ทุกภาคส่วนระดมกำลังค้นหากำลังพล 23 นายที่ยังสูญหาย หลังเรือหลวงสุโขทัย สังกัดกองเรือฟรีเกตที่ 1 กองเรือยุทธการ ทัพเรือภาคที่ 1 ถูกคลื่นยักษ์ซัดอับปางกลางทะเลอ่าวไทย ห่างฝั่ง 19 ไมล์ทะเล อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กำลังพล 105 นาย ถูกนำขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย 76 นาย เสียชีวิต 6 ศพ ผู้รอดชีวิตรายล่าสุดคือ พลฯชนัญญู แก่ศรียา ถูกพบลอยทะเลห่างจุดเรือจมถึง 60 กม. เหลืออีก 23 คน ที่ยังต้องเร่งค้นหาด้วยความหวังมีปาฏิหาริย์ให้ทั้งหมดยังปลอดภัย ขณะที่ ญาติยังเฝ้าติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดทั้งที่ศูนย์ประสานความช่วยเหลือผู้ประสบภัย เรือหลวงสุโขทัย ที่ท่าเรือประจวบฯ ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และที่ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือกำลังพลเรือหลวงสุโขทัย สโมสรสัญญาบัตร กองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ฮ.ลำเลียงคนเจ็บ–ผู้เสียชีวิตขึ้นฝั่ง
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 21ธ.ค. ที่ท่าเรือประจวบฯ ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเรือได้ลำเลียงพลฯชนัญญู แก่นศรียา ผู้บาดเจ็บและร่างผู้เสียชีวิตคือ พ.จ.อ.สมเกียรติ หมายชอบ ที่ทีมค้นหาจาก ร.ล.ภูมิพล กู้ร่างขึ้นมาได้เมื่อ 19.00 น. วันที่ 20 ธ.ค. มาลงที่ท่าเรือประจวบฯ โดยผู้บาดเจ็บทีมแพทย์นำรถพยาบาลรับส่งไปตรวจรักษาที่ รพ.บางสะพาน ส่วนผู้เสียชีวิตเจ้าหน้าที่มูลนิธิส่งไปพิสูจน์อัตลักษณ์ที่มูลนิธิสว่างราษฎร์ศรัทธาธรรมสถานบางสะพานโดยแพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ โดยมีพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบางสะพานออกใบมรณบัตร เพื่ออำนวยความสะดวกญาติผู้เสียชีวิต โดยเมื่อตอนค่ำวันที่ 20 ธ.ค.เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเรือ ลำเลียงร่างผู้เสียชีวิต 5 ศพประกอบด้วย ร.ท.สามารถ แก้วผลึก สรั่งกล พ.จ.อ.อัซซา แก้วสุพรรณ์ ช่างโซนาร์ พ.จ.อ.อำนาจ พิมที สังกัด สอ.รฝ.4 จ.อ.จักรพงศ์ พูลผล ช่างโซนาร์ และพลฯอัครเดช โพธิ์บัติ พลเรือ ที่ ร.ล.นเรศวร พบเมื่อช่วงบ่ายส่งไปพิสูจน์อัตลักษณ์ที่มูลนิธิสว่างราษฎร์ศรัทธาธรรมสถานฯแล้ว
ปรับแผนค้นหาถึงชุมพร
ที่ศูนย์ประสานความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ร.ล.สุโขทัย บริเวณท่าเรือประจวบฯ นายเสถียร เจริญเหรียญ ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งกองทัพเรือ ตำรวจน้ำ ฝ่ายปกครองบางสะพาน และมูลนิธิฯ วางแผนค้นหากำลังพลที่ยังสูญหายอีก 23 นาย โดย พ.ต.อ.ราม รสหอม ผกก.4 บก.รน. เปิดเผยว่า ภารกิจการค้นหาในวันนี้ยังมีการสนธิกำลังปูพรมค้นหาอย่างต่อเนื่อง โดยมี ร.ล.อ่างทอง ร.ล.กระบุรี ร.ล.ภูมิพล ร.ล.นเรศวร พร้อมเฮลิคอปเตอร์กองทัพเรือ 2 ลำ และอากาศยานไร้คนขับ (UAV) 1 ลำ ในการปูพรมค้นหาทางทะเลร่วมกับทางตำรวจน้ำ กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งตลอดจนเจ้าหน้าที่กู้ชีพ-กู้ภัยที่จะร่วมค้นหาตามแนวชายฝั่งตั้งแต่ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ ต่อเนื่องไปถึง อ.ปะทิว และ อ.เมืองชุมพร โดยหวังว่าจะมีข่าวดีพบผู้รอดชีวิตเพิ่มเติมอีก
ญาติเกาะติดการค้นหาผู้สูญหาย
ขณะเดียวกันญาติผู้สูญหายต่างมานั่งรอฟังข่าวการค้นหาผู้สูญหายอย่างใกล้ชิดโดยมีนายเสถียร เจริญเหรียญ ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย นางฐิตาภา เจริญเหรียญ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ เข้าเยี่ยมให้กำลังใจญาติ นอกจากนี้ ยังมีประชาชนในเขตพื้นที่ อ.บางสะพานและใกล้เคียง ต่างทยอยนำน้ำดื่ม และอาหารเข้ามาร่วมบริจาคที่ศูนย์ฯอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปประกอบอาหารให้กับกำลังพล เจ้าหน้าที่ ตลอดจนญาติของผู้ประสบภัยต่อไป และบางส่วนถูกส่งต่อขึ้นไปเป็นเสบียงให้กับทางเรือหลวงต่างๆที่กำลังปฏิบัติภารกิจค้นหาผู้สูญหายอย่างไม่ลดละ
ภรรยาสุดทำใจรอรับศพสามี
ที่ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือกำลังพล ร.ล.สุโขทัย ที่สโมสรสัญญาบัตร กองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มีญาติของกำลังพลที่สูญหายมารอฟังความคืบหน้าหลายสิบคน ส่วนใหญ่มีความหวังว่าญาติจะมีชีวิตรอดปลอดภัย ขณะที่บางส่วนจุดธูปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอพรต่อพระอนุสาวรีย์ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือเสด็จเตี่ย ให้ช่วยคุ้มครองญาติที่ยังไม่พบให้พบตัวอย่างปลอดภัยโดยเร็ว โดยนางแก้วมะนี พิมที ภรรยาของ พ.จ.อ.อำนาจ พิมที สังกัด สอ.รฝ. 1 ในผู้เสียชีวิต กล่าวทั้งน้ำตาหลังได้รับการยืนยันว่าสามีเสียชีวิตแน่นอน จึงมารอรับเพื่อให้สมเกียรติของลูกผู้ชายชาติทหารที่ทำงานเพื่อชาติให้ดีที่สุดจนถึงลมหายใจในวาระสุดท้ายของชีวิต
รมช.กลาโหม ติดตามความคืบหน้า
ที่ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ (ศปก.ทร.) กองบัญชาการกองทัพเรือ (บก.ทร.) พระราชวังเดิม พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม เข้ารับฟังการบรรยายสรุปผลการปฏิบัติและการดำเนินการในการค้นหากำลังพลที่ยังสูญหายจากเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปาง มี พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผบ.ทร. พล.ร.อ.ชลธิศ นาวานุเคราะห์ เสธ.ทร.เข้าร่วม

ประสานหน่วยงานอื่นค้นหาเต็มกำลัง
จากนั้น พล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกทร. เปิดเผยว่า ค้นหาพบแล้ว 82 นาย เสียชีวิต 6 นาย และเข้ารับการรักษาตัวที่ รพ. 17 นาย ยังคงสูญหาย 23 ราย ศปก.ทร.สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือภาคที่ 1 จัดเรือและอากาศยาน รวมถึงศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆค้นหา มีเรือหลวงกระบุรี เรือหลวงนราธิวาส และเรือหลวงนเรศวร มุ่งเน้นค้นหาในเส้นทางทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ในระยะ 40 ไมล์ทะเลจากจุดเรือจม นอกจากนี้ได้ส่งเรือหลวงตากสินเข้าพื้นที่เพื่อเสริม ขณะที่ ศรชล.จัดเรือตรวจการชายฝั่งเข้าร่วมค้นหาในพื้นที่ตามแนวชายฝั่ง เสริมด้วยอากาศยานไร้คนขับ UAV พร้อมกับประสานไปยังสมาคมเรือสินค้าในเส้นทางต่างๆช่วยตรวจสอบด้วย
ปูนบำเหน็จผู้เสียชีวิต 5 ชั้นยศ
พล.ร.อ.ปกครองกล่าวอีกว่า สำหรับการเยียวยากำลังพลจะดำเนินการตามระเบียบทางราชการ ชดเชยปูนบำเหน็จตามระเบียบราชการ ในภาพรวมจะได้รับการเลื่อนยศ 5 ชั้นยศ และได้รับเงินชดเชยตามระเบียบราชการประมาณ 1-2 ล้านบาท แล้วแต่สิทธิของแต่ละบุคคล รมช.กลาโหมได้สั่งการให้ ทร.ดูแลกำลังพลที่ประสบภัยในขั้นต้น เสมือนกับเป็นครอบครัวเดียวกัน ทุกเหล่าทัพต้องช่วยสนับสนุนการทำงานในทุกด้านและต้องปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบ โดย รมช.กลาโหมติดตามความคืบหน้าจาก ผบ.ทร.และเสธ.ทร.มาโดยตลอดเพื่อนำเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม อย่างต่อเนื่อง
ชุมพรตั้งศูนย์ฯ ร่วมค้นหา
ที่ลานหน้าเทศบาลตำบลปากน้ำชุมพร จ.ชุมพร ทหารกองการบินทหารเรือ ชุดปฏิบัติการ V DL กรมสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมด้วยนายวิสาห์ พูลศิริรัตน์ ผวจ.ชุมพร และเจ้าหน้าที่หน่วยงานเกี่ยวข้องศูนย์อำนวยการเฝ้าติดตามสถานการณ์และออกค้นหาผู้สูญหายเหตุ ร.ล.สุโขทัยอับปาง โดยใช้เรือและโดรนบินสำรวจตามจุดเป้าหมายในท้องทะเลและริมชายหาดที่เป็นเส้นทางน้ำและกระแสลมพัดผ่านมาจากจุดเรืออับปางกระทั่งเย็นไม่พบผู้สูญหาย ขณะที่นายสุวรรณเนาว์ แสนสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ก็ได้ระดมเจ้าหน้าที่พร้อมเรือตรวจการณ์ออกค้นหาในทะเลตั้งแต่เขตติดต่อ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ จนถึง อ.ปะทิว อ.เมืองชุมพร ต่อเนื่องถึง อ.ละแม เขตติดต่อกับ จ.สุราษฎร์ธานี แต่ไม่พบวี่แวว
ผบ.ทรภ.1 ยันไม่พบผู้สูญหายเพิ่ม
ต่อมาเวลา 15.00 น. ศูนย์ประสานความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ร.ล.สุโขทัย ที่ท่าเรือประจวบฯ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พล.ร.ท.พิชัย ล้อชูสกุล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 (ผบ.ทรภ.1) เปิดเผยความคืบหน้าการค้นหากำลังพลที่สูญหาย ว่าวันนี้เฮลิคอปเตอร์นำร่างผู้เสียชีวิตและผู้รอดชีวิตที่พบเมื่อวานนี้ขึ้นฝั่งเพื่อส่งต่อไปรักษาที่ รพ.บางสะพาน ส่วนที่มีข่าวพบ ว่าที่ น.ต.พลรัตน์ สิโรดม หรือต้นเรือพลับ อาจเกิดความสับสนจากกรณีเรือสินค้ามาเลเซียนำผู้รอดชีวิตเป็นต้นหน กับพันจ่าปืน ไปส่งยังท่าเรือมาบตาพุด ขอยืนยันว่าไม่มีการพบผู้สูญหายเพิ่มเติม รวมทั้งกระแสข่าวพบผู้รอดชีวิตอยู่บริเวณเกาะทะลุ จำนวนผู้สูญหายยังคงอยู่ที่ 23 คน ในส่วนของการพิสูจน์อัตลักษณ์ ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว 3 ราย อีก 3 รายยังคงอยู่ในระหว่างการดำเนินการ ผู้บังคับบัญชาตั้งใจจะนำร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมดกลับไปที่ฐานทัพเรือสัตหีบเพื่อทำพิธีให้สมเกียรติ ก่อนมอบให้ครอบครัวนำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป
โฆษก ทร.แจงยังไม่พบ “ต้นเรือพลับ”
ด้าน พล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งพบผู้รอดชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย หลังลอยคอนานกว่า 60 ชั่วโมงว่า ยืนยันตัวเลขผู้สูญหายยังอยู่ที่ 23 นาย กระแสข่าวพบผู้รอดชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ส่วนกระแสข่าวว่าพบ น.ต.พลรัตน์ สิโรดม หรือต้นเรือพลับ ต้นเรือหลวงสุโขทัยแล้ว ขณะนี้ยังไม่พบ น.ต.พลรัตน์
ทั้งนี้ ทร.ได้รับการประสานจากเรือประมงว่า พบศพลอยอยู่กลางทะเล 1 ศพ แต่รัศมีที่พบอยู่นอกพื้นที่ค้นหาและมีระยะทางไกลเกินไป ต้องนำร่างมาพิสูจน์อัตลักษณ์ก่อนว่าเป็นกำลังพลของเรือหลวงสุโขทัยหรือไม่ ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังไปตรวจสอบ เนื่องจากผ่านไปหลายวัน กระบวนการการพิสูจน์อัตลักษณ์ค่อนข้างที่จะยากขึ้น
แจงหมอแชมป์อยู่ในกลุ่มผู้สูญหาย
น.อ.สืบสันต์ เรียนรู้ นายทหารศูนย์ประสานงานทัพเรือภาคที่ 1 กล่าวถึงกรณีสื่อโซเชียล เผยแพร่วีรกรรม พ.จ.อ.คุณากร จริยศ หรือหมอแชมป์ แพทย์ประจำเรือหลวงสุโขทัย สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย หลังถูกนำขึ้นเรือหลวงกระบุรี พร้อมกำลังพล 2 นาย แล้วปลดเสื้อชูชีพกำลังสวมลงจากเรือเพื่อไปช่วยเหลือคนอื่น ว่า พ.จ.อ.คุณากร เป็น 1 ใน 23 คน ที่ยังสูญหาย ส่วนว่าที่ ร.ท.ฉัตรแก้ว ทองนิล ที่อยู่ในรายชื่อผู้สูญหายตอนแรก เป็นความคลาดเคลื่อนของข้อมูล เนื่องจากว่าที่ ร.ท.ฉัตรแก้ว ไม่ได้เดินทางมากับเรือหลวงสุโขทัย

พระราชทานแจกันเยี่ยม
ที่ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้า น้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นผู้แทนพระองค์ นำแจกันดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานแก่กำลังพลทั้ง 17 นายที่ได้รับบาดเจ็บจากเรือหลวงสุโขทัยอับปาง
ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ รับผู้บาดเจ็บไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชา นุเคราะห์ และทรงรับศพผู้เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชา นุเคราะห์โดยตลอด ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ทหารเรือที่บาดเจ็บ และครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างหาที่สุดมิได้
นายกฯสั่งเยียวยาคนเจ็บ-ตาย
เมื่อเวลา 12.15 น. ที่ จ.เชียงราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวแสดงความเสียใจกับการสูญเสียกำลังพลกองทัพเรือจากเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปางว่า เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ตนสั่งให้รายงานส่งชื่อส่งอะไรมาให้ดูแลครอบครัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ดูแลเรื่องการเยียวยา วันนี้ก็ทราบข่าวว่ามีการพบผู้สูญหายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และพบผู้เสียชีวิต ต้องขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอยู่แล้ว ทุกคนต้องระมัดระวังให้ได้มากที่สุดในการจัดการ เห็นบางส่วนวิพากษ์วิจารณ์กันไปเยอะแยะไปหมด นี่เหตุการณ์คนเสียชีวิตนะ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาซ้ำเติม ไม่ใช่เรื่องที่เราจะมาพูดจาให้ร้ายเสียหาย นี่แหละคือประเทศไทยเป็นอย่างนี้เพราะอะไร ก่อนที่จะกล่าวทิ้งท้ายว่าขออย่าสร้างความเกลียดชังกันมากนักเลย ยุ่งไปหมดทุกเรื่อง
ผบ.ทบ.สั่งเตรียมกำลังค้นหาผู้สูญหาย
ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยที่ล่มอับปางว่า ทุกคนให้กำลังใจอยู่แล้ว เพราะทหารทุกนายเสียสละเพื่อประเทศชาติ กองทัพบกพร้อมให้ความช่วยเหลือ หากกองทัพเรือร้องขอมา สำหรับอากาศยานของกองทัพบกไม่เหมาะกับการใช้งานทางทะเล แต่ได้สแตนด์บายให้ความช่วยเหลือไว้ เช่น เฮลิคอปเตอร์พยาบาล เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงกำลังพล เฮลิคอปเตอร์ขนส่ง และประเภทอื่น รวมถึงกำลังพลภาคพื้น หากมีการร้องขอมากองทัพบกก็พร้อมสนับสนุน ที่ผ่านมาเรามีการประสานงานกันโดยตลอด พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ได้สั่งการให้ทุกเหล่าทัพพร้อมให้การสนับสนุนกองทัพเรือ
มั่นใจผู้การเรือ-ต้นเรือทำดีที่สุดแล้ว
เมื่อถามว่า เหตุการณ์ครั้งนี้จะนำมาปรับใช้ ในการปฏิบัติภารกิจในส่วนของกองทัพบกอย่างไร พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าในทางทหารมีการฝึกตามขั้นตอนอยู่แล้ว อย่างที่กองทัพเรือชี้แจง แต่ปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น บางครั้งก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรข้างหน้า ตนมองว่าผู้บังคับการเรือลำดังกล่าวแก้ไขสถานการณ์ได้ดีที่สุด รวมถึงผู้บังคับบัญชาในลำดับชั้นอื่นๆในเรือรวมถึงต้นเรือด้วย ทุกคนทำหน้าที่ของตนเองอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ปัญหาเกิดจากสภาพลมฟ้าอากาศ หรือภัยพิบัติที่เราไม่สามารถคาดการณ์ได้ เป็นเรื่องปกติของทั่วโลก ไม่ว่ากองทัพ หรือใครก็ตามจะต้องเจอปัญหาแบบนี้โดยตลอด ดังนั้นต้องเข้าใจตรงนี้ว่าอุบัติเหตุ โดยเฉพาะจากภัยธรรมชาติ และสภาพอากาศมันเกิดได้ตลอดเวลา คนไม่สามารถคาดการณ์ได้
เชื่อสาเหตุภัยธรรมชาติ ควบคุมไม่ได้
เมื่อถามว่า ยุทโธปกรณ์ของกองทัพมีการดูแล และมีรูปแบบในการฝึกรับมือเรื่องเหล่านี้อย่างไรบ้าง พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า เรามีการฝึกกันอยู่ตลอดอยู่แล้ว ถ้าไม่มีการฝึก เราก็ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งการฝึกจะมีขั้นตอนอยู่ตามวงรอบประจำปี และกำลังพลทุกคนจะรู้ตำแหน่งหน้าที่ของตนเองในการใช้งานของเครื่องมือและยุทโธปกรณ์ต่างๆ ตนถึงได้บอกว่าเป็นภัยธรรมชาติ ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ ถามว่าใครสามารถควบคุมธรรมชาติได้ “บางอย่างเกิดขึ้นแล้ว คนที่ปฏิบัติหน้าที่ตรงนั้นได้ทำหน้าที่สมบูรณ์แบบแล้ว ต้องให้กำลังใจเขา ทหารไม่ว่าจะเหล่าทัพไหน รวมถึงตำรวจก็ปฏิบัติหน้าที่ เพื่อประชาชน และประเทศชาติ ผมยืนยันว่าเขาก็พร้อมเสียสละชีวิต เขาทำงานอย่างเต็มที่” พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าว
ใช้ Sea Fox สำรวจวางแผนกู้เรือ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ได้สั่งการไปยังกองเรือทุ่นระเบิดให้เตรียมยานสำรวจใต้น้ำ เพื่อบันทึกภาพใต้น้ำ บริเวณที่เรือหลวงสุโขทัยอับปาง และเตรียมเป็นข้อมูลใช้ในการประเมินกู้เรือ โดยในวันนี้ (21 ธ.ค.) เรือหลวงบางระจัน ที่เป็นเรือล่าทำลายทุ่นระเบิด จะออกเดินทางจากกองเรือทุ่นระเบิด จ.สมุทรปราการ ไปยังจุดที่เรือหลวงสุโขทัยอับปาง จะถึงที่หมายเช้าวันที่ 22 ธ.ค. ขณะนี้กรมอุทกศาสตร์ ระบุว่า คลื่นลมบริเวณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ลดระดับลงจากระดับ 3-4 มาอยู่ที่ระดับ 2-3 แต่ ต้องดูหน้างานว่าจะสามารถปฏิบัติการได้หรือไม่ โดยกองทัพเรือจะใช้ยานสำรวจใต้น้ำ Sea Fox ดำลงไปถ่ายภาพใต้น้ำ ดูลักษณะการวางตัวของเรือหลวงสุโขทัยว่าอยู่ในลักษณะใด นำมาใช้วางแผนกู้เรือ และดูรายละเอียดเรือส่วนต่างๆ ส่วนการกู้เรือจำเป็นให้ภาคเอกชนในประเทศไทยเข้ามาร่วม แม้กองทัพจะมีเครื่องมือ แต่ไม่ทันสมัยเท่ากับของภาคเอกชน ที่มีเครื่องมือพร้อมกว่า
กมธ.ทหาร จ่อเรียกนายกฯ–ผบ.ทร.ชี้แจง
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีเรือหลวงสุโขทัยอับปางว่า ขอให้กำลังใจแก่ครอบครัวของลูกเรือและทีมค้นหาเพื่อให้ทุกคนนั้นปลอดภัย และขอตั้งคำถามถึงกรณีดังกล่าว ว่าการบริหารจัดการภายในกองทัพ ภายใต้ การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม มีการใช้งบประมาณในการบำรุงรักษาเรือหลวงสุโขทัยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอย่างไร เพราะทราบมาว่ากองทัพเรือได้รับงบประมาณเพื่อบำรุงรักษาเรือมาโดยตลอด เหตุใดจึงเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น การบริหารจัดการภายในเรือ ที่ปกติแล้วเสื้อชูชีพ และอุปกรณ์ช่วยชีวิตต้องจัดเตรียมให้เพียงพอก่อนออกเรือ เหตุใดเสื้อชูชีพมีไม่เพียงพอ และเหตุใดไม่มีการตรวจสภาพภูมิอากาศก่อนออกเรือ ในฐานะที่ปรึกษา กมธ.ทหาร ได้นำเรื่องนี้เข้าสู่การ พิจารณาของคณะกรรมาธิการแล้ว เตรียมเรียก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เข้ามาชี้แจงต่อ กมธ.ภายในสัปดาห์หน้า
บี้ “บิ๊กตู่” ลาออกตอบกระทู้สด
ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีเรือหลวงสุโขทัยอับปางว่า การแสดงความเสียใจของกองทัพกับครอบครัวผู้สูญเสียคงไม่พอ เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ควรเกิดขึ้น สมรรถนะเรือรบไม่ควรเกิดเหตุนี้ แพ้โดยที่ไม่ได้รบ แพ้ตนเอง แพ้การตัดสินใจ แพ้การใช้ดุลพินิจ เรือมีน้ำเข้าช่วงเย็น อับปางช่วงดึก ไม่ควรมีผู้สูญหาย ต้องมีผู้รับผิดชอบ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านวันที่ 22 ธ.ค. ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม แสดงความรับผิดชอบมาตอบกระทู้สดในสภา เพราะเป็นเรื่องด่วนที่ประชาชนสนใจ กระทบต่อผลประโยชน์ประเทศมหาศาล แม้พรรคเพื่อไทยไม่ตั้งกระทู้ถามสด แต่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องสำนึกต่อหน้าที่ มีความละอายเกรงกลัวต่อบาป ต้องลาออกจาก รมว.กลาโหม เพราะปล่อยปละละเลย ประเทศอื่น รถไฟคว่ำขบวนเดียวก็ลาออกจาก รมว.คมนาคม แสดงความรับผิดชอบแล้ว การติดตามตรวจสอบการใช้เม็ดเงินเป็นเรื่องจำเป็น ถ้าพบร่องรอยว่าเครื่องปั่นไฟ 6 ตัว ใช้ได้ 3 ตัว คือ เรื่องใหญ่ คนขึ้นเรือเป็นร้อย แต่เสื้อชูชีพไม่พอได้อย่างไร วิธีคิดกองทัพที่จัดหาเรือดำน้ำ 3 ลำ แสวงหาอาวุธยุทโธปกรณ์มากมาย สู้กับตัวเองยังไม่ชนะ แล้วจะไปสู้กับใคร

ญาติภาวนาให้ทุกคนปลอดภัย
ที่บ้านเลขที่ 140 หมู่ 7 ต.หนองคล้า อ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร เป็นบ้านของพลฯสุทธิพงษ์ หงส์ทอง หนึ่งกำลังพลที่สูญหาย ญาติๆเฝ้าติดตามข่าวการค้นหาผู้สูญหายอย่างใกล้ชิด โดย น.ส.บุญพิทักษ์ หงส์ทอง พี่สาว เปิดเผยว่า ได้เฝ้าติดตามข่าวสารและการค้นหาน้องชายอย่างใจจดใจจ่อ วันเกิดเหตุไม่ทราบว่าน้องชายอยู่บนเรือ ทราบเพียงว่าน้องชายต้องไปภารกิจที่ จ.ชุมพร มาทราบตอนที่ต้นสังกัดโทรศัพท์มาแจ้งตนและครอบครัวว่า ยังไม่พบตัวน้องทำให้ตกใจและเป็นห่วงน้อง อยากให้น้องชายและทุกคนที่สูญหายกลับมาอย่างปลอดภัย ตอนนี้ตนทำได้เพียงเฝ้ารอฟังข่าวเพียงอย่างเดียว อยากให้กำลังใจผู้ที่สูญหายและทีมค้นหาและให้ทุกคนปลอดภัย
อดีตลูกเรือ เชื่อรอยปริทำให้เรือจม
พ.จ.อ.อุดม ชัยชนะ อายุ 60 ปี อดีตกำนัน ต.หนองหอย อ.เมืองเชียงใหม่ นักเรียนจ่าทหารเรือรุ่นที่ 22 และเป็นหนึ่งในทหารเรือที่เดินทางไปรับมอบเรือหลวงสุโขทัยที่ประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ประมาณปี 2529 ตนและทหารเรือรวม 88 นาย ไปรับเรือหลวงสุโขทัยจากท่าเรือซีแอตเทิล สหรัฐอเมริกา ทำหน้าที่สื่อสารทัศนสัญญาณบนเรือ ใช้เวลาเดินทางหนึ่งเดือนถึงประเทศไทย ได้ประจำเรือหลวงสุโขทัยหลายช่วงเป็นเวลากว่า 4 ปี เรือหลวงสุโขทัยถูกออกแบบมาให้ต่อสู้กับคลื่นลมในทะเลได้ดี เป็นเรือที่เรียกว่าเรือปิด โดยเรือทั้งลำมีประตู 6 บาน จะถูกปิดทั้งหมดเมื่อเรือพ้นปากอ่าวและประกาศเตรียมเรือเข้ารบ เป็นเรือที่ไม่มีกระดูกงูต่อกันเป็นบล็อกจนเข้ารูปเป็นลำเรือ แต่ละบล็อกจะมีประตูและผนังกันไว้ เมื่อเจอคลื่นลมแรงจะเอนไปมาแต่จะไม่จม จากการคุยในกลุ่มเพื่อนทหารเรือ ได้ข้อมูลจากผู้รอดชีวิตว่าผนังเรือด้านหน้าฝั่งซ้ายมีรอยปริและมีน้ำซึม เป็นไปได้ว่าน้ำเข้าตรงจุดนี้เป็นเหตุให้เรืออับปาง
จัดซีฮอว์กส่งญาติพิสูจน์อัตลักษณ์
ที่ฝูงบิน 2 หน่วยบินเรือหลวงจักรีนฤเบศร กองการบินทหารเรือกองเรือยุทธการ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ และคณะ ร่วมส่งครอบครัว 6 ทหารเรือที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปางขึ้นเฮลิคอปเตอร์ “ซีฮอว์ก” จำนวน 2 ลำ เดินทางไป จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อยืนยันอัตลักษณ์ และรับร่างของผู้เสียชีวิตไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนา บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า พล.ร.อ.อะดุงกล่าวว่า ได้เตรียมการในการดูแลญาติและครอบครัวอย่างสุดกำลัง โดยศพจะมีการเคลื่อนย้ายมาที่สนามบินอู่ตะเภา และจะนำเข้าฌาปนสถานกองทัพเรือ ซึ่งจะมีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และประกอบพิธีหลวงอย่างน้อย 1 คืน หากศพรายใดเป็นคนต่างจังหวัดทางกองทัพเรือก็จะลำเลียงศพเพื่อไปประกอบพิธีที่ต่างจังหวัด ซึ่งกองทัพเรือจะดูแลจนกว่าจะมีพิธีฌาปนกิจศพ ทุกขั้นตอนจะดำเนินการอย่างสมเกียรติสมดั่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความห่วงใยและเมตตา
เตรียมนำศพขึ้นซี–130 กลับ
พล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 6 นาย ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ศพอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ โดยวันที่ 22 ธ.ค.65 ทร.จะนำศพทั้ง 6 รายเดินทางกลับ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยเครื่องบิน C-130 ของ ทอ.จากกองบิน 5 จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีกำหนดเดินทางถึงสนามบินอู่ตะเภาในช่วงบ่าย โดย พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผบ.ทร. จะเป็นประธานในพิธีรับกำลังพล ที่เสียชีวิตอย่างสมเกียรติ สำหรับกำลังพลผู้เสียชีวิต 6 รายนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้อยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ โดยตั้งบำเพ็ญกุศลฯ กิจการฌาปนสถานกองทัพเรือ สัตหีบ