จากกรณีที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ประกาศเลือกข้าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตามที่ปรากฎกระแสข่าวว่า จะเข้าพรรครวมไทยสร้าง ในฐานะเป็นประธานที่ปรึกษา และเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โดยนายสุชาติ ได้ลา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และได้ลาออกจากตำแหน่งผอ.ของพรรคพลังประชารัฐไปนั้น
ล่าสุด ( 17 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากความชัดเจนของ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าจะไปพรรครวมไทยสร้างชาติ หรือจะยืนยันอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ ได้ส่งผลกระทบต่อนายสุชาติ ที่ได้ตัดสินใจจะติดตาม พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อทดแทนคุณที่สนับสนุนให้นั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จนกระทั่งส่งผลให้ นายสุชาติ ต้องตัดสินใจทางการเมืองใหม่ เพราะหาก พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ไปสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ และยุติบทบาททางการเมือง จะส่งผลให้นายสุชาติไม่มีที่ยืนทางการเมืองทันที
ทั้งนี้ มีกระแสข่าวออกมาว่า นายสุชาติ ได้มีการพิจารณาพรรคการเมืองที่จะไปอยู่ด้วย พร้อมทั้งเจรจาเบื้องต้นแล้ว โดยอาจจะไปพรรคภูมิใจไทย หรือพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีการวิเคราะห์กันว่า หากนายสุชาติไปพรรคภูมิใจไทยอาจจะมีปัญหาตามมาอีก เนื่องจากนายสนธยา คุณปลื้ม แกนนำบ้านใหญ่ชลบุรี มีความสนิทสนมกับกลุ่ม 16 ในอดีตที่มีนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นแกนนำหลัก และยังมีความสนิทสนมกับนายเนวิน ชิดชอบด้วย
แต่หากไปพรรคประชาธิปัตย์ ขณะนี้มี นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ดูแลภาคกลางและภาคตะวันออก และมีอำนาจตัดสินใจในการวางตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ประกอบกับการเมืองที่ผ่านมานายสุชาติไม่มีปัญหากับพรรคประชาธิปัตย์ ที่สำคัญในพื้นที่ จ.ชลบุรี ยังไม่ได้วางตัวว่าที่ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งจะทำให้นายสุชาติ เข้าสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ได้ง่ายที่สุด
นอกจากนี้ ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2550 พรรคประชาธิปัตย์ เคยชนะการเลือกตั้งยกทั้งจังหวัดมี ส.ส.ในเขตพื้นที่ทั้งหมด 8 คน และยังได้ ส.ส.บัญชีรายชื่ออีก 1 คนด้วย เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งนั้นได้รับแรงสนับสนุนจากคนเสื้อเหลือง ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งกับคนเสื้อแดง ประกอบกับพรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนเสียงทุกเขตเลือกตั้ง ทำให้นายสุชาติอาจจะย้ายเข้าไปสู่พรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งปี 2566 ได้
ด้าน นายสรายุทธ วงษ์แสงทอง ว่าที่ผู้สมัครขต 3 ชลบุรี พรรคภูมิใจไทยกล่าวว่า การประชุมพรรคภูมิใจไทยเมื่อวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้มีการวางตัวว่าที่ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง 10 เขตเกือบครบแล้ว เหลือเพียงเขต 4 ซึ่งประกอบไปด้วย อ.พนัสนิคม อ.เกาะจันทร์ ที่กำลังหาตัวผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง นอกจากนี้ทางพรรคได้มอบนโยบายหลังปีใหม่แล้ว ให้เร่งพบปะชาวบ้าน พร้อมทั้งนำนโยบายของพรรคไปบอกกล่าวกับประชาชน เพื่อสร้างฐานคะแนนเสียง
“สำหรับนโยบายที่เด่นชัดและสามารถเรียกคะแนนเสียงจากการสำรวจโพลคือ นโยบายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าคันละ 6,000 บาท และการติดตั้งโซล่าเซลล์ตามครัวเรือนต่างๆ เนื่องจากได้มีการสำรวจพบว่ารถจักรยานยนต์ถูกใจวัยรุ่นเกือบร้อยละ 70 นอกจากนี้จะได้คะแนนเสียงจากคนในครัวเรือนที่มีการติดตั้งโซล่าเซลล์ เพราะทำให้ประหยัดไฟฟ้า นายสรายุทธกล่าว และว่า หลังปีใหม่แล้วเชื่อว่าว่าที่ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งพรรคภูมิใจไทยทุกคนจะลงพื้นที่พบปะประชาชน เนื่องจากสถานการณ์การเมืองไม่แน่นอน และไม่รู้ว่าจะการยุบสภาเมื่อใด
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สุชาติ โพสต์เลือกข้างบิ๊กตู่ ข่าวทิ้ง พปชร.ส่อจริง ลั่นให้ลุงไปคนเดียว เสียชื่อนักเลงเมืองชล
- ‘สุชาติ’ จีบอดีต ส.ส.เป้า เข้ารวมไทยสร้างชาติ ลั่นพร้อมส่งลูกๆ ลงสมัครรับเลือกตั้ง