เวลา 18.30น.วั นที่ 20 มิ.ย.2565 นี่คือภาพจากกล้องหน้ารถจับภาพนาทีรถบัสรับส่งพนักงานขับไหลมาบนถนนเส้นพานทอง-บ้านเก่า มุ่งหน้าไปยังพานทอง บริเวณกลางแยกไฟแดงพานทองสภา ในภาพจะเห็นว่ารถบัสค่อยๆไหลแล้วพุ่งเข้าชนกับป้อมกดสัญญาณไฟบริเวณ 4แยกไฟแดงได้รับความเสียหาย
ต่อมาร.ต.ท.กิตติกูล กองโคกกรวด รองสารวัตรสอบสวน พร้อมด้วยมูลนิธิจตุรธรรมประทีปรับแจ้งมีอุบัติเหตุรถบัสรับส่งพนักงาน ชนตู้ควบคุมสัญญาณกดไฟจราจรของตำรวจบริเวณ4แยกไฟแดงพานทองสภา หมู่ 10 ต.พานทอง อ.พานทอง จ.ชลบุรี มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นคนขับรถบัสอาการหมดสติจึงรุดตรวจสอบ พบนาย ประเทือง พานิชเจริญ อายุ 62 ปี เป็นคนขับรถบัสพนักงาน ทะเบียน 30-2983นครราชสีมา ของบริษัทแห่งหนึ่งหมดสติอยู่ในรถ กู้ภัยจึงเร่งให้การช่วยเหลือปั้มหัวใจ CPR และประสานรถกู้ชีพจากโรงพยาบาลพานทองออกมารับตัวไปรักษาแต่นายประเทืองได้เสียชีวิตในเวลาต่อที่โรงพยาบาลพานทอง
ส่วนในที่เกิดเหตุยังพบรถยนต์เก๋ง มาสด้า2สีดำ ทะเบียน งธ 1050 ชลบุรีอีก1คัน สภาพด้านท้ายถูกชนเสียหาย จากการสอบถาม น.ส. จันทร์จิรา ชนะชัย อายุ26ปี คนขับรถเก๋งเล่าว่าตนนั้นจอดรถติดไฟแดงอยู่เมื่อเห็นไฟเขียวจึงเริ่มขยับรถออกตัว แล้วรู้สึกว่ามีรถมาชนท้ายตนถึง2ครั้ง ก่อนที่จะเห็นรถบัสคันดังกล่าวชนท้ายรถของตนแล้วพุ่งไปชนกับป้อมกดสัญญาณไฟจราจรดังกล่าวทางด้านน.ส. รัชนีกร ทองแพง อายุ28ปี พนักงานที่โดยสารมาในรถบัส ให้การว่ารถรับพนักงานคันดังกล่าวไปรับพวกตนมาประมาณ20คน จากโรงงานในนิคมจังหวัด ฉะเชิงเทรา เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุรถได้จอดติดไฟแดงอยู่เมื่อได้รับสัญญาณไฟเขียวรถก็เริ่มขยับตัวเรื่อยๆและได้ชนเข้ากับป้อมกดสัญญาณไฟจราจรดังกล่าว
ซึ่งพวกตนตกใจมาก เมื่อชนเสร็จพวกตนจึงรีบลงจากรถและโทรแจ้งกู้ภัยด้านนาย รัตนพงศ์ สงวนใจ เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ให้การช่วยเหลือ กล่าวว่า ตนนั้นได้รับแจ้งว่ามีรถบัสชนป้อมจราจรจึงรุดตรวจสอบพบคนขับรถบัสหมดสติจึงเร่งให้การช่วยเหลือและประสานแพทย์จากโรงพยาบาลพานทองออกมารับตัวและเมื่อเวลาเวลา18.45 น.ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลพานทอง ว่านายประเทืองคนขับรถบัสนั้นได้เสียชีวิตแล้ว ตนอยากฝากคนที่พักผ่อนไม่เพียงพอหรือเป็นโรคประจำตัวให้ระมัดระวังในการขับขี่รถทุกชนิดให้ระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะอาจจะเกิดอันตรายได้ส่วนสาเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าคนขับรถจะวูบคาดว่าด้วยโรคประจำตัว ส่วนในเรื่องคดีนั้นทางเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบกล้องวงจรปิดและสอบสวนผู้เกี่ยวข้องอีกครั้งเพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
วิศาล แสงเจริญ ผู้สื่อข่าวTOPNEWS ประจำ จ.ชลบุรี