Chonburi Sponsored

แม่คาใจลูกสาว วัย 14 ดับปริศนาข้างทาง พร้อมรถจยย. ตร.เปิดหลักฐานล้มเอง

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

แม่สงสัยลูกสาว วัย 14 เสียชีวิตปริศนาข้างทาง พร้อมกับรถจยย. เผย จุดธูปบอกลูกให้มาเข้าฝันหากมีคนทำร้าย ด้าน ตร.เปิดหลักฐาน พบ ขี่รถจยย.ล้มเอง ยันให้ความเป็นธรรม

จากกรณีที่เพจ Social Hunter Reborn V3 ได้โพสต์ข้อความว่า “เหตุเกิดที่บริเวณ 4 แยกหนองเม็ก ต.หนองเหียง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 24 ต.ค.65 น้องเบญขี่รถจยย.กำลังจะกลับบ้าน โดยมีเพื่อนสาวซ้อนท้ายมาด้วย 1 คน แต่ได้เกิดรถล้มที่บริเวณข้างทาง โดยไม่ทราบสาเหตุ แม่น้องเล่าให้ฟังว่า ได้ตามหากล้องในที่เกิดเหตุแล้ว แต่กล้องเสียหลายจุด และได้ไปดูกล้องตัวนึง แต่ก็ไม่เห็นมีรถวิ่งผ่านมาบริเวณนั้น จากนั้นทำการตามสืบต่อ ในแชทไลน์ของลูกสาว ทำให้แม่น้องสงสัยว่า อาจจะไม่ได้ถูกรถชน แต่น่าจะเกิดจากสาเหตุอื่นที่ทำให้รถล้ม ล่าสุดผ่านมาแล้ว 2 เดือน คดียังไม่มีความคืบหน้า “ พร้อมกับรูปภาพของน้องเบญ อายุ 14 ปีและรูปภาพตอนเกิดอุบัติเหตุ

ล่าสุด 20 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังห้องเช่า ในพื้นที่หมู่ 4 ต.หนเหียง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ได้พบกับนางสาวสุพรรณี (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปีแม่ของน้องเบญ พาไปดูรูปของน้องเบญและได้จุดธูปบอกกับน้องเบญว่า ให้มาเข้าฝันถ้าหากว่ามีคนทำร้ายหรือถูกทำร้าย

นางสาวสุพรรณี เปิดเผยว่า ตนอยากรู้ความจริง สาเหตุการตายของลูกสาว จะผิดหรือถูกยังไงตนก็รับได้ แต่ทางตำรวจเงียบไปไม่มีการติดต่อ หรือรายงานการตายของลูกเลย จากที่ตนสงสัยและติดใจการตาย เพราะเคยได้ยินลูกบ่นไม่อยากไปหรือคบกับผู้ชายคนนี้ ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าใคร ลูกเคยบอกว่าเขาเสพยา และตนก็ได้ยินจากกลุ่มเพื่อนๆของลูกสาวว่า มีคนทำร้ายหรือเปล่า มีคนไล่ตีหรือเปล่า ทำให้ตนไม่สบายใจและติดใจสาเหตุการตายของลูก จึงมาขอความเป็นธรรมให้ลูกสาว

เพราะตนมีลูกสาวเพียงคนเดียวที่ตนรักมาก อยู่กัน 2 แม่ลูก และลูกก็บอกว่าจะตั้งใจเรียน จบมาจะช่วยทำงานซื้อบ้านให้แม่อยู่ จะไดัไม่ต้องมาเช่าห้องอยู่แบบนี้ ทุกวันนี้หลังเลิกงาน ตนเองก็จะเดินมาที่ห้องนอนของลูก มาดูรูปและจุดธูปหาทุกวัน อยากให้มาบอกหรือมาเข้าฝันว่ามีใครทำลูกหรือเปล่า แม่จะได้ขอความเป็นธรรมให้ลูกจนถึงที่สุด

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง สภ.พนัสนิคม พบกับ พ.ต.อ.ถาวร นาใจเย็น ผกก.สภ.พนัสนิคม และ พ.ต.ท.วรรณกิจ บูรณ์เจริญ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.พนัสนิคม ได้นำเอกสารภาพถ่ายหลักฐานในคืนที่เกิดเหตุ และภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุมาเปิดให้ผู้สื่อข่าวดู โดยเปิดเผยว่า คืนที่เกิดเหตุ กล้องวงจรปิดจับภาพบริเวณที่เกิดเหตุเป็นแยกเนินหิน ในภาพจะเห็นว่า รถจยย.ของผู้เสียชีวิตขับขี่มาด้วยความเร็วผ่านมาที่บริเวณ 4 แยก คนขับขี่สวมเสื้อแขนยาวสีขาว ส่วนคนซ้อนสวมเสื้อแขนยาวสีดำ จากนั้นห่างไปไม่ไกล เป็นที่เกิดเหตุพบเป็นแยกเข้าหมู่บ้านมีร่องรอยของการเสียหลักล้ม แล้วรถจยย.ไถลตกข้างทางในป่าหญ้า ทำให้คนขับหัวกระแทกเนื่องจากไม่ได้สวมหมวกกันน็อค จึงหมดสติไปและคนซ้อนได้รับบาดเจ็บแขนหัก กู้ภัยได้ปฐมพยาบาลแล้วนำตัวส่งโรงพยาบาลพนัสนิคม

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณที่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ และเวลาไล่เลี่ยกันนั้นพบว่า มีเพียงรถจยย.ของผู้เสียชีวิตขับขี่มาเพียงคันเดียว ไม่มีรถอื่นตามมาหรือขับขี่ตาม ตามข้อสงสัยของแม่ของผู้เสียชีวิตได้สงสัยว่า อาจจะมีรถขับขี่ตามหลังมาทำร้าย ทางด้านเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้ามาตรวจสอบร่องรอยของรถจยย.คันดังกล่าว ไม่มีร่องรอยการเฉี่ยวหรือชน นอกจากรอยล้มแล้วไถลตกข้างทางจนชุดสีรถแตกออกเท่านั้น 

ทั้งนี้ ทางตำรวจยืนยันจะดำเนินการตามกฎหมาย หากแม่ผู้เสียชีวิตติดใจในข้อสงสัยใด ให้เข้ามาพบพนักงานสอบสวนได้เลย หรือหากมีพยานหลักฐานอื่นเพิ่มเติม ทางตำรวจก็จะเรียกมาสอบสวนเพิ่มเติม ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียชีวิตและแม่ของผู้เสียชีวิต.

ชมคลิป

ข่าว : วิศาล แสงเจริญ จ.ชลบุรี
 

Chonburi Sponsored
อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม