เนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล วันที่ 9 ธ.ค.ของทุกปี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหมได้ร่วมกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จัดงานต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) ประจำปี 2565 ภายใต้แนวคิด “ไม่ทำ ไม่ทน ไม่เฉย รวมไทยต้านโกง” ขณะที่หลายพรรคการเมืองพร้อมใจเปิดนโยบายการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันเช่นเดียวกัน
นายกฯปลุกสำนึก “รวมไทยต้านโกง”
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 ธ.ค. ที่ห้องประชุมนนทบุรี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตในงานต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) ประจำปี 2565 ภายใต้แนวคิด “ไม่ทำ ไม่ทน ไม่เฉย รวมไทยต้านโกง” มี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ภาคีเครือข่ายเข้าร่วม โดยนายกฯประกาศเจตนารมณ์ตอนหนึ่งว่า การต่อต้านคอร์รัปชันคงไม่ใช่เฉพาะวันนี้ แต่ต้องอยู่ในจิตใต้สำนึกของคนไทยทุกคน ทุกวัน เพราะทราบกันดีว่าส่งผลเสียหายต่อประเทศ จุดอ่อนสำคัญคือปัญหาการซื้อขายตำแหน่ง การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างการเรียกรับสินบน การใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายเอื้อประโยชน์ต่อกัน ไม่สามารถแยกแยะผลประโยชน์ ส่วนรวมกับประโยชน์ส่วนตน และความไม่โปร่งใสในการใช้งบฯ
อย่าแพ้อำนาจฝ่ายต่ำทำมรดกบาป
นายกฯกล่าวว่า การทุจริตจึงเป็นภัยต่อชาติบ้านเมืองที่สำคัญทำลายภาพลักษณ์ ทำลายความเชื่อมั่นในสายตาประชาชนชาวไทยและชาวโลก เราต้องร่วมมือกันไม่ยอมให้ “การทุจริต” เป็นมรดกบาป ตกทอดสู่รุ่นลูก รุ่นหลานอีกต่อไป รัฐบาลจึงให้ความสำคัญผลักดันให้การแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันเป็นวาระแห่งชาติจะไม่ลดละขจัดการทุจริตให้หมดสิ้นไป ต้องไม่ยอมให้พลังความดี ความถูกต้อง พ่ายแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำ ต้องร่วมมือกันทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมมากที่สุดหรือ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่มีใครแก้ปัญหาได้โดยลำพัง ต้องสร้างจิตสำนึกทุกคนให้เกลียดชังการทุจริต ทำให้เป็นสังคมสีขาวปลอดจากการทุจริต ไม่มีงานใดยาก หากเราร่วมมือกันและมองด้วยความที่เป็นธรรม ต้องดูเจตนาและหลักฐานให้ดี “ที่ผมพูดตรงนี้ได้ เพราะจิตใจผมไม่ต้องการทุจริตอะไรทั้งสิ้น ผมถูกสอนมา เรียนรู้มาว่าต้องไม่ทุจริต ถ้าทุจริตก็เอาหน้าไปเสนอเอาหน้าไปให้คนมองไม่ได้ ขอให้ทุกคนช่วยกันทำ เพื่อเราจะได้ยืดอกเปิดหน้าของเราไปได้ทั่วโลก” ในฐานะรับผิดชอบนโยบายยืนยันไม่ให้มีการทุจริตเชิงนโยบายเด็ดขาด ต้องทำตามกฎกติการะเบียบบกพร่องต้องถูกลงโทษด้วยความเป็นธรรม
ปิดปากไม่ตอบเรื่องการเมือง
จากนั้นนายกฯนำประกาศเจตนารมณ์ วางมือบนแท่นพิธีเปิดกิจกรรมงานต่อต้านคอร์รัปชัน พร้อมถ่ายภาพยกกำปั้นขวาขึ้นทาบอกซ้าย โชว์สัญลักษณ์ต่อต้านการทุจริต หลังเสร็จสิ้นนายกฯไม่ให้สัมภาษณ์ กล่าวว่า “วันนี้เป็นงานของ ป.ป.ช. อย่าเอาเรื่องอื่นมาปน” ก่อนเยี่ยมชมนิทรรศการ ทักทายเจ้าหน้าที่ป.ป.ช.ร่วมถ่ายภาพทำมือสัญลักษณ์ไอเลิฟยู ช่วงหนึ่งนายกฯเอามือทุบหน้าอกซ้ายกล่าวว่า “ขอให้เชื่อมั่น ช่วยกันนะ ขอบคุณทุกๆคน” แล้วยกมือทุบอกซ้าย ชูมือไอเลิฟยูอีกครั้งแล้วขึ้นรถเดินทางกลับยังนิ่งหลังขอฟังเสียง ปชช.ก่อน
จากนั้นเวลา 13.30 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติครั้งที่ 2/2565 ต่อมาเวลา 15.05 น. ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองและร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ประธานรัฐสภาส่งมาให้รัฐบาลตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์หันไปถามคณะทำงาน ก่อนถามผู้สื่อข่าวว่า “มีปัญหาอะไรหรือ” ผู้สื่อข่าวบอกว่า “สอบถามความคืบหน้า ไม่ได้มีปัญหาอะไร” พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ตอบคำถาม ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ระบุว่า จะฟังเสียงประชาชนต่อการตัดสินใจทางการเมืองนายกฯจะใช้ช่องทางใด พล.อ.ประยุทธ์พยักหน้าพร้อมเอามือชี้ไปที่หูสื่อว่าไม่ได้ยิน เพราะอยู่ห่างผู้สื่อข่าว แต่ไม่ได้ตอบอะไร ก่อนเดินขึ้นห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า

“บิ๊กป้อม” ขันนอตสางค้ามนุษย์
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และคณะกรรมการประสานและกำกับการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ โดย พล.อ.ประวิตรเน้นย้ำทุกหน่วยงานดำเนินการตามมาตรการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์อย่างเข้มข้นต่อเนื่อง ควบคู่ให้ความช่วยเหลือ เยียวยาผู้เสียหาย เพื่อแก้ปัญหาค้ามนุษย์ให้หมดสิ้นไปจากประเทศไทยให้สหรัฐฯเห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของไทยต่อการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อชาวโลก รวมถึงการที่ไทยพยายามยกระดับขึ้นเป็น เทียร์ 1 ในปี 66 ต่อไป
สั่งดีอีเอส–ตร.ตัดวงจรโกงออนไลน์
จากนั้นเวลา 11.00 น. พล.อ.ประวิตรเป็นประธานการประชุมแก้ไขปัญหาการฉ้อโกงประชาชน ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ กำชับให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ปฏิบัติงานเชิงรุกต่อเนื่อง ติดตามสื่อออนไลน์ที่มีเกณฑ์เสี่ยง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมสั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เร่งรัดคดีต่างๆเพื่อฟ้องดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงต้นตอโดยเร็ว เพื่อลดปัญหาอาชญากรรมออนไลน์และลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนทุกระดับ สร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยเร็วที่สุด
ทสท.ประกาศปฏิวัติคอร์รัปชัน
ที่พรรคไทยสร้างไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) และนายสุพันธุ์ มงคลสุธี รองหัวหน้าพรรค ร่วมแถลงนโยบายการปราบคอร์รัปชัน เดินหน้าปฏิวัติคอร์รัปชันสร้างไทยที่โปร่งใสไม่ปล่อยให้คนโกงลอยนวล โดยคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ดัชนีชี้วัดการคอร์รัปชันปี 2564 ไทยได้เพียง 35 คะแนน ลำดับที่ 110 จาก 180 ประเทศเป็นตัวเลขตกต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ นับแต่ปี 2538 พรรคจึงมีเป้าหมายกำจัดคอร์รัปชัน ขอประกาศการปฏิวัติคอร์รัปชันให้เป็นวาระแห่งชาติ จะทำให้คะแนนดัชนีภาพลักษณ์ความโปร่งใสของไทยขึ้นมาอยู่ที่ 50 คะแนนให้ได้ นายสุพันธุ์กล่าวว่า ความเลวร้ายที่เกิดขึ้น จึงมียุทธศาสตร์ปฏิวัติการคอร์รัปชันผ่านยุทธศาสตร์ 8 ด้าน คือผู้นำประเทศต้องตั้งใจจริงปราบคอร์รัปชันให้สิ้นซาก ทุกคนต้องถูกตรวจสอบหมด มีเส้นตายการสืบสวนสอบสวนพิจารณาคดี กำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จให้ชัดเจนลงโทษหนักทั้งผู้ให้ผู้รับให้อำนาจประชาชนแจ้งเบาะแสและฟ้องได้โดยตรง สื่อมวลชนมีเสรีภาพ ต้องได้รับการรับรองและคุ้มครองเต็มที่ นำเทคโนโลยีดิจิทัล เข้ามาช่วยป้องกันการทุจริต และให้อำนาจประชาชนผ่านสภาชุมชนกำหนดงบประมาณและตรวจสอบการใช้งบฯ
แย้มเร็วๆนี้รู้รวม-ไม่รวม สอท.
คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวถึงความคืบหน้าการรวมพรรคกับพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) ว่า มีหลายคนเข้ามาคุย แต่กำลังปรับรายละเอียดแนวทางเพื่อให้ตรงกันไม่ได้ต่อรองตำแหน่ง ถ้าคนรุ่นนี้ยังหวังตำแหน่งทางการเมืองประเทศคงเดินต่อได้ยาก ดังนั้นการรวมพรรคหรือย้ายมามีแน่ แต่ต้องอยู่ภายใต้อุดมการณ์ แนวทาง และทิศทางเดียวกัน ยืนยันว่าคงได้เห็นทิศทางที่ชัดเจนเร็วๆนี้ หากลงตัวจะแถลง ถ้าไม่ลงตัว ทสท.ก็เดินหน้าในทิศทางของตัวเองต่อไป เมื่อถามว่าการควบรวมกับพรรค สอท.จะยอมให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรค สอท.เป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯด้วยหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า ยินดีที่จะมีพรรคอื่นเข้าร่วม ส่วนเรื่องตำแหน่งไม่ได้ติด แต่ต้องมาคุยกันก่อน การเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯของพรรค ทสท.คงต้องรอใกล้เลือกตั้งจะประชุมใหญ่ปรับโครงสร้างช่วงต้นปี การที่นายกฯประกาศชัดจะทำการเมืองต่ออีก 2 ปี เป็นวิธีที่ถูกต้อง มีพรรคการเมืองรองรับแล้ว เป็นสิทธินายกฯตัดสินใจเดินต่อตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย สำหรับการตรวจสอบเงินบริจาคพรรค พปชร. 3 ล้านบาทจากนายตู้ห่าว ถ้าพยายามเอาใบบัวมาปิดช้างทั้งตัว ความเสื่อมจะตกที่หน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่รัฐ เห็นอยู่ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังตัวใหญ่มาก ทำให้การตรวจสอบเรื่องนี้ไม่คืบหน้า ทั้งที่ความเชื่อมโยงชัดเจนกับนายตู้ห่าว
ติดขัดเงื่อนไขยังไม่ลงตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเจรจาการควบรวมระหว่างพรรค สอท.กับพรรค ทสท. ล่าสุดการหารือของแกนนำทั้ง 2 พรรค เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา เงื่อนไขต่างๆยังคงไม่ได้ข้อยุติ ทั้งการที่จะให้พรรคสอท.ยุบไปรวมกับพรรค ทสท. รวมถึงตำแหน่งสำคัญๆ ในพรรค ที่ฝั่ง สอท.มองว่าส่วนใหญ่เป็นคนของฝั่ง ทสท. และชื่อแคนดิเดตนายกฯก็ยังไม่ลงตัว รวมทั้งแกนนำพรรค สอท.ขอรอดูสถานการณ์การเมืองและท่าทีการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนจะเปิดเผยความชัดเจนต่อไป

โอ่ขอ 3 ปี เสก 25 ล้านคนจนหายวับ
คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวถึงนโยบายประกาศค่าแรง 600 บาทของพรรคเพื่อไทย (พท.) คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า พรรค ทสท.มีเป้าหมายเดียวกัน คือเพิ่มรายได้ให้ประชาชน แต่วิธีอาจแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้แรงงาน พนักงานบริษัท เด็กจบใหม่และเกษตรกร วิธีของพรรค ทสท.คือ การสร้างรายได้ ให้แก่ประชาชน และภาคส่วนต่างๆในสังคม ด้วยนโยบายที่เราวางไว้ ทั้งกองทุนฟื้นฟูหนี้เสีย “ปลดล็อกเครดิตบูโรให้ประชาชน กองทุน SMEs เพื่อช่วยเหลือการทำธุรกิจ กองทุนเครดิตประชาชนเพื่อจะแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ เมื่อคนในสังคมเข้มแข็งภาคส่วนต่างๆมีรายได้ที่ดีขึ้น การขึ้นค่าแรงจะตามมา โดยใน 3 ปี จะทำให้คนยากจน 25 ล้านคนหมดไป
ก.ก.ผุด “ราชการไทยก้าวหน้า” ต้านโกง
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่อาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) แกนนำพรรค ก.ก. นำโดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก.ก. และนาย รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรค ก.ก. แถลงนโยบาย “ราชการไทยก้าวหน้า” โดยแบ่งเป็น 3 ด้าน 23 นโยบาย ด้านแรก “รัฐโปร่งใส ไร้กลโกง ทุกคนตรวจสอบได้” ประกอบด้วย นโยบายเปิดข้อมูลรัฐทันที ประชาชนเป็นเจ้าของระบบจับโกง อัจฉริยะ โครงการคนโกงวงแตก จูงใจให้คนที่คิดจะโกง ระแวงกันเอง โครงการแฉโกงปลอดภัย ได้เงินตัวแทนจับโกงจากประชาชน ห้ามใช้เงินหลวงโปรโมตตัวเอง และ ป.ป.ช.ยึดโยงประชาชน ด้าน ที่ 2 “ข้าราชการทำงานฉับไว คุ้มค่าภาษีประชาชน” ประกอบด้วย ทุกบริการภาครัฐผ่านมือถือ ร้องเรียนไปต้องไม่เงียบ อัปเดตทุกขั้นตอนสวัสดิการโอนเข้าอัตโนมัติ ไม่ต้องรอ ไม่ต้องลงทะเบียน ยกเลิก ใบอนุญาต 50% ยกเลิกทุกกฎหมายที่เป็นอุปสรรค รู้ผลใบอนุญาตใน 15 วัน ยกเครื่องประเมินข้าราชการ ทำงานดี ข้าราชการได้ดี ประชาชนได้ดี ปลดล็อก ส่วนกลาง ข้าราชการทีมไทยแลนด์ ทลายกำแพงระหว่างกระทรวง-กรม งบประมาณปรับทันใจ จัด ทำใหม่จากศูนย์ในทุกๆปี (zero-based budgeting)
เน้น ตร.ของ ปชช.พิทักษ์สันติราษฎร์
ด้านที่ 3 “ตำรวจของประชาชน พิทักษ์สันติราษฎร์” ประกอบด้วย ผบ.ตร.ยึดโยงประชาชน ผ่าน สภาฯ ผู้ตรวจการตำรวจ ประชาชนมีช่องทางร้องเรียนตำรวจได้ จังหวัด-ตำรวจร่วมรับใช้ประชาชน เติบโต- โยกย้ายเป็นธรรม ปราศจากตั๋ว-เส้นสาย ลดภาระ พนักงานสอบสวน แบ่งงานให้ตำรวจสายอื่น ตำรวจหญิงทุกสถานี เติบโตเป็น ผบ.ตร.ได้ คืนผมให้ตำรวจ ไม่บังคับเกรียน คุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีตำรวจทุกระดับ
ชูราชการเพื่อ ปชช.–2 กลยุทธ์จับทุจริต
นายพิธาแถลงว่า วันต่อต้านคอร์รัปชันสากล ถือโอกาสเปิดนโยบาย “ราชการไทยก้าวหน้า” หัวใจ สำคัญคือราชการเพื่อราษฎร ทุกคนตรวจสอบทุกคน ได้ด้วยอาวุธใหม่ๆที่ประเทศไม่เคยมี ถ้า ก.ก.เป็น รัฐบาล จะไม่ยอมให้คนไทยถูกโกง ทำได้ทันทีในฐานะนายกฯ คือเปิดเผยข้อมูลรัฐทันที เปิดเผยงบฯทุกบาท เปิดข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรฐานสากล ถูกตรวจสอบโดยทั้งประชาชนและระบบจับโกงอัจฉริยะแจ้งเตือนเมื่อมีโครงการส่อทุจริต รัฐบาล ก.ก.จะนำเสนออีก 2 โครงการต้านโกง คือ 1.โครงการ คนโกงวงแตก จูงใจให้คนที่คิดจะโกงระแวงกันเองจนไม่มีใครกล้าโกง มีการออกกฎผ่อนผันโทษให้คนที่มอบตัวแฉกันเองก่อน 2.โครงการแฉโกง ปลอดภัยได้เงิน สร้างสังคมต้านโกง ด้วยกฎหมายคุ้มครองความ ปลอดภัยและความก้าวหน้าทางอาชีพให้เจ้าหน้าที่ผู้แฉการทุจริตในหน่วยงาน เพิ่มรางวัลให้ประชาชนที่แจ้งเบาะแส ถ้า ก.ก.ได้เป็นรัฐบาล นายพิธาเป็น นายกฯ เรื่องแรกที่ทำคือทำให้บริการภาครัฐอย่าง น้อย 99% ผ่านมือถือ ข้อร้องเรียนไม่เงียบหาย มีฐานข้อมูลโอนสวัสดิการอัตโนมัติ ไม่ต้องรอลงทะเบียน
ตั้ง กก.ตรวจสอบตำรวจขึ้นตรงรัฐสภา
นายรังสิมันต์กล่าวว่า ก.ก.เสนอนโยบายตำรวจของประชาชน ปรับโครงสร้างให้ยึดโยงกับประชาชน ในระดับประเทศ จะมีคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่ส่วนใหญ่มีที่มาผ่านผู้แทนทั้งฝ่ายค้าน และรัฐบาล ส่วนในระดับจังหวัดมีคณะกรรมการนโยบายความปลอดภัยสาธารณะจังหวัด องค์กรท้องถิ่นและภาคประชาชน สามารถลงมติว่าจะเห็นชอบนายตำรวจที่ ก.ตร.ตั้งขึ้นมาเป็นผู้บังคับการจังหวัดนั้นๆหรือไม่ ส่วนเรื่องการตรวจสอบให้มีคณะกรรมการรับเรื่องร้องเรียนที่เป็นอิสระแยกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เด็ดขาดเพื่อไต่สวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตำรวจ ขึ้นตรงต่อรัฐสภา มีกระบวนการคัดเลือกที่โปร่งใส เปิดให้ตำรวจน้ำดีภายใน ตร.ให้ความร่วมมือแจ้งเบาะแสการทุจริตได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้เสนอเปิดให้นายตำรวจชั้นประทวนที่จบปริญญาตรีได้สิทธิเลื่อนยศเป็นชั้นสัญญาบัตรก่อนกลุ่มอื่น เปิดรับคนทุกเพศเข้าเรียนนายร้อยตำรวจ ผลักดันให้มีตำรวจหญิงทุกโรงพักยกเลิกการบังคับตำรวจตัดผมเกรียน เปลี่ยนการฝึกสอนตำรวจเหมือนแบบทหาร มาเป็นการอบรมด้านสิทธิมนุษยชน และคุณค่าของการอยู่ร่วมกันในสังคม

ค่าแรง 600 บาท มีวิธีแตกต่าง
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทต่อวันและเงินเดือนขั้นต่ำปริญญาตรี 25,000 บาทขึ้นไป ว่า หลังฟังคำอธิบายของพรรค พท.ทำให้ทราบว่านโยบายดังกล่าวเป็นเป้าหมายที่ผู้เสนอต้องการทำให้ได้ภายในปี 2570 โดยมีสภาวะการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นปัจจัยประกอบ ถือเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับพรรค ก.ก.ที่สนับสนุนการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ เพียงแต่วิธีการแตกต่างกัน เห็นใจทั้ง 2 ฝ่าย แต่เห็นใจฝั่งลูกจ้างมากกว่า เพราะมีอำนาจต่อรองน้อยกว่า จึงต้องเพิ่มอำนาจต่อรองของลูกจ้าง กำหนดใน พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานที่เสนอว่าค่าจ้างต้องปรับอัตโนมัติขึ้นไปทุกปี
ทางแก้ต้องสางต้นตอเป็นระบบ
น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ส่วนการปรับเงินเดือนเริ่มต้นระดับปริญญาตรีจาก 15,000 บาท เป็น 25,000 บาท เงินเดือนปริญญาตรีไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นมานานมาก แต่ไม่ต้องการให้ปรับเงินเดือนทุกครั้งที่เลือกตั้ง ต้องการให้ค่าแรงปรับขึ้นตามกลไกตลาดมากกว่า พรรค ก.ก.ไม่ได้กำหนดเงินเดือนเป้าหมาย แต่หากจะเพิ่มเงินเดือนเริ่มต้นเป็น 25,000 บาทในอีก 5 ปีข้างหน้า ต้องทำควบคู่กับการรีดประสิทธิภาพระบบราชการให้มากกว่านี้ ไม่ได้หมายความว่าข้าราชการ จบใหม่ทำงานไม่ได้ แต่ปัญหาอยู่ที่ระบบ คือความจำเป็นต้องปฏิรูประบบราชการก่อน ขอยืนยันพรรคก.ก.ให้ความสำคัญกับพี่น้องแรงงาน เข้าใจดีถึงปัญหาที่ทุกคนกำลังเจอ พยายามเสนอแนวทางแก้ไข ไม่ใช่แก้เฉพาะหน้าแต่มองทั้งองคาพยพว่าให้นายจ้างอยู่รอดลูกจ้างอยู่ได้ ต้องนึกถึงต้นตอปัญหา แก้อย่างเป็นระบบ ทั้งค่าแรงและสิทธิสวัสดิการที่ไม่ใช่ตัวเงิน ลดค่าครองชีพ เพิ่มทักษะคนทำงาน เพิ่มรายได้ประชาชนอย่างยั่งยืน
พท.วอนนายจ้างมองภาพรวม ศก.
นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีผู้ประกอบการมีข้อกังวลนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท และเงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท ขณะที่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มยังไม่ฟื้นว่า ถ้าพิจารณาต้นทุนค่าแรงที่สูงขึ้นด้านเดียว ผู้ประกอบการต้องกังวล แต่หากพรรค พท.เป็นรัฐบาล จะหารายได้ให้ประเทศควบคู่กัน ทั้งส่งเสริมผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SME มีรายได้มากขึ้น ค่าแรงไม่ได้ขึ้นทีเดียวจะปรับขึ้นตามเพดานสูงสุดในปี 2570 เมื่อประเทศกลับคืนสู่ประชาธิปไตย จะดึงดูดนักลงทุนต่างชาติได้มากขึ้น คนไทยมีรายได้เพิ่มขึ้นจะจ่ายต้นทุนค่าแรงและค่าครองชีพอื่นที่เพิ่มขึ้นได้ตามไปด้วย สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผ่อนปรนภาษีนิติบุคคล 30% เป็น 23% ปีแรก ปีต่อมาเป็น 20% ชดเชยค่าแรงที่เพิ่มขึ้น พรรคมีแนวคิดออกมาตรการส่งเสริมสนับสนุนภาคเอกชนและผู้ประกอบการ SME ด้วย รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กักขังศักยภาพประเทศเอาไว้ ขึ้นค่าแรงทำให้ผู้ประกอบการไปไม่รอด ถ้าพท.เป็นรัฐบาลไม่ผลักภาระให้เอกชน แต่ร่วมมือกัน ขอให้ผู้ประกอบการมองภาพใหญ่ของประเทศด้วยแพ็กเกจนโยบายที่นำเสนอ เสมือนฟันเฟืองรถยนต์ร่วมขับเคลื่อนประเทศ
คน พปชร.เย้ยอีก 20 ปีก็ทำไม่ได้
นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายค่าแรงขั้นตํ่า 600 บาท ภายในปี 2570 ของพรรค พท.ว่า ปี 2590 ก็ทําไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องเกินความจริง พวกแม่ค้าและร้านอาหารจะอยู่ไม่ได้ จะทําได้ต่อเมื่อผู้ประกอบการจ่าย 300 รัฐบาลจ่าย 300 หาเสียงกับคนจนเหมือนกับนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค พูดแล้วมันดังแต่ไม่พูดเรื่องความเป็นจริง เพราะเรื่องนี้ต้องดูจีดีพี ความมั่นคงทางการเงินการคลัง และเงินสำรองของประเทศ ถ้าเกิดอีกพรรคเสนอ 700-800 จะไม่สิ้นสุด ต้องเอาความจริงเป็นเกณฑ์
“สมบูรณ์” เข้า รทสช.ลงสู้ตรังเขต 4
เมื่อเวลา 12.00 น. ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ซอยอารีย์ 5 นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาฯและอดีต ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นสมัครสมาชิกพรรคแบบตลอดชีพต่อนายทะเบียนพรรค รทสช. และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค รทสช. โดยนายสมบูรณ์กล่าวว่า ลาออกจากพรรคเก่าเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ชีวิตการเมืองต้องเดินไปข้างหน้าต่อ ถือฤกษ์วันดีมาสมัครเป็นสมาชิก รทสช. ยึดหลักทำงานในที่ที่มีความสุข ไม่มีที่ยืนในพรรคประชาธิปัตย์ ไม่สามารถขอความเป็นธรรมจากใครได้ เมื่อท้องฟ้าไม่เป็นสีฟ้า ต้องเลือกทางเดิน แม้จะเจ็บปวดขอทำงานรับใช้ชาว จ.ตรังต่อไป ได้ติดตามนโยบายหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค ประกาศแนวคิดเน้นการสร้างความเป็นธรรมและเสมอภาคเท่าเทียมให้ทุกคน จากนี้เดินหน้าลงทำพื้นที่พบปะชาวบ้านเขต 4 จ.ตรัง ทันที มั่นใจว่าประชาชนจะให้ความไว้วางใจเลือกเป็น ส.ส.เหมือนตอนปี 2554 ที่เคยได้คะแนนสูงสุดใน จ.ตรัง มาแล้ว

“สนธยา” ฟาดคู่กัดโกหกสนุกปาก
วันเดียวกัน นายสนธยา คุณปลื้ม อดีตนายกเมืองพัทยา และบ้านใหญ่เมืองชล โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก “สนธยา คุณปลื้ม Sontaya Kun plome” ระบุว่า บางคนพูดโกหก โดยคิดว่าคนที่รู้ว่าโกหกมีน้อย โกหกก็คือโกหก อย่าคิดว่าพูดบ่อยๆ มันจะเป็นเรื่องจริงได้ อย่าสนุกปากจนมากเกินไป #คิดดังดัง ทั้งนี้สนามเลือกตั้ง จ.ชลบุรี ในการเลือกตั้งครั้งนี้ถูกมองว่าจะต่อสู้กันดุเดือดระหว่างกลุ่มบ้านใหญ่ชลบุรีของนายสนธยา และกลุ่มของนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ทั้งคู่จะไม่ได้อยู่พรรคเดียวกันแล้ว โดยนายสุชาติชัดเจนว่าจะไปพรรครวมไทยสร้างชาติ ส่วนกลุ่ม ส.ส.นายสนธยามีกระแสข่าวอาจย้ายกลับไปพรรคเพื่อไทย
“จุรินทร์” ชวนเลิกโกงปิดวงจรอุบาทว์
เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ลานกิจกรรมสถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จัดกิจกรรม ฟัง-คิด-ทำ หัวข้อ “ประชาธิปัตย์ห้ามเลือด! หยุดคนโกง หยุดงบประมาณรั่วไหล” นายจุรินทร์กล่าวว่า พรรคให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์สุจริตถือเป็นอุดมการณ์ 1 ใน 10 ข้อ ตั้งแต่ก่อตั้งพรรคมา การทุจริตเกิดจากการสมคบคิดและสมคบทำ ตบมือข้างเดียวไม่ดัง คอร์รัปชันวิวัฒนาการจากทุจริตงบฯแปรรูปเป็นทุจริตเชิงนโยบาย ที่ผ่านมามีการดำเนินคดีเข้าจำคุกไปหลายราย ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันปราบปรามถึงจะแก้ไขสำเร็จ การทุจริตยังเป็นภัยกับภาพลักษณ์ประเทศและระบอบประชา
ธิปไตย จะเห็นได้จากเป็นหนึ่งในเหตุผลการทำปฏิวัติ ฉะนั้นอย่าให้การโกงเป็นเครื่องมือกวักมือเรียกวงจรอุบาทว์เข้ามา
คดีทุจริตอย่าดูเพียงแค่ตัวเลข
พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานป.ป.ช.กล่าวถึงกรณี ป.ป.ช.ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านทุจริตทุกปีแต่ตัวเลขทุจริตไม่ลดลงว่า คดีทุจริตไม่เหมือนคดีอาชญากรรมมีเรื่องร้องเรียนมาก บางเรื่องเกิดย้อนหลังไป 5-10 ปี มาร้องขาดอายุความ การดูแต่ตัวเลขว่าปีนี้ร้องเท่าไร ไม่ใช่เหตุผลว่ามีการทุจริตมากต้องดูว่าเกิดเมื่อใด ร้ายแรงแค่ไหน มีข้อมูลเพียงพอหรือไม่ สาเหตุที่ล่าช้าส่วนใหญ่เป็นเรื่องเก่าที่สะสมมานาน ระบบบริหารจัดการยังไม่พร้อม แต่ขณะนี้พร้อมหมดแล้ว ทั้งการกระจายคน หน่วยงาน กระบวนการการทำงาน เรื่องใดที่ประชาชนสนใจ เช่น คดีวิศวกรฆ่าตัวตาย เพราะไม่ยอมรับงานสร้างถนน จ.หนองบัวลำภู ได้ตั้งคณะไต่สวนเรียบร้อยแล้ว