Chonburi Sponsored

เมียไทยขี้หึงจ้าง 2 ฝรั่งค้อนทุบสาดน้ำกรดสาว โจ๊กสั่งล่าโกนหัวหนีข้ามโลก (คลิป)

Chonburi Sponsored
Chonburi Sponsored

จากกรณี ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เตรียมพา น.ส.ชันฟราวเวอร์ หญิงสาวชาวกัมพูชา ร้องขอความเป็นธรรมกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. กรณีถูกมาเฟียชาวโปแลนด์รุมทำร้าย โดยเอาอาวุธมีดกรีดหน้า ลำตัว และเอาน้ำกรดราดอวัยวะเพศ

โดยเกิดเหตุวันที่ 1 พ.ย. 65 เวลาประมาณ 13:00 น. ที่รกร้างทางเข้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง ช.นาเกลือ 16 หมู่ที่ 5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งเหตุมีคนถูกทำร้ายร่างกาย เจ้าหน้าที่ได้ออกตรวจในที่เกิดเหตุพบของกลางอาวุธมีดและค้อน ตรวจสอบบริเวณโดยรอบพบคราบเลือด จากการสอบถามบุคคลใกล้เคียงทราบว่า ผู้บาดเจ็บเป็นหญิงชาวกัมพูชา และผู้ก่อเหตุเป็นชายชาวต่างชาติ

ล่าสุดวันที่ 9 ธ.ค. 65 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้เดินทางมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยในวันนี้ ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ได้เดินทางพา น.ส.ซันฟาวเวอร์ สาวกัมพูชา ผู้เสียหาย เข้าพบ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. เพื่อขอให้ช่วยเร่งรัดเเละติดตามคดี

ทีมข่าวสอบถามคนเห็นเหตุการณ์ เผยว่า เหตุการณ์ในวันดังกล่าวสังเกตเห็นว่ามีฝรั่งเข้ามารับผู้หญิงคนหนึ่งออกไปจากร้านอาหาร  จากนั้นเห็นว่าฝรั่งที่ใส่เสื้อสีขาวแขนยาว พาผู้หญิงเดินออกไปจากร้านพร้อมกับสุนัข ประมาณ 30 นาที ได้ยินเสียงกรีดร้อง ตอนแรกก็เข้าใจว่ามีคนถูกหมากัด ไม่คิดว่าจะเป็นเหตุการณ์คนถูกทำร้าย เมื่อพนักงานในร้านทุกคนรีบวิ่งไปดูปรากฏว่าเห็นผู้หญิงกำลังมีการถ่ายคลิปและมีเลือดไหลเต็มตัว

บริเวณข้อเท้าสังเกตเห็นว่ามีเทปพันติดขาอยู่ คาดว่ามีการใช้สก๊อตเทปในการพัฒนาการเพื่อมัดเจ้าตัวเอาไว้ตอนก่อเหตุ สำหรับขวดน้ำกรดและอาวุธที่ใช้ก่อเหตุนั้น กลุ่มคนร้ายไม่ได้ทิ้งเอาไว้ในที่เกิดเหตุ คาดว่ามีการนำติดมือไปด้วย และที่สำคัญตนเองไม่ทันได้เห็นว่าตอนนั้นหลังจากที่ก่อเหตุเสร็จแล้วฝรั่ง 2 คน หลบหนีไปทางไหนมัวแต่เรียกรถพยาบาลเพื่อช่วยเหลือคนเจ็บ

จากข้อมูลเบื้องต้นทนายตั้มเผยว่า ผู้เสียหายถูกจ้างวานโดยบุคคลที่ 3 คาดว่าน่าจะเกิดจากประเด็นหึงหวง ที่ตัวของผู้เสียหายไปรู้จักและสนิทกับฝ่ายชายของคนจ้างวานในฐานะนายจ้าง จึงได้มีการว่าจ้างให้ฝรั่ง 2 คน มาก่อเหตุแทน โดยลักษณะทำนองติดต่อกับทางผู้เสียหายซึ่งมีอาชีพเป็นจิตรกรในการวาดภาพ โดยนัดหมายให้มาเจอกันที่บ้านร้างที่เกิดเหตุ แล้วอ้างว่าจะมีการว่าจ้างงานให้มีการวาดภาพให้ จากนั้นได้มีการทำร้ายร่างกายผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ ก่อนวิ่งหลบหนีไปและหนีออกนอกประเทศ

ทั้งนี้ ทีมข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบหาเบาะแสของฝรั่งชาวโปแลนด์ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัย โดยก่อนวันเกิดเหตุภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านอาหารแห่งหนึ่งใกล้กับที่เกิดเหตุ วันที่ 1 พ.ย. 65 เวลาประมาณ 11.58 น. ผู้เสียหายเดินทางมาพร้อมกับสุนัขพันธุ์บีเกิ้ล 1 ตัว มาจอดรถที่ใต้ต้นไม้ใกล้ที่เกิดเหตุ จากนั้นได้เดินจุงสุนัขเข้าไปภายในร้านอาหารเพื่อที่จะรอนัดพบตามเวลาที่กลุ่มคนก่อเหตุมีการนัดหมายเอาไว้

จากนั้นกล้องวงจรปิดภายในร้านอาหารของวันเกิดเหตุ จับภาพได้ต่อช่วงเวลาประมาณ 12.00 น. จะเห็นว่ามีฝรั่งผู้ชายใส่เสื้อสีขาวแขนยาว กางเกงขาสั้นสีดำ สวมหมวกแก๊ปสีดำ เดินตามหลังผู้เสียหายลงไป เพื่อที่จะไปพาผู้เสียหายเดินออกจากร้านอาหารไปที่เกิดเหตุ และมีกล้องวงจรปิดบริเวณใต้ต้นไม้นอกร้าน ซึ่งเป็นจุดที่ผู้เสียหายนำรถมอเตอร์ไซค์มาจอดก่อนหน้านี้ โดยจะเห็นว่าผู้เสียหายเดินไปพร้อมกับฝรั่งคนก่อเหตุ ซึ่งเดินขึ้นไปบริเวณด้านบน แต่จะเป็นภาพกล้องมุมกล้องที่จะภาพความเคลื่อนไหวได้บางส่วน แต่จะไม่เห็นวินาทีถูกทำร้ายเพราะหลบมุมกล้อง

จากนั้นทีมข่าวได้มีการตรวจสอบเส้นทางย้อนหลังของกลุ่มคนก่อเหตุ ซึ่งปรากฏว่ามีกล้องวงจรปิดจับภาพในวันเกิดเหตุก่อนที่ผู้เสียหายจะเดินทางมาถึงร้าน เวลาประมาณ 11.05 น. กล้องวงจรปิดของคอนโดแห่งหนึ่งไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ จับภาพของฝรั่งชาวโปแลนด์ 2 คน เดินออกจากลิฟท์ ซึ่งมีการเตรียมอุปกรณ์โดยสังเกตถุงกระดาษซึ่งมีเสื้อผ้าที่ใช้ปิดบังอำพรางในการก่อเหตุ และผู้ชายที่เดินตามหลังมาอีกคน มีลักษณะถือถุงสีดำซึ่งภายในเจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่าเป็นอาวุธมีด ฆ้อน และรวมถึงน้ำกรดที่ใช้ก่อเหตุ โดยมีการเดินออกมาจากลิฟท์เพื่อไปขึ้นรถมอเตอร์ไซค์

ทีมข่าวตรวจสอบกล้องวงจรปิดของเขตเทศบาลซึ่งจากภาพบนถนนช่วงเวลาประมาณ 11.07 น. คนก่อเหตุขับผ่านถนนเส้นพัทยากลาง 2 เพื่อมุ่งหน้าไปที่ร้านอาหารจุดนัดพบผู้เสียหาย และยังมีภาพกล้องวงจรปิดอีกหลายตัวจับภาพของฝรั่งชาวโปแลนด์ก่อนที่จะไปก่อเหตุเอาไว้ 

จนกระทั่งภาพสุดท้าย มีภาพจากกล้องวงจรปิดที่ร้านนวดแห่งหนึ่งไม่ไกลจากจุดนัดภพ จับภาพเอาไว้ได้ช่วงเวลาประมาณ 11.12 น. โดยเป็นจุดที่มีการจอดรถมอเตอร์ไซค์ทิ้งเอาไว้ ก่อนที่จะมีการแยกย้ายกันเดินไปคนละทาง แล้วมีการแบ่งอาวุธและมีการเริ่มปิดบังใบหน้าด้วยการสวมใส่หมวกแก๊ป ซึ่งผู้ชายใส่เสื้อสีขาวยาวจะเป็นคนไปรับผู้เสียหายที่ร้านอาหาร ส่วนผู้ชายใส่เสื้อกล้ามสีดำจะเดินไปรอบริเวณจุดที่มีการทำร้ายร่างกาย จากนั้นก็เป็นไปตามภาพกล้องวงจรปิดก่อนหน้าที่ทีมข่าวได้รับมาว่ามีการไปรับผู้เสียหายมาก่อนที่จุดนัดพบใต้ต้นไม้

และภายหลังฝรั่งชาวโปแลนด์มีการก่อเหตุเสร็จแล้ว ได้พากันเดินกลับไปที่รถมอเตอร์ไซค์ที่จอดทิ้งเอาไว้ แต่ในขณะที่เดินได้เริ่มมีการถอดเสื้อแขนยาวออก เหลือเพียงแค่เสื้อแขนสั้นสีขาว พร้อมกับมีการถอดหมวกออกเพื่อไม่ให้ใครจำ แต่ในมือยังสังเกตุเห็นว่ามีการถืออุปกรณ์ติดมือไปด้วย

โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. ได้เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ขณะนี้ได้รับเรื่องร้องเรียนจากทนายตั้มเเล้ว เเละในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ วันที่ 11 ธ.ค. 65 จะมีการเรียกตัว ผกก.สภ.บางละมุง เข้าพบ เพื่อสอบถามความคืบหน้าของคดี ว่ามีการทำสำนวนครบถ้วน สมบูรณ์หรือไม่ จำเป็นต้องสืบสวนหรือหาพยานหลักฐานใดเพิ่มเติมหรือไม่ เพื่อดำเนินการออกหมายจับผู้กระทำความผิด

ยืนยันว่าคดีนี้ไม่มีความซับซ้อน เป็นเรื่องของการทำร้ายร่างกาย เเละหลักฐานคือบาดแผลของผู้เสียหายชัดเจน หากทุกอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ก็จะสามารถออกหมายจับ เเละออกหมายเเดงควบคู่ไปได้ เนื่องจากมีข้อมูลว่าผู้ก่อเหตุหลบหนีออกนอกประเทศไปอยู่ที่ประเทศฟิลิปปินส์เเล้ว

อีกทั้งในวันอังคารหน้า วันที่ 13 ธ.ค.65 ตนจะเดินทางไปประชุมที่ฟิลิปปินส์อยู่เเล้วเรื่องค้ามนุษย์ จะได้นำเรื่องนี้เข้าประชุมกับทางการของประเทศดังกล่าวด้วย ซึ่งหากผู้ก่อเหตุหลบหนีอยู่ภายในประเทศภูมิภาคอาเซียนก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะติดตามตัวกลับมาดำเนินคดี ซึ่งคดีแบบนี้ไม่ควรมาถึงท่าน ผบ.ตร.หรือ รอง ผบ.ตร. ควรจบได้ภายในพื้นที่ เพราะสถานีตำรวจดูแลทุกพื้นที่อยู่เเล้ว ซึ่งจะต้องเรียก ผกก. พื้นที่มาคุยกันอีกครั้ง รองผบ.ตร. กล่าว

ด้าน ทนายตั้ม เปิดเผยว่า น.ส.ซันฟาวเวอร์ อายุ 30 ปี ผู้เสียหายไม่เคยมีศัตรูมาก่อน ไม่เคยมีศัตรูในไทย ไม่เคยมีเรื่องกับใคร ทำอาชีพเป็นศิลปินรับวาดภาพตามผนัง เเละเคยเป็น NGO มาก่อน

ซึ่งจากการสืบสวนทางตำรวจสงสัยอยู่ 1 ประเด็น คือ เรื่องชู้สาว หึงหวง ว่าผู้เสียหายไปยุ่งกับใครหรือเป็นการเข้าใจผิด จนมีการจ้างคนมาทำร้ายร่างกาย โดยผู้เสียหายเพิ่งจะเข้ามาประเทศไทยได้ไม่กี่วัน ส่วนคนทำร้ายเข้ามาประเทศไทยมาทำร้ายเสร็จเเล้วก็ออกไปนอกประเทศเลย ส่วนคนจ้างวานก็อาจจะเป็นคนไทยก็ได้ ขณะนี้รอเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์ทราบก่อน เเต่ก็พอจะรู้ตัวอยู่เเล้วว่าเป็นใคร เเต่อยู่ที่ว่าหลักฐานไปถึงหรือไม่

ส่วนที่เดินทางมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติในวันนี้ ก็เพื่อร้องพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ รอง ผบ.ตร.เนื่องจากภายหลังเดินทางเข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 65 แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกับดำเนินการล่าช้า ขอออกหมายจับในวันที่ 7 พ.ย. 65 ศาลอนุมัติหมายจับวันที่ 10 พ.ย. 65  โดยอ้างว่าเนื่องจากยังไม่สามารถสอบปากคำผู้บาดเจ็บที่ยังรักษาตัวอยู่ได้ ทำให้ผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คน หลบหนี้ออกนอกประเทศ และยังไม่สามารถติดตามตัวได้ ทำให้ น.ส.ซันฟลาวเวอร์ กังวลเรื่องความปลอดภัย ทั้งนี้บิ๊กโจ๊กได้มีการต่อสายตรงไปหา ผกก.สภ.บางละมุงเเล้ว เเละตำหนิไปในเรื่องของการทำสำนวนล่าช้าด้วย ทั้งนี้ตนขอขอบคุณ รองผบ.ตร. อย่างมากที่จะให้ตำรวจไปดูแลผู้เสียหายด้วย

ในขณะที่ น.ส.ซันฟลาวเวอร์ นักวาดภาพอิสระ ชาวกัมพูชา อายุ 30 ปี ผู้เสียหาย ได้ให้ดูร่องรอยบาดแผลจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเธอ โดยมีรอยแผลบริเวณใบหน้าจำนวนมาก พร้อมกับเปิดใจว่า เธอเป็นศิลปินวาดภาพ และได้รับการติดต่อจากคู่รักคู่หนึ่งให้เดินทางไปหาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

โดยเน้นให้นำรูปที่โพสต์ในเฟซบุ๊กไปให้เยอะที่สุด และให้นำจี้ห้อยคอของเธอไปด้วย ซึ่งสร้อยคอนี้เธอเป็นคนซื้อมาเองจากประเทศกัมพูชา แต่เมื่อไปถึงกลับพบผู้ชายเข้ามาล็อกตัวเธอจากด้านหลัง ก่อนจะมีการเอาอะไรสักอย่างมามัดตัว กดลงกับพื้นและทำร้าย เอาน้ำกรดราดใส่เธอเเละเอามีดขู่ ก่อนจะวิ่งหนีไปโดยทิ้งมีดไว้ในที่เกิดเหตุ

หลังเกิดเหตุตนได้เดินทางไปแจ้งความ แต่ก็ยังได้การข่มขู่ว่าทำร้ายเอาชีวิตเธอและครอบครัว ทำให้เกิดความหวาดกลัวอย่างมาก ตนจึงได้บอกให้ครอบครัวหนีไปอยู่ต่างจังหวัด จึงเดินทางมาร้องเรียนในวันนี้ ส่วนตัวเธอเชื่อว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนที่เธอรู้จัก เพราะทั้งชีวิตมีเพียงคนเดียวที่เกลียดเธอมากที่สุดเเละเกลียดมานานมากเเล้ว

ทั้งนี้ทีมข่าวได้แชตหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งเป็นการพูดคุยเพื่อนัดหมายเจอกันก่อเกิดเหตุ โดยทาง น.ส.ชันฟลาวเวอร์ คาดว่ามีการพูดคุยกับหนึ่งในคนก่อเหตุแซตวันที่ 30 ต.ค. 65 ระบุทำนองว่า คนก่อเหตุ “ฉันต้องการนัดคุณมาเจอ วันที่ 1 พ.ย. เวลา 12.00 น. ที่ร้านอาหาร ให้คุณพาสุนัขของคุณมาด้วย แฟนฉันต้องการดู” พร้อมกับระบุที่อยู่และพิกัดร้าน

แซตวันที่ 1 พ.ย. เวลา 11.29 น. คนก่อเหตุพิมพ์ว่า “ฉันจะไปถึงเวลา 12.00 น. หรืออาจล่าช้าเล็กน้อยกรุณานำสร้อยคอมาด้วย” และเวลา 12.01น. ผู้เสียหายตอบกลับว่า “ฉันมาถึงแล้ว ฉันอยู่ที่นี่” คนก่อเหตุพิมพ์ต่อ “แฟนฉันตามมาด้วยที่หาด” ผู้เสียหายตอบ “เล่นแง่เหรอ ฉันไปทำอะไรให้คุณ”

 

Chonburi Sponsored
อำเภอ บางละมุง

อำเภอบางละมุงแต่เดิมมีฐานะเป็นเมืองบางละมุง ตั้งอยู่ที่บ้านบางละมุง ตำบลบางละมุง จนถึง พ.ศ. 2444 ได้ยุบเมืองบางละมุงเป็นอำเภอขึ้นต่อจังหวัดชลบุรี โดยมีที่ว่าการอำเภอตั้งอยู่บริเวณริมคลองนกยาง ซึ่งขณะนั้นบริเวณดังกล่าวเป็นท่าน้ำที่สำคัญทั้งทางด้านการคมนาคมและเป็นที่ชุมนุมของเรือสินค้าต่าง ๆ ต่อมาคลองนกยางตื้นเขินไม่สะดวกต่อเรือสินค้าต่าง ๆ จะล่องเข้าออก ทั้งสภาพพื้นที่ไม่เหมาะสมที่จะขยายชุมชนให้กว้างขวาง นายอำเภอสมัยนั้น คือ นายเจิม (ต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาสัตยานุกูล) จึงย้ายที่ว่าการอำเภอไปตั้งที่ใหม่บริเวณริมทะเลในตำบลนาเกลือ เมื่อ พ.ศ. 2452