Chonburi Sponsored

แม่คาใจ ลูกสาวอายุ 14 ปี เสียชีวิตปริศนา นอนหมดสติข้างถนน

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

เช้านี้ที่หมอชิต – ที่จังหวัดชลบุรี แม่ของเด็กหญิงอายุ 14 ปี ร้องทุกข์กับสื่อมวลชน กรณีลูกประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้มเสียชีวิต คาใจสาเหตุอาจมาจากการถูกทำร้าย หรือถูกชนแล้วหนี ขณะที่ตำรวจยืนยันเด็กหญิงขี่รถจักรยานยนต์เสียหลักล้มเอง

นางสาวสุพรรณี พรหมเพ็ชร์ อายุ 32 ปี จุดธูปต่อหน้ารูปภาพของเด็กหญิงอายุ 14 ปี ผู้เป็นลูกสาว เพื่อบอกให้วิญญาณของลูกตามหาผู้กระทำความผิดมารับโทษตามกฎหมาย หลังเด็กหญิงถูกพบนอนหมดสติบริเวณริมถนน ใกล้กับแยกหนองเม็ก ตำบลหนองเหียง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เมื่อกลางดึกวันที่ 24 ตุลาคม ที่ผ่านมา 

ผู้เป็นแม่ เล่าว่า เธอคาใจว่าลูกสาวรถจักรยานยนต์เสียหลักล้มได้อย่างไร หรือเพราะถูกไล่ทำร้าย หรืออาจถูกชนแล้วหนี เนื่องจากได้เห็นแช็ตไลน์ในโทรศัพท์มือถือของลูก ประกอบกับเพื่อนของลูกสาวให้ข้อมูลว่า ลูกถูกผู้ไม่หวังดีไล่ทำร้าย สงสัยอาจเป็นชายซึ่งมีพฤติกรรมติดยาเสพติด และคอยตามตอแยลูกสาว หรืออาจเป็นฝีมือกลุ่มผู้หญิงที่ไม่พอใจในตัวลูก

นับแต่เกิดเหตุมาเกือบ 2 เดือน แม่พยายามตามข้อเท็จจริงเพิ่มเติม โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง แต่พบว่ากล้องวงจรปิดหลายจุดชำรุด ทำให้คลางแคลงใจว่าลูกตายเพราะสาเหตุใด ใจแม่ไม่อยากเห็นลูกต้องตายเหมือนหมาข้างถนน

ทีมข่าวเดินทางไปที่ สภ.พนัสนิคม สอบถามรายละเอียดคดีนี้ จากผู้กำกับการ สภ.พนัสนิคม ให้ข้อมูลว่า จากการสืบหาหลักฐานพบเด็กหญิงอายุ 14 ปี ขี่รถจักรยานยนต์มาตามเส้นทางด้วยความเร็ว โดยมีเพื่อนอีก 1 คน นั่งซ้อนท้ายมาด้วย  ทั้งคู่ไม่ได้สวมหมวกกันน็อก และไม่มีรถคันอื่น ๆ ร่วมเส้นทาง

จากนั้นรถจักรยานยนต์ของเด็กหญิงก็ประสบอุบัติเหตุเสียหลักล้ม หญิงอายุ 14 ปี ตัวไถลตกพงหญ้าข้างทางจนหมดสติ ศีรษะได้รับการกระทบกระเทือนรุนแรง รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล กระทั่งเสียชีวิตในวันที่ 5 พฤศจิกายน ส่วนเพื่อนที่นั่งซ้อนท้ายมาด้วยได้รับบาดเจ็บแขนหัก

ขณะที่ผลการตรวจสอบรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิต ปรากฎรอยครูดไปกับถนน แต่ไม่พบร่องรอยการถูกเฉี่ยวชน ยืนยันตำรวจดำเนินการตามขั้นตอน แต่หากแม่ของผู้เสียชีวิตยังคงคาใจ สามารถสอบถามรายละเอียดจากพนักงานสอบสวน พร้อมขอดูหลักฐานการสืบสวนได้ หรือหากสงสัยในตัวบุคคลใด ก็สามารถทำหลักฐาน อย่างกรณีนี้ คือแช็ตไลน์ของลูกสาว ให้นำมายื่นเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาออกหมายเรียกผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนข้อเท็จจริง ตำรวจยินดีให้ความเป็นธรรม

Chonburi Sponsored
อำเภอ พนัสนิคม

สมัยเมืองพนัสนิคม ในปี พ.ศ. 2371 กำเนิดเมืองขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้กลุ่มลาวอาสาปากน้ำมาสร้างภูมิลำเนาขึ้นในพื้นที่รกร้างระหว่างเมืองชลบุรีกับเมืองฉะเชิงเทรา พระราชทานนามเมืองว่าพนัสนิคม (บางเอกสารเขียน“พนัศนิคม”) มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับกรมท่า กรุงเทพมหานคร ให้ท้าวอินทิสาร (บางเอกสารเขียน”อินทพิศาล”) หรือ ท้าวทุม ปลัดลาว เมืองสมุทรปราการ บุตรชายคนโตของท้าวไชย (บางเอกสารเขียน”ศรีวิไชย”) อุปราชเมืองนครพนม ให้เป็นเจ้าเมืองพนัสนิคมคนแรกและพระราชทานราชทินนามและบรรดาศักดิ์ที่พระอินทอาษา (บางเอกสารเขียน“อินทรอาษา, อินทอาสา, อินทราษา“) มีข้อความในพระราชพงศาวดารว่า “พวกลาวอาสาปากน้ำ ตั้งขึ้นเมื่อครั้งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ภายหลังเมื่อปีชวดสัมฤทธิศก พวกลาวไม่สบาย ขอไปตั้งอยู่ที่เมืองพระรถ จึงโปรดให้ตัดเอาแขวงเมืองชลบุรี เมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งเป็นเมืองขึ้นชื่อเมืองพนัศนิคม เจ้าเมืองชื่อพระอินทอาษา” (พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2 ของ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับคุรุสภา พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2504 หน้า 180) โดยลาวบุกเบิกเมืองพนัสนิคม เป็นลาวเมืองนครพนม อ้างถึงการอพยพมาสยามครั้งแรกนำโดยท้าวไชย อุปราชเมืองนครพนม เป็นโอรสในพระบรมราชา (ท้าวกู่แก้ว) เจ้าเมืองนครพนม (เมืองนครพนมในอดีต เป็นหัวเมืองในราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ประเทศราชของสยาม) ไม่สมัครใจอยู่ในปกครองของพระบรมราชา (มัง) เจ้าเมืองนครพนมคนใหม่ จึงอพยพพาสมัครพรรคพวก บุตรหลาน ท้าวเพี้ย ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2352 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งบ้านเรือนอยู่คลองมหาวงษ์ เมืองสมุทรปราการ ยุคนั้นจึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกลาวอาสาปากน้ำ แต่ทนสภาพแวดล้อมไม่ไหว เพราะเป็นชาวดอนน้ำจืด ถูกให้ไปอยู่เมืองลุ่มน้ำกร่อยและเค็ม เลยขอเปลี่ยนไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสภาพใกล้เคียงที่ดอน ลาวนครพนมกลุ่มนี้ได้บุกเบิกสร้างเมืองพนัสนิคม