Chonburi Sponsored

กองทัพเรือ นำญาติกำลังพล บินพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

เช้านี้ที่หมอชิต – กองทัพเรือ นำญาติกำลังพลที่ประจำการ “เรือหลวงสุโขทัย” บินไปพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แล้ว หลังยืนยันการเสียชีวิต ขณะที่อีกหลายครอบครัวยังเฝ้ารออย่างมีความหวังว่าลูกหลานที่สูญหาย อาจเป็น 1 ในผู้รอดชีวิต

ตลอดทั้งวันเมื่อวานนี้ ที่ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือกำลังพลเรือหลวงสุโขทัย สโมสรสัญญาบัตรกองเรือยุทธการ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ยังคงมีญาติกำลังพลที่สูญหายพากันมารอฟังข่าวการค้นหาอย่างมีความหวัง แต่ 1 ในกลุ่มที่เฝ้ารอคอยเป็นครอบครัวของ พันจ่าเอก อำนาจ พิมที สังกัดหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง หรือ สอ.รฝ. ที่ได้รับการยืนยันจากทีมค้นหาแล้วว่าเสียชีวิต

นางแก้วมะนี พิมที ภรรยา บอกเล่าทั้งน้ำตาถึงความรู้สึก หลังกองทัพเรือแจ้งข่าว ส่วนตัวแล้วต้องการเดินทางมารอรับด้วยตัวเอง เพื่อให้สมเกียรติของชายชาติทหาร ที่ทำงานเพื่อชาติจนถึงลมหายใจในวาระสุดท้ายของชีวิต

ภายหลังการตรวจเอกสารความเกี่ยวพัน ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ สั่งการกำลังพลนำเฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ นำครอบครัว พันจ่าเอก อำนาจ บินไปพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลที่อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อช่วงเย็นวานนี้

ขณะที่ครอบครัวกำลังพลที่สูญหายยังคงเฝ้ารอฟังข่าวอยู่ที่ศูนย์ประสานงานฯ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี อย่างมีความหวัง บางครอบครัวได้จุดธูปไหว้ขอพรจากพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือ เสด็จเตี่ย ให้ช่วยค้นหาลูกหลานที่ยังสูญหาย

ทั้งนี้ กองทัพเรือ เตรียมการเคลื่อนย้ายกำลังพลที่เสียชีวิต หลังเสร็จขั้นตอนการพิสูจน์เอกลัษณ์บุคคล เพื่อนำมาไว้ที่ฌาปนสถานกองทัพเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และจะมีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ประกอบพิธีหลวงอย่างน้อย 1 คืน หากศพไหนมีภูมิลำเนาต่างจังหวัด และญาติประสงค์จะเคลื่อนย้ายกลับบ้าน กองทัพเรือก็จะลำเลียงศพเพื่อไปประกอบพิธีที่บ้านเกิดให้

Chonburi Sponsored
อำเภอ สัตหีบ

ช่วงประมาณรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 สัตหีบเป็นเพียงหมู่บ้านชายทะเล ชาวบ้านประกอบอาชีพทำไร่ ทำนา หาของป่า และประมง การคมนาคมจะใช้ทางน้ำโดยเรือเมล์หรือเรือใบ ส่วนทางบกมีแต่ทางเกวียน ถนนไปชลบุรียังไม่มี ภูมิประเทศส่วนใหญ่ยังเป็นป่ารกทึบ การเดินทางระหว่างเมืองจึงใช้เรือเป็นหลัก ในหมู่บ้านสัตหีบ มีผู้ที่ชาวบ้านนับหน้าถือตามากอยู่คนหนึ่ง ชาวบ้านเรียกว่า "ยายแจง" แกมีฐานะดีมี ที่ดิน เรือ สวน ไร่นามากมาย ตลาดสัตหีบ หนองตะเคียนและโรงเรียนสิงห์สมุทรรวมถึงบริเวณเขาแหลมเทียนอันเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือสัตหีบในปัจจุบันก็เคยเป็นของแก ต่อมา เมื่อกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ทรงฝึกภาคทะเลกับกองเรือและทรงพักที่อ่าวสัตหีบ ทรงเห็นว่าอ่าวสัตหีบเหมาะเป็นที่ตั้งหน่วยเรือ เพราะมีเกาะใหญ่น้อยช่วยกำบังคลื่นลม พระองค์จึงได้บอกถึงพระประสงค์ที่จะใช้บริเวณเขาแหลมเทียนเป็นที่ตั้งหน่วยทหารเรือ ยายแจงก็ยินดีที่จะถวายให้