแทน ชี้แจงว่าเมื่อเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ กองทัพเรือเป็นส่วนหนึ่งเข้ามาช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางทะเล ซึ่งก่อนจะส่งเรือหลวงสุโขทัยออกปฏิบัติการ ได้ประเมินขีดความสามารถและศักยภาพของเรือแล้ว แต่ด้วยสภาพอากาศ จึงทำให้เรือหลวงสุโขทัยประสบเหตุขึ้น

พล.อ. ชัยชาญ ยืนยันว่า นายกฯ ได้ติดตามสถานการณ์และสั่งการมาโดยตลอด โดยเฉพาะเรื่องของชีวิตและความปลอดภัยของกำลังพล

เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต พร้อมระบุว่า ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาวิพากษ์วิจารณ์ซ้ำเติมให้เสียหาย และอย่าสร้างความเกลียดชัง

“เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ทุกคนต้องระวังให้มากที่สุดในการจัดการ คนเสียชีวิต ไม่ใช่เรื่องที่จะมาพูดจาซ้ำเติม ไม่ใช่เรื่องที่จะมาพูดจาให้ร้ายเสียหาย” พล.อ. ประยุทธ์ กล่าว

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ,

เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงศพกำลังพลผู้เสียชีวิต 5 นาย มาที่ท่าเรือ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ คืนวันที่ 20 ธ.ค.

ความคืบหน้าในวันที่ 20 ธ.ค. กองทัพเรือ แถลงพบกำลังพลที่สูญหายจากเหตุเรือหลวงสุโขทัยอับปางแล้ว 7 นาย ในจำนวนนี้เสียชีวิต 6 นาย และรอดชีวิต 1 นาย

เวลาประมาณ 21.00 น. เฮลิคอปเตอร์แบบซีฮอร์ค ลำเลียงศพกำลังพลผู้เสียชีวิต 5 นาย มาที่ท่าเรือ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ก่อนนำส่งตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ที่มูลนิธิสว่างราษฎร์ศรัทธาธรรมสถาน จ.ประจวบฯ ส่วนกำลังพลอีก 1 นายที่เสียชีวิต ร่างยังอยู่บนเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช และจะนำร่างขึ้นฝั่งในวันนี้ ( 21 ธ.ค.)

พล.ร.อ. เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) นำนายทหารเรือระดับสูงเปิดการแถลงข่าวช่วงเย็นของ 20 ธ.ค. ว่าการค้นหาพบผู้รอดชีวิตอีก 2 ราย และผู้เสียชีวิต 4 ราย หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงถัดมา สำนักโฆษกกองทัพเรือ แจ้งเพิ่มเติมสรุปจำนวนกำลังพลที่ค้นหาพบเป็น 7 นาย ในจำนวนนี้เสียชีวิต 6 นาย

ในการแถลงข่าวช่วงหนึ่ง ผบ.ทร. ว่า กำลังพลที่พบ “ทั้งหมดสวมชูชีพ” และจุดที่พบอยู่ห่างจากจุดที่เรือหลวงสุโขทัยอับปางไปทางใต้ราว 60 กิโลเมตร จึงเน้นการค้นหาไปทางใต้ของจุดเกิดเหตุ

“การมีเสื้อชูชีพไม่ได้หมายความว่า ทุกคนจะสามารถจะ… พูดง่าย ๆ รอดชีวิต แล้วได้รับการช่วยเหลือขึ้นมาบนเรือ”

“อย่ามองว่าคนไม่มีเสื้อชูชีพทั้ง 30 คน จะสูญเสียทั้งหมด เพราะตัวเลขแสดงให้เห็นแล้วว่า 18 คนที่ไม่มีเสื้อชูชีพขึ้นมากับ 75 คนแรก ยังเหลือในทะเล 12 คน แล้ว 18 คนที่มีเสื้อชูชีพเองยังอยู่ในทะเลอยู่”  พล.ร.อ. เชิงชาย กล่าวในการแถลงข่าว

ผบ.ทร. กล่าวว่า สาเหตุของการล่มของเรือหลวงและกรณีเสื้อชูชีพไม่เพียงพอ จะต้องถูกสอบสวนและรายงานข้อเท็จจริงทั้งหมดมาที่กองทัพเรือ โดยบางเรื่องสามารถเปิดเผยได้ ส่วนเรื่องที่เป็นความลับทางราชการต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารฯ “ทั้งหมด กองทัพเรือไม่มีการปกปิดข้อมูลใด ๆ ทั้งสิ้น เราจะสอบสวนหาข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้ทุกคนได้ทราบข้อเท็จจริง โดยเฉพาะญาติพี่น้องของกำลังพล ทร. ที่สูญเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว”

คำแถลงของ ผบ.ทร. : เรือหลวงสุโขทัยไปภารกิจอะไร

ก่อนหน้านี้ ผบ.ทร. ยอมรับว่าบนเรือมีเสื้อชูชีพไม่พอสำหรับกำลังพล 30 นาย จากหน่วยอื่นได้แก่ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (นย.) และหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานต่อสู้รักษาฝั่ง (สอ.รฝ.) เพิ่มเติมขึ้นมาบนเรือ เพื่อไปร่วมภารกิจกิจกรรมครบรอบ 100 ปี กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่หาดทรายรี จ. ชุมพร

อย่างไรก็ดี ในการแถลงข่าวของ ผบ.ทร. ที่หอประชุมกองทัพเรือ ผบ.ทร. ชี้แจงว่า นอกจากภารกิจสนับสนุนการจัดงานกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เรือหลวงสุโขทัยได้รับภารกิจเมื่อ 18 ธ.ค. ให้ลาดตระเวนค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลด้วย หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่าเป็นช่วงที่อ่าวไทยมีคลื่นสูง 3-4 เมตร จากมรสุมที่มีกำลังแรง

“เรือหลวงกระบุรีเดินทางไปที่หาดทรายรี (จ.ชุมพร) ก่อน แต่พบว่าคลื่นลมแรง เรือไม่สามารถทิ้งสมอได้ จึงขออนุญาตทัพเรือภาคที่ 1 ไปจอดที่บางสะพาน ซึ่งเป็นท่าเรือน้ำลึก เรือหลวงกระบุรีเดินทางไปล่วงหน้าแล้ว หลังจากนั้นเรือหลวงสุโขทัยจึงออกจากหาดทรายรีไปบางสะพาน ระหว่างเดินทางจากหาดทรายรีไปบางสะพาน พบว่าสภาพอากาศ คลื่นลมแรงมากสูง 3-4 เมตร” พล.ร.อ. เชิงชาย ระบุ

คำชี้แจงนี้ ทำให้ ThaiArmedForce เว็บไซต์อิสระด้านกิจการทหารของประเทศไทย ทวีตวิจารณ์คำชี้แจงดังกล่าวว่า “ถ้า ผบ.ทร.บอกว่า เรือดินทางไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเลก็ยิ่งต้องมีเสื้อชูชีพแบบเกินพอด้วยซ้ำ เพราะถ้าเสื้อชูชีพยังไม่พอสำหรับกำลังพลของเรือ จะสามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเลได้อย่างไร ซึ่งก็แสดงให้เห็นอีกว่าที่บอกว่า #เรือหลวงสุโขทัย ไปช่วยผู้ประสบภัยนั้นไม่น่าจะจริง”

การตัดสินใจสละเรือมีหรือไม่

พล.ร.อ. เชิงชาย ผบ.ทร. แถลงว่าจากการรับทราบข้อเท็จจริงเบื้องต้น ทราบว่ามีน้ำเข้าเรือในปริมาณมาก โดยน้ำเริ่มเข้าบริเวณหัวเรือจนทำความเสียหายกับระบบเครื่องไฟฟ้า ระบบเครื่องจักรช่วยของเรือ

ผบ.ทร. เผยว่าลูกเรือพยายามใช้เครื่องสูบน้ำในเรือเพื่อระบายน้ำออกตามขั้นตอน แต่ไม่สามารถสูบน้ำออกได้ทัน ทำให้น้ำเข้าเรือมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้เครื่องจักร และเครื่องจักรช่วยได้รับความเสียหายและหยุดทำงาน

“ปกติเรือรบจะมีความทนทะเลมากกว่าเรือโดยทั่วไปเพราะเป็นเรือที่สร้างขึ้นมาเพื่อปฏิบัติการรบ จะมีการผนึกน้ำเป็นคอมพาร์ตเมนต์ หากบริเวณไหนที่ได้รับความเสียหายจากการรบจะมีการผนึกน้ำ เพื่อสร้างให้เกิดกำลังลอยภายในเรือ เพื่อจะสามารถสู้รบอยู่ได้…”

อย่างไรก็ตาม ผบ.ทร. ระบุว่า แผนการในเวลานั้น มีแนวทางจะใช้เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่มาสูบน้ำออกจากตัวเรือเพื่อให้เรือดำรงสภาพอยู่ แต่เมื่อไปถึงพบว่าปริมาณน้ำมากและเรือเอียงจึงไม่สามารถสูบได้ การลำเลียงกำลังพลมาที่เรือกระบุรีก็ทำไม่ได้ เพราะคลื่นลมแรงมาก จะเอาเรือเล็กรับคนจากเรือหลวงสุโขทัยก็ทำไม่ได้เช่นกัน

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

พล.ร.อ. เชิงชาย กล่าวว่า ในมาตรการช่วยชีวิต ตามปกติเรือรบจะมีเสื้อชูชีประจำตัว และจะพร้อมสละเรือใหญ่ เรือรบทุกลำได้รับการติดตั้งแพชูชีพอัตโนมัติ ซึ่งแต่ละแพบรรจุกำลังพลได้ 15 คน และมีอยู่ 6 แพ โดยเขายืนยันว่าทั้งหมดเพียงพอต่อกำลังพล นอกจากนี้ยังมีแพชูชีพของเรือกระบุรีและเครื่องบินลาดตระเวนเข้ามาช่วยด้วย นี่จึงเป็นมาตรการช่วยเหลือกรณีต้องสละเรือใหญ่

แต่ตอนนั้นยังไม่มีการตัดสินใจสละเรือ เนื่องจากพบว่า เรือเอียงคงที่และคาดว่าหากเรือทักลากจูงกำลังใกล้มาถึงจะสามารถลากเรือเข้าฝั่งได้

“จากการรับรายงานของศูนย์บัญชาการ ทร. ในช่วงเวลานั้น เรือมีสภาพเอียงคงที่และคาดว่า ถ้าเรือทักจากบางสะพานเดินทางมาถึง จะสามารถลากเรือเข้าไปที่ท่าเรือบางสะพานได้ ทางเรือจึงยังไม่คิดที่จะเคลื่อนย้ายกำลังพลลงแพชูชีพ เพราะคาดหวังว่าเรือมีสภาพเอียงคงที่และลอยในลักษณะที่ไม่มีการเอียงเพิ่ม ในขณะนั้น คลื่นลมถือว่าแรงมาก 3-4 เมตร ทาง ทร. ได้สั่งการให้ ร.ล. กระบุรีช่วยเหลือ ร.ล.สุโขทัย หากมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ฮ. ช่วยเหลือก็จอดที่ท่าเรือบางสะพาน และเรือทักกำลังเข้ามา แต่ระหว่างนั้น เรือเริ่มเอียงมากขึ้น หลังจากนั้นก็เริ่มจมลง จากด้านท้ายเรือ ในช่วงนั้นจึงเกิดความชุลมุน กำลังพลบางส่วนจึงกดปลดชูชีพให้กำลังพลที่ไม่มีเสื้อชูชีพได้ขึ้นไปบนแพ เพื่อหวังให้เรือไปช่วยเหลือทีหลัง  ส่วนกำลังพลบางส่วนที่โดนคลื่นซัดช่วงเรือจมก็ว่ายน้ำไปยังเรือหลวงกระบุรี” ผู้บัญชาการทหารเรือ แถลงไล่เลียงเหตุการณ์

ผบ.ทร. ระบุว่า สรุปแล้วในช่วงเวลานั้น สามารถช่วยกำลังพลได้ 75 คน สูญหาย 30 คน เรือหลวงกระบุรี พยายามค้นหาผู้สูญหาย แต่ไม่พบผู้สูญหายเพิ่มเติม ตอนนั้นมีกำลังพลที่เลือดออกที่ศีรษะปริมาณมากและไม่หยุด เสี่ยงสูญเสียชีวิต และมีกำลังพลที่แขนหัก ขาหัก จึงขออนุญาตนำส่งกำลังพลที่ท่าเรือบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ก่อนชุดแรก หลังจากนั้นจึงกลับไปค้นหาผู้สูญหายอีกครั้ง

เสื้อชูชีพ กับจำนวนกำลังพล

หนึ่งในข้อสังเกตกรณีเรือหลวงสุโขทัยอับปาง ที่ผู้บัญชาการทหารเรือ ออกมายอมรับ คือ เรื่องเสื้อชูชีพกำลังพลบนเรือ สอดคล้องกับคำให้การของกำลังพลผู้ได้รับการช่วยเหลือชุดแรก

เมื่อ 19 ธ.ค. พล.ร.อ. เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เปิดเผยว่า เท่าที่ทราบขณะนี้ มีการนำกำลังพลขึ้นเรือเพิ่มมาอีก 30 คน และคิดว่าน่าจะเป็นประเด็นที่ทำให้เสื้อชูชีพไม่เพียงพอ ซึ่งจะต้องตรวจสอบต่อไปว่า ทำไมจึงไม่นำเสื้อชูชีพติดเรือมาด้วย

“เท่าที่ทราบในภารกิจมีการนำกำลังพลเพิ่มเติมมาจากหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (นย.) และหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานต่อสู้รักษาฝั่ง จำนวนประมาณ 30 คน ในส่วนนี้ที่คิดว่าชูชีพไม่เพียงพอ เพราะคนเรือทุกคนปกติจะมีชูชีพอยู่แล้ว ก็ต้องตรวจสอบต่อไปว่าทำไมไม่เอาชูชีพมากับเรือ” พล.ร.อ. เชิงชาย ระบุขณะเยี่ยมกำลังพลที่ศูนย์พักพิง

อย่างไรก็ตาม ในเวลา 23.45 น. คืนที่ผ่านมา พล.ร.ท. พิชัย ล้อชูสกุล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ระบุว่า ยืนยันถึงเรื่องเสื้อชูชีพมีไม่เพียงพอว่า ยังมีห่วงชูชีพที่สามารถเกาะอยู่ในน้ำได้ 3 วัน

“ที่ไม่มีชูชีพจริง ๆ 6-7 นาย แต่ยังมีพวงชูชีพ แต่ด้วยคลื่นลมที่แรงมาก พอทุกคนเกาะแล้วเชือกที่ผูกพวงชูชีพมันหลุด” พล.ร.ท. พิชัย พร้อมยืนยันว่าไม่มีกำลังพลติดค้างอยู่ในเรือแน่นอน 

ก่อนหน้านี้ บีบีซีไทย ได้เห็นข้อความที่ระบุว่าเป็นรายงานจากกำลังพลรายงานว่า “สถานะ ร.ล. สุโขทัย เรือเอียง 80% กำลังพลของเรือมีเสื้อชูชีพหมดทุกคน (คนประจำ) แต่ในส่วนของกำลังพล นย. (นาวิกโยธิน) และ สอ.รฝ. (หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานต่อสู้รักษาฝั่ง) รวม 30 นาย ที่ไปกับเรือไม่มีชูชีพ”

กำลังพลสองนายให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ถึงนาทีที่เกิดเหตุการณ์ว่า ขณะเกิดเหตุ มีคลื่นสูงซัดเข้ามาที่เรือ ตอนแรกยังพอตั้งหลักได้ แต่หลังจากนั้นไม่ถึง 2 นาที ก็มีคลื่นลูกที่สองซัดเข้ามาที่เรืออีก ทำให้เสียหลักกันทั้งหมด รู้ตัวอีกทีก็ลอยคออยู่กลางทะเล โดยไม่มีเสื้อชูชีพ 

พลทหารนายนี้ เล่าว่า เมื่อลอยคอในทะเลต้องเกาะกันเป็นกลุ่ม ให้คนที่มีชูชีพพาลอยไปหาเรือหลวงกระบุรีที่จอดรอช่วยเหลืออยู่ เพื่อนบางส่วนที่ไม่มีชูชีพก็ลอยห่างไปเรื่อย ๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีการบอกกันว่า ต้องมีบางคนที่ต้องเสียสละ เพราะเสื้อชูชีพไม่พอ 

เขายังเห็นเพื่อนสนิทสองคนที่หายไปต่อหน้าต่อตา และทั้งสองคนไม่ได้สวมเสื้อชูชีพ ตอนนี้ได้แต่ภาวนาขอให้เพื่อนรอดปลอดภัย

พลทหารอีกนายหนึ่ง กล่าวว่า ขณะถูกคลื่นซัดกวาดจากเรือขณะที่เรือกำลังจม เขาไม่มีเสื้อชูชีพ เมื่อตกลงในน้ำ “ผมก็ไปเกาะเขาเอา”

ที่มาของภาพ, กองทัพเรือ Royal Thai Navy

คำบรรยายภาพ,

พ.จ.อ.นที ทิมดี กำลังพลที่ได้รับการช่วยเหลือจากเรือหลวงกระบุรี ถูกนำตัวขึ้นฝั่งที่ท่าเรือประจวบ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อเวลา 20.45 น. คืนวันที่ 19 ธ.ค. 2565

ความหวังของญาติ

ญาติและเพื่อนของกำลังพลที่ยังสูญหาย ต่างยังรอคอยติดตามการค้นหา เฟซบุ๊กที่ชื่อว่า Kritsada Sripariyuth โพสต์ข้อความถึง ว่าที่ น.ต. พลรัตน์ สิโรดม ตำแหน่งต้นเรือเรือหลวงสุโขทัยว่า ได้นำกำลังพลว่ายน้ำเป็นกลุ่มจนถึงเรือหลวงกระบุรีสำเร็จ และเชื่อว่า ว่าที่ น.ต. พลรัตน์ จะยังไหว เพราะเคยออกรบ 21 วัน ติดกันไม่หลับไม่นอนก็ผ่านมาแล้ว

“ตร. พลับนำพาเราตั้งแต่ เรือยังเอียงมาก ๆ ทุกคนอยู่ในความหวาดกลัวให้เตรียมพร้อมครับ พอจังหวะที่ทุกคนลงในน้ำ ตร. และ นกว. สั่งการพาเราว่ายน้ำเป็นกลุ่มๆไปจนถึงเรือหลวงกระบุรีสำเร็จ โดยที่ต้นเรือพลับเองก็ลากพาจ่าตรีที่ไม่มีชูชีพไปด้วย และยังคงตะโกนสั่งให้ทุกคนขึ้นเรือไปอยู่ตลอดเวลา จนพวกเราส่วนมากขึ้นเรือได้”  

แม่ของกำลังพลอีกรายที่เดินทางมาติดตามข่าวที่ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือกำลังพลเรือหลวงสุโขทัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่าลูกชายของเธอ ไม่เคยเดินทางทางน้ำลงเรือทะเลเช่นนี้ พร้อมตั้งคำถามถึงการเข้าช่วยเหลือที่ล่าช้า และชูชีพที่ไม่เพียงพอ

“แม่ติดใจเรื่องชูชีพไม่ครบ ห่วงชูชีพโดนคลื่นแบบนี้เกาะกันสิบคนก็แตก คนที่รอดชีวิตเขาเล่ามา แล้วทำไมมันเกิดตั้งแต่ช่วงเย็น ทำไมต้องรอถึงห้าทุ่มครึ่งจนเรือล่ม ทำไมเขาไม่เรียกคนมาช่วย” เธอระบุ

เกิดอะไรขึ้น

คืนวันที่ 18 ธ.ค. กองทัพเรือ ระบุว่า เรือหลวงสุโขทัย ประสบเหตุ “เรือมีอาการเอียง” เนื่องจากคลื่นลมแรง มีน้ำทะเลไหลเข้าระบบเครื่องไฟฟ้า ทำให้ไฟฟ้าดับ เครื่องจักรใหญ่หยุดทำงาน ควบคุมเรือไม่ได้ และน้ำเข้าภายในตัวเรืออย่างรวดเร็วจนเรือเอียง โดยภาพที่เผยแพร่บนสื่อทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กของ ทร. เป็นภาพเหตุการณ์ในเวลากลางวัน

เหตุเกิดขึ้น ขณะเรือหลวงสุโขทัย ขณะลาดตระเวนระยะ 20 ไมล์ จากท่าเรือ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขณะนั้นมีกำลังพล 106 นายบนเรือ โดยรายงานจากสื่อมวลชนระบุว่า เรือหลวงสุโขทัย กำลังกลับไปยังฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี หลังจากพยายามเข้าจอดเทียบท่าเพื่อร่วมกิจกรรมองค์บิดาของทหารเรือไทย ที่ จ.ชุมพร

เรือหลวงอ่างทอง เรือหลวงภูมิพล เรือหลวงกระบุรี เฮลิคอปเตอร์จำนวน 2 ลำ พร้อมชุดป้องกันความเสียหาย ถูกส่งเข้าไปช่วยกู้สถานการณ์ โดยเรือหลวงกระบุรี เป็นลำแรกที่เข้าถึงจุดเกิดเหตุ โดยมีรายงานว่าถึงจุดเหตุเวลา 20.40 น. และพยายามเข้าเทียบเรือหลวงสุโขทัย เพื่อส่งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่และช่วยเหลือกำลังพล แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากคลื่นลมยังคงรุนแรง

หลังจากพยายามกู้เรือเป็นเวลาหลายชั่วโมง ทร. ระบุว่า ไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินได้เนื่องจากคลื่นลมแรงมาก ทำให้เรือหลวงสุโขทัยจมลงเวลา 23.30 น.

บีบีซีสอบถามไปยังกองทัพเรือไทยว่า กรณีเช่นนี้เคยเกิดขึ้นไหมในประวัติศาสตร์กองทัพเรือ โดย พล.ร.อ. ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ ระบุว่า “ในกองทัพเรือแทบจะเกิดขึ้นน้อยมาก ในเรือที่ยังใช้งานอยู่”

พล.ร.อ. ปกครอง ยังระบุอีกว่า กำลังจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบว่าเหตุใดเรือจึงจมลงได้ ส่วนความคืบหน้าการช่วยเหลือ ณ เวลา 12.00 น. กองทัพเรือช่วยลูกเรือขึ้นมาได้ 76 คนแล้ว และกำลังตามหาอีก 31 นาย

เรือหลวงสุโขทัย หมายเลขประจำเรือ FSG-442  เป็นเรือคอร์เวท สังกัดกองเรือฟริเกตที่ 1 กองเรือยุทธการ ขึ้นระวางประจำการเมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2530 นับว่าเป็น 1 ใน 10 ลำเรือของกองเรือฟริเกตที่ 1 ซึ่งมีภารกิจเป็นกองเรือปราบเรือดำน้ำ

เว็บไซต์ของกองเรือยุทธการ ระบุศักยภาพของเรือหลวงสุโขทัยว่า ได้รับการติดตั้งระบบอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย มีขีดความสามารถและประสิทธิภาพสูง พร้อมปฏิบัติการรวบได้ทั้ง 3 มิติ ในเวลาเดียวกัน คือ การป้องกันภัยทางอากาศ สงครามผิวน้ำ และสงครามปราบเรือดำน้ำ

ประสบเหตุช่วงคลื่นลมแรงในอ่าวไทย

เหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัย ประสบเหตุอับปางจากผลกระทบของคลื่นลมทะเล เกิดขึ้นในช่วงที่กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ระหว่างวันที่ 17-20 ธ.ค. 2565 คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร

ประกาศกรมอุตุฯ ออกมาฉบับแรกเมื่อ 14 ธ.ค. ขณะที่ประกาศฉบับที่ 8 เมื่อ 18 ธ.ค. ยังเตือนถึงคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทยในระดับเดิม

ในช่วงระหว่างวันที่ 17-18 ธ.ค. ปรากฏข่าว เรือสินค้าขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า เรือสันทัดสมุทร 2 บรรทุกตู้สินค้า บรรจุไม้ยางพาราจำนวน 36 ตู้และลูกเรือ 9 คน อับปางบริเวณทะเลอ่าวบ้านดอน อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ขณะมุ่งหน้าท่าเรือแหลมฉบัง และเรือบรรทุกน้ำมัน เกยตื้นที่แหลมสมิหลา อ.เมืองสงขลา ใกล้กับปากร่องน้ำทะเลสาบสงขลา

ที่มาของภาพ, twitter/@prroyalthainavy

คำบรรยายภาพ,

ทร. ระบุเมื่อ 12.00 น. ว่าได้ช่วยเหลือกำลังพลที่ประสบภัยได้แล้ว 75 นาย คงเหลือกำลังพลที่ยังต้องค้นหาและช่วยเหลืออีก 31 นาย จากทั้งหมด 106 นาย

เหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอัปปาง ทำให้ อนาลโย กอสกุล แอดมินของเว็บไซต์ รวมข้อมูลข่าวสารด้านอาวุธและกองทัพฉบับประชาชนที่ชื่อว่า “ไทยอาร์มฟอร์ซ” ThaiArmedForce (TAF) ตั้งข้อสังเกตถึง การประเมินความเหมาะสมของสภาพอากาศก่อนเดินทาง เมื่อเทียบกับขนาดและศักยภาพของเรือในการเดินเรือท่ามกลางคลื่นลมระยะนี้

“เรือลำนี้ไม่ใช่เรือที่ใหญ่มาก เรียกว่าระวางขับน้ำ ไม่ถึง 1,000 ตัน ทนทะเลได้ไม่ค่อยมาก ไม่รู้ว่า ตอนออกเรือ เช็คข่าวอากาศหรือเปล่า เพราะสังเกตว่าช่วงนี้มีเรือสินค้าล่ม และติดฝั่ง 2-3 ลำ” อนาลโย กล่าวกับบีบีซีไทย และระบุว่า มีรายงานว่ามีกำลังพลที่ไม่ใช่กำลังพลประจำเรือไม่มีเสื้อชูชีพ

ด้านคาร์ล สคุสเตอร์ กัปตันกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่เกษียณวัยแล้ว ยอมรับกับซีเอ็นเอ็นว่า ลูกเรือไทยเผชิญสถานการณ์ที่ยากลำบากมาก กับการนำเรือฝ่าสภาพอากาศที่เลวร้าย

“เมื่อคุณสูญเสียกระแสไฟฟ้า คุณอยู่กลางความมืด ต้องทำทุกอย่างด้วยเครื่องปั๊มน้ำ และถังน้ำ”

“สำหรับเรือขนาดเล็ก อายุใช้งานเกือบ 40 ปี ในทะเลที่คลุ้มคลั่ง โอกาสเรือจม มากกว่าความสำเร็จที่จะฝ่าพายุไปได้”

กองเรือรบ ทร. คำถามถึงการซ่อมบำรุง

ในการฝึกกองทัพเรือประจำปี 2565 เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา มีการฝึกยิงตอร์ปิโด MK 46  เพื่อทดสอบระบบควบคุมการยิง และศักยภาพของลูกตอร์ปิโด ทดสอบความพร้อมของหน่วยยิง โดยทำการฝึกที่บริเวณอ่าวไทยตอนล่างใกล้เกาะพะงั้น โดยในครั้งนั้น เรือหลวงสุโขทัย ทำหน้าที่เป็นเรือยิงหลัก และเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช เป็นเรือยิงสำรอง

แอดมินเว็บไซต์ไทยอาร์มฟอร์ซ กล่าวว่า ด้วยอายุของเรือหลวงสุโขทัย หากเทียบกับกองทัพต่างประเทศ ถือว่ามีอายุมาก “แต่ถ้าในกองทัพไทย ถือว่าเป็นวัยกลางคน จากอายุเฉลี่ยการใช้งาน 40-50 ปี”

อย่างไรก็ตาม การสูญเสียเรือหลวงสุโขทัย ครั้งนี้ อนาลโย วิเคราะห์ว่า ไม่น่าจะกู้ขึ้นมาซ่อมแซมได้แล้ว ถือเป็นการสูญเสียกำลังรบลำดับต้น ๆ ในจำนวนไม่กี่ลำที่ทำการรบได้ทั้งในอากาศ ผิวน้ำ และใต้น้ำ

ที่มาของภาพ, facebook/เรือหลวงสุโขทัย FSG – 442

“การเสียเรือไปหนึ่งลำ เท่ากับเสียกำลังรบชั้นดีที่สุดของเมืองไทยไปหนึ่งในห้า จะเหลือเรือผิวน้ำ แค่ 4 ลำ ที่มีขีดความสามารถระดับนี้” อนาลโย กล่าว พร้อมตั้งข้อสังเกต ถึงลักษณะที่น้ำทะลักเข้าเรือว่า มีการจำกัดความเสียหายขณะพบว่าน้ำทะลักเข้าเรือหรือไม่อย่างไร

ผู้ติดตามเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ภาคประชาชน แสดงความเห็นด้วยว่า กองทัพไทยมักจะวางแผนงบประมาณในการจัดหายุทโธปกรณ์ แต่แผนในการส่งกำลังบำรุงและซ่อมบำรุงนั้นไม่ชัดเจน หรือทำไม่ได้ตามแผนและเลือกไปจัดซื้อยุทโธปกรณ์มากกว่าจะซ่อมบำรุง

เขาเห็นว่า การมีโครงการจัดซื้ออาวุธที่มีราคาแพงและมีค่าซ่อมบำรุงแพงอีกหลายโครงการ เช่น เรือดำน้ำ หรือโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ F-35 “น่าเป็นห่วงว่า การจัดซื้ออาวุธราคาแพงจะดึงทรัพยากรโดยรวมของกองทัพทำให้ความพร้อมรบต่ำลงหรือไม่”

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าเป็น Technical failure หรือเป็นอุปกรณ์ผิดพลาด มันก็เกี่ยวกับว่า เราเอาเงินไปซื้อเรือดำน้ำมากจนเราเปลืองทรัพยากรอื่น ๆ ที่ทำให้ความพร้อมรบโดยรวมอ่อนลงหรือไม่”

อดีตนายพลทหารเรือ วิเคราะห์เหตุเรือหลวงอับปาง

พล.ร.อ. จุมพล ลุมพิกานนท์ คณะกรรมการนโยบายการรักษาผลประโยชน์ของชาติและทะเล และอดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม ระบุ ในรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ทาง อสมท เช้านี้ (20 ธ.ค.) ว่า โดยปกติแล้ว

ความสูงและความรุนแรงของคลื่นลมมีประมาณ 9-10 ระดับ ขณะเกิดเหตุมีคลื่นมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดผ่านเข้า “ถ้าเป็นคนธรรมดาทั่วไป ฤดูหนาวเข้ามาเมื่อไหร่ อ่าวไทย ประจวบฯ ถึงนราธิวาสเรียกว่าสาหัส”

อดีตรองปลัดกลาโหม กล่าวว่า เขาได้รับแจ้งจากเพื่อนพี่น้องที่อยู่แท่นขุดเจาะน้ำมันในอ่าวไทยว่า “คลื่นสูง 7 เมตร พูดง่าย ๆ ว่าสูงเท่าตึกสองชั้น” อีกทั้งช่วง 1-2 วันก็มีเรือล่มในอ่าวไทยจำนวน 3 ลำ ขณะที่คลื่นบริเวณชายฝั่ง จ.ชุมพร สูง 3 เมตร

จากเหตุการณ์นี้ เขาวิเคราะห์ว่า สภาพอากาศนั้นรุนแรงจริง ขณะเดียวกันเรือหลวงสุโขทัย ที่ประจำการอย่างเข้า 36 ปี แม้มีการซ่อมบำรุงอย่างดี แต่ไม่สามารถตอบได้ว่า เมื่อเจอคลื่นลมแรง ระบบต่าง ๆ ของเรือจะเป็นอย่างไร

พล.ร.อ. จุมพล กล่าวด้วยว่า จุดอ่อนของเรือที่มีอายุมาก จะมีส่วนของระบบท่อทางที่ตัวเรือ และตัวโดมโซน่าที่อยู่บนเรือ สองจุดนี้มีโอกาสที่จะทำให้น้ำเข้าเรือได้หมด แต่จากทั้งนี้ทั้งนั้น ผบ.ทร. คงต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวน เมื่อสามารถเอาเรือลำนี้ขึ้นมาตรวจสอบได้ แต่ตอนนี้ ต้องช่วยชีวิตกำลังพลเสียก่อน

“เรือลำนี้ต้องบอกว่าเพิ่งออกจากอู่มา การดำเนินการเขาซ่อมดูแลมาเป็นอย่างดี เราก็ตอบไม่ได้ว่าสภาพเมื่อเจอคลื่นแล้ว ระบบท่อทางต่าง ๆ จะมีโอกาสเสี่ยง”

พล.ร.อ. จุมพล กล่าวด้วยว่า เมื่อน้ำทะเลเข้าสู่ระบบไฟฟ้า เมื่อระบบไฟฟ้าดับ ระบบต่าง ๆ ของเรือก็ทำงานไม่ได้

“ตัวเรือ 36 ปี ต่อให้ซ่อม มันจะมีอันซีนที่เราตอบไม่ได้ เมื่อเจอคลื่นลมระดับขนาดนี้” พล.ร.อ. จุมพล ระบุ พร้อมการันตีว่า  ปัจจัยด้านคนไม่มีปัญหา

ราชนาวีไทย กับเหตุการณ์เรือรบอัปปางในประวัติศาสตร์

แอดมินของเว็บไซต์ไทยอาร์มฟอร์ซ ชี้ว่าเหตุเรือรบของ ทร. อับปางที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์มี 3 เหตุการณ์ ได้แก่

ปี 2484 เหตุการณ์เรือหลวงธนบุรีจมในยุทธนาวีเกาะช้าง จ.ตราด ในกรณีพิพาทอินโดจีน ที่ถือเป็นยุทธนาวีครั้งแรกและครั้งเดียวของกองทัพเรือไทย เรือหลวงธนบุรีถูกกองเรือฝรั่งเศสยิงจนจมลง พร้อมกับเรือตอปิโดอีก 2 ลำ

ปี 2488 เหตุการณ์เรือหลวงสมุยถูกจมโดยเรือดำน้ำ USS Sealion ของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง โดยเรือหลวงสมุยไปรับน้ำมันจากสิงคโปร์ และถูกเรือดำน้ำยิงจมลง

ปี 2494 เหตุการณ์เรือหลวงศรีอยุธยา ถูกจมลงในเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตันหรือกบฏทหารเรือ เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2494  เป็นเหตุการณ์ที่ทหารเรือกลุ่มหนึ่งที่เป็นผู้ริเริ่มก่อการ ต้องการโค่นล้มรัฐบาลของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่มาจากการรัฐประหาร เหตุการณ์นี้ จอมพล ป. เดินทางไปร่วมพิธีรับมอบเรือขุดจากอเมริกันชื่อ “แมนฮัตตัน” แต่ถูกทหารเรือจับเป็นตัวประกันและพาตัวไปกักขังไว้ที่เรือหลวงศรีอยุธยา ต่อมาเรือถูกระดมยิงและถูกทิ้งระเบิดจากกองทัพอากาศ โดยจอมพล ป. ต้องกระโดดเรือหนีออกมา

อำเภอ เกาะจันทร์

อำเภอ เกาะจันทร์

พ.ศ. 2371 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มชาวลาวอาสาปากน้ำ บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม เป็นเมืองชั้นจัตวา สังกัดกรมท่า โดยบริเวณท่าบุญมี เป็นท่าน้ำและท่าเกวียน ขนส่งสินค้าป่าสู่เมืองพนัสนิคม ตั้งอยู่อยู่ในอาณาเขตเมืองพนัสนิคม พ.ศ. 2441 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีการปฏิรูปการปกครองประเทศและจัดตั้งมณฑลเทศาภิบาล ให้เมืองพนัสนิคมเป็นอำเภอพนัสนิคม ยกฐานะเป็นตำบลท่าบุญมี ในอดีตมีสภาพเป็นป่าอุดมสมบูรณ์ ปรากฏหลักฐานบันทึกชื่อดงในตำบลท่าบุญมี เช่น ดงดอกไม้ ดงรากไม้ เป็นต้น โดยอาจมีต้นจันทน์มาก จึงเรียกว่า "เกาะจันทร์"

ข่าว ที่เกี่ยวข้อง

Recommended

Welcome Back!

Login to your account below

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.