การเมืองชลบุรีคึก เพื่อไทยกลุ่มบ้านใหญ่หนุน ‘มานิตย์ ภาวสุทธิ์’ คุม 3 เขตเลือกตั้ง
เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม แหล่งข่าวกลุ่มบ้านใหญ่ชลบุรี เปิดเผยถึงการวางตัวผู้ลงสมัคร ส.ส.สังกัดนายสนธยา คุณปลื้ม แกนนำคนบ้านใหญ่ในพื้นที่เขต 2 เขต 3 และเขต 4 จ.ชลบุรี ว่า กรณีที่มีกระแสข่าวนายมานิตย์ ภาวสุทธ์ อดีต ส.ส.ชลบุรี ครั้งแรกจะสังกัดพรรคเพื่อไทย ในนามของกลุ่มบ้านใหญ่ชลบุรี ต่อมายังมีข่าวอีกว่าทางด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น หรือรัฐมนตรีเฮ้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ดึงตัวนายมานิตย์ไปช่วยดูแลคุมการเลือกตั้งในเขตพื้นที่ อ.เมือง และ อ.พานทอง ล่าสุด นายมานิตย์ได้ตัดสินใจที่จะร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยแล้ว พร้อมทั้งให้รับผิดชอบในการจัดตัวผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในพื้นที่ เขต 2 เขต 3 และเขต 4 โดยให้อำนาจเต็มในการตัดสินใจ
แหล่งข่าวกลุ่มบ้านใหญ่ชลบุรีกล่าวอีกว่า สำหรับการวางตัวในครั้งนี้ เขต 2 จะให้นายฉัตรชัย อั้งลิ้ม อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบ้านสวน ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส่วนเขต 3 เรือโท ธนวัฒน์ ภาวสุทธิ์ ช่วยงานสำนักงานรองนายกรัฐมนตรี สังกัดกระทรวงกลาโหม ลูกชายนายมานิตย์ และเขต 4 ได้มีการทาบทามนายประมวล เอมเปีย อดีต ส.ส.ชลบุรี ซึ่งอยู่ในระหว่างการเจรจา นอกจากนี้ ยังได้วางตัวนายอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ ส.จ.ชลบุรี เขต อ.เกาะจันทร์ และได้ลงพื้นที่หาเสียงมานานแล้ว
“สาเหตุที่บ้านใหญ่ตัดสินใจเลือกนายมานิตย์มาร่วมงานในครั้งนี้ เพราะว่าจากการทำโพลแล้วปรากฏว่านายมานิตย์ นายฉัตรชัย มีฐานคะแนนเสียงแน่นหนา จึงได้ชวนให้มาร่วมงาน ประกอบกับนายมานิตย์เคยร่วมงานพรรคเพื่อไทยมาก่อนด้วย” แหล่งข่าวกลุ่มบ้านใหญ่ชลบุรีกล่าว และว่า จากการที่บ้านใหญ่สำรวจโพลในพื้นที่ จ.ชลบุรี พบว่านายฉัตรชัย มีคะแนนนิยมร้อยละ 38 ส่วน ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง ส.ส.ชลบุรี ที่คาดว่าจะมาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย มีคะแนนนิยมเพียงร้อยละ 7 เท่านั้น ทางพรรคเพื่อไทยจึงจะสนับสนุนให้ไปลง ส.ส.บัญชีรายชื่อ หรือปาร์ตี้ลิสต์แทน ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 3 เคยมีการวางตัว นายศุภกิจ จิตมาต เจ้าของธุรกิจยางรถยนต์รายใหญ่ของ จ.ชลบุรี แต่เมื่อสำรวจโพลพบว่ามีคะแนนนิยมเพียงร้อยละ 1 จึงได้ตัดสินใจเอาเรือโท ธนวัฒน์ มาลงสมัครรับเลือกตั้งแทน
แหล่งข่าวกลุ่มบ้านใหญ่ชลบุรีคนเดิมกล่าวอีกว่า สาเหตุที่กลุ่มบ้านใหญ่ตัดสินใจจับมือกับนายมานิตย์ เนื่องจากต้องการดึงฐานคะแนนของนายมานิตย์ ซึ่งมีฐานเสียงในพื้นที่ อ.เมืองชลบุรี และ อ.พานทองมาเป็นพวก เพราะต้องการที่จะสู้กับนายสุชาติ ชมกลิ่น เพราะถือว่านายมานิตย์เป็นตัวจักรสำคัญที่จะสามารถชนะการเลือกตั้งได้ เพราะช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นายมานิตย์ พร้อมนายฉัตรชัยได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนมาตลอด ทั้งแจกข้าวสาร อาหารแห้ง จนเป็นที่รู้จักของคนในพื้นที่ อ.เมืองชลบุรี และ อ.พานทอง จึงทำให้โพลมีความโดดเด่น ประกอบกับฐานอำนาจของรัฐมนตรีเฮ้ง สามารถยึดเทศบาลเมืองชลบุรี และเทศบาลเมืองบ้านสวน ซึ่งถือว่ามีประชากรอาศัยอยู่เยอะ ประกอบกับกลุ่มของนายมานิตย์ได้ส่งผู้ลงสมัครท้องถิ่นทั้ง 2 แห่ง และคะแนนพ่ายแพ้สูสีกันมาก